แปลเพลง - Suede "The Wild Ones" ทางของเราที่มีแต่ฉันและเธอ
posted on 22 Apr 2006 12:18 by bosie in Book, MusicThere's a song playing on the radio
Sky high in the airwaves on the morning show
เสียงเพลง แว่วมา จากวิทยุ
รายการยามเช้า กระจายเสียง ผ่านท้องฟ้า
And there's a lifeline slipping as the record plays
And as I open the blinds in my mind I'm believing that you could stay
บางสิ่งในชีวิตฉันก็สะดุด เมื่อเพลงได้บรรเลงไป
ยามฉันเปิดใจให้มองออกไป ฉันก็เชื่อ ว่าเธอจะยังอยู่
And oh if you stay I'll chase the rain blown fields away
We'll shine like the morning and sin in the sun
Oh if you stay
ถ้าหากเธอยังอยู่ ฉันจะไล่ลมฝนที่บดบังเธอออกไป
เราจะส่องสว่างเหมือนรุ่งเช้า สนุกสนานใต้แสงตะวัน
แค่เพียงเธออยู่ตรงนี้
We'll be the wild ones running with the dogs today
เราจะมีเพียงเราสองตามทาง สุขในแบบของเราเอง
There's a song playing through another wall
All we see and believe is the D.J. and debts dissolve
ฉันได้ยินเสียงเพลงดังแว่วมาจากที่อื่น
ฉันเชื่อว่าสักวันชีวิตเราคงมีแต่เพียงเสียงเพลง ไม่มีภาระใดๆ
And it's a shame the plane is leaving on this sunny day
Cuz on you my tattoo will be bleeding and the name will stain
มันน่าเสียดายเหลือเกิน หากเธอต้องไป ในวันที่สดใสนี้
เพราะถ้าเพื่อเธอ ฉันคงยอมหลั่งเลือด จารึกชื่อเธอไว้ตลอดไป
But oh if you stay we'll ride from disguised suburban graves
We'll go from the bungalows where the debts still grow every day
ถ้าหากเธอยังอยู่ตรงนี้ เขาจะขับรถโดยลำพังไปยังชานเมืองแสนไกล
เราจะหนี หนีไปจากที่ที่คุมขังเราอยู่ทุกวัน
And oh if you stay I'll chase the rain blown fears away
We'll shine like the morning and sin in the sun oh if you stay
We'll be the wild ones running with the dogs today
We'll be the wild ones running with the dogs today
และถ้าหากเธอยังอยู่ ฉันจะไล่ลมฝนที่บดบังเธอออกไป
เราจะส่องสว่างเหมือนรุ่งเช้า สนุกสนานใต้แสงตะวัน
แค่เพียงเธออยู่ตรงนี้
เราจะมีเพียงเราสองตามทาง สุขในแบบของเราเอง
เราจะมีเพียงเราสองตามทาง สุขในแบบของเราเอง
===================================
ต้องขอเรียกว่า "ตีความเพลงให้เป็นภาษาไทยตามความรู้สึกของผม" มากกว่า "การแปล" นะครับ เพราะว่าถ้าแปลเป็นภาษาไทย มันแปล่งๆ แน่ครับ โดยเฉพาะท่อนฮุค ถ้าให้ผมแปลจริงๆ ว่า "เราจะเป็นคนเถื่อน วันนี้วิ่งเล่นกะหมา" คงจะน่าเกลียด พิลึก ภาษาอังกฤษน่ะมันโอเค เพราะเขาไม่ค่อยมีระดับของภาษา แต่ภาษาไทย จะพยายามยังไง มันก็ไม่ได้ ต้องอย่าลืม ว่าภาษาไทยมีระดับภาษา คำบางคำ ไม่สมควรใส่ลงไปในเพลงเลยก็มี ผมถึงนับถือคนที่สามารถแต่งเนื้อเพลงภาษาไทยได้สละสลวยมากๆ ครับ
คำว่า "Wild" แปลตรงๆ ตามพจนานุกรมแปลว่า เถื่อน แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่า คำว่า Wild อาจจะหมายถึงการทำอะไรตามใจตัว ไม่ต้องแคร์ใคร ไม่ต้องสนใคร มีทางของเรา มีอุดมการณ์ของตัวเอง The Wild Ones ผมก็เลยแปลไปซะว่าคนที่ทำอะไรตามใจตัวเอง ใครจะมองใครจะว่ายังไงก็ไม่สน ขอให้ฉันมีความสุขของฉันก็พอ
ผมคิดว่า เจ๊เบรท ชอบแต่งเพลงอย่างนี้บ่อยๆ ประมาณว่า ถ้าเธอรักฉัน เธอก็ไม่ต้องแคร์ว่าใครๆ จะมองเราว่าแปลก หรือมองเราว่าเป็นตัวประหลาดก็ไม่ต้องสนใจ เพราะว่าฉันจะปกป้องเธอเอง ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ ถ้าเธออยู่กับฉัน
เนื้อเพลง The Wild Ones เป็นเนื้อเพลงที่งดงามมาก มันเขียนด้วยภาษาง่ายๆ เล่าเรื่องง่ายๆ อย่างการขับรถไปหลุมศพชานเมือง, วิ่งเล่นกับหมาที่เลี้ยงไว้, รายการวิทยุยามเช้า มันเป็นเรื่องของคนรักกันธรรมดาๆ แต่ไอ้ความธรรมดาๆ นี้แหละที่ทำให้เนื้อเพลงหวานเฉียบ อย่างสุดๆ
ถ้าเทียบอัลบั้มแรก ของ Suede คือ Suede และอัลบั้มสองคือ Dog Man Star จะเห็นว่ามันค่อนข้างแตกต่างกันมาก อัลบั้มแรกส่วนมากจะพูดถึง Gay Sex Drug (คำจำกัดความสั้นไปไหมเนี่ยกู) แต่อัลบั้มสองกลับพูดถึงความรักหวานๆ ที่ทั้งสมหวังและไม่สมหวัง ผมชอบเนื้อเพลงในอัลบั้มสองมากๆ เลยชัดเจนดี
ขอเปลี่ยนไปที่เรื่องหนังสือ
หลังจากที่อ่านมานานมากกกก ในที่สุดผมก็อ่าน The Vampire Lestat จบซะที หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่าง Interview with The Vampire และ Queen of The Damedยอมรับว่ามันสนุกน้อยกว่าInterview with The Vampire แถมเรื่องดันไปโฟกัสที่แวมไพร์ตนอื่นอย่าง Armand หรือ Marius มากไปหน่อย เรื่องจริงๆ ของ Lestat ที่อยากรู้เลยไม่ค่อยมี อ่านแล้วเหมือนจับประเด็นไม่ค่อยได้เท่าไหร่
ใครที่เคยอ่าน หรือเคยดู Interview with The Vampireคงรู้ว่า Lestat (ที่เล่นโดยทอม ครูส) เป็นแวมไพร์ที่วีน และโหด แค่ไหน แต่ใน The Vampire Lestat ก็ดูเหมือนว่าจะไม่อธิบายสาเหตุของการกระทำที่โหดร้ายของ Lestat ได้ดีสักเท่าไหร่ บอกแค่ว่าทำไปเพราะ "หวังดี" กับ หลุยส์ และ คลอเดีย แต่ทั้งสองแปลเจตนาของเขาผิดไป เลยเกิดเรื่องร้ายๆ อย่างที่เห็นใน Interview ซึ่งผมว่าไอ้เหตุผลสั้นๆ ที่ให้มันไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่เลยอ่ะ
ถ้าดู Interview แล้ว อาจจะมีคนคิด ว่าหลุยส์ กับเลสตัท มันวายๆ จริง หรือเปล่า คำตอบคือ ในหนังสือภาคหนังสือ เรื่องวายๆ ใน Interview with The Vampireมันมีแค่กลิ่น แต่ใน The Vampire Lestat ไอ้สองตนนี้ มัน"ของจริง" เอิ้ก (- -')
อ่าน The Vampire Lestat จบ ก็ไปต่อที่ The Davinci Code อันนี้เป็นภาษาไทย เลยอ่านจบใน 3 วัน เป็นนิยายที่สนุกดีครับ สมจริงสมจังจนบางครั้งเหมือนแยกเรื่องแต่งกับเรื่องจริงไม่ออก อ่านจบแล้ว อยากดูเวอร์ชั่นหนังทันที เพราะผมจินตนาการสถานที่ ที่แดน บราวน์ บรรยายไว้ไม่ค่อยจะออก
สุดท้าย
ได้เข้าเว๊บทำ South Park ที่นาให้ลิงค์ไว้ แล้วก็ทำออกมาตัวนึง .. ทายซิใครเอ่ย..

(เพลงประกอบ "รักหนุ่มเสื้อลาย" โดย อีสานโยนโยน)
หวังว่าคงชอบธีมใหม่กันนะครับ เจ๊หยั่งกะร้องเพลงในมูแรง รูจ หุๆๆ เอาแถบ Favorite ข้างๆ ออกไป ไม่ใช่อะไรหรอกฮะ แบบว่าบางทีเขียน blog สั้นๆ แล้วมันเกินส่วน entry อีกอย่าง ปกติเวลาเข้า Blog ใครผมก็เข้าทาง exteen.com อยู่แล้ว อย่าตกใจนะฮะ แบนเนอร์ No Dumb Censor in Thailand โดยคุณ Meroko ณ พันทิพ ผมว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะประกาศให้ท่านๆ ที่ทำเหมือนคนไทยเป็นควายได้รู้สักที ว่าเราไม่ใช่ควาย
ชอบรูป ทอม หยอก ข้างบนจัง ยิ่งรูปเต็มๆ มีกรรไกรข้างๆ ยิ่งชอบ หุๆๆ โรคจิตดี.. 
รอใครอยู่รึเปล่า.. พี่หยอก..
Now Playing
Day Tripper "ไกลออกไป"
เมื่อมองหน้ากันเพื่อจำเอาไว้ ถ้อยคำร้อยพันก็หมดความหมาย~~ ชอบเนื้อเพลง..

ลองกดดูนะคะว่าจะติดรึเปล่า? ถ้าติดก็ถือเป็นการแก้ขัดไปก่อน
เอาแต่พร่ำเพ้อถึงยัย....(หึ) นั่นอยู่ได้ ชิ น่าอิจฉาโว้ยยยย
แต่ Two of us หรือ Asphalt world ก็ไพเราะโศกๆดี
ธีมเจ๊(แต่โหมดซิด)ยังไงก็ขอบอกว่าแดงสดมาก เปรี้ยวได้ใจเลยค่า ฮ่าๆ ทำไมลิงค์คอมเมนต์ ไม่ใช้ปกอัลบั้มแรกไปเลยล่ะนี่(ฮ่าๆ ถ้าใจถึงพอ)
เซาท์ปาร์คเสื้อลายนั่น นารู้แล้ว แต่ไม่บอก ฮ่าๆ
#1 By devines มาเฟีย on 2006-04-22 13:15