แปลเพลง - Blur "No Distance Left To Run" เราเลิกกันเถอะ...
posted on 11 May 2006 20:23 by bosie in MusicIt's over
You don't need to tell me
มันจบแล้ว
เธอไม่ต้องคอยเตือนฉันอีก
I hope you're with someone who makes you
feel safe in your sleeping tonight
ฉันหวังว่าเธอคงได้เจอใครที่ดีกว่า
ใครคนนั้น ที่สามารถปกป้องเธอเมื่อถึงค่ำคืน
I won't kill myself, trying to stay in your life
ฉันจะไม่ทำร้ายตัวเอง ร้องเรียก ให้เธออยู่
I got no distance left to run
ทางของฉัน มันตันไปหมดแล้ว
When you see me
Please turn your back and walk away
หากเธอได้พบฉัน
ได้โปรด อย่าให้เราต้องสานต่อกันอีกเลย
I don't want to see you
Cos i know the dreams that you keep is wearing me
ฉันไม่อยากเจอเธอ
เพราะฉันจะฝันเห็นเธอ แล้วฝันนั้นจะทำให้ฉันพังทลาย
When your coming down, think of me here
แต่ถ้าเธอทุกข์ใจ ก็ขอให้รู้ว่าฉันยังอยู่เสมอ
I got no distance left to run
ทางของฉัน มันตันไปหมดแล้ว
It's over, I knew it would end this way
มันจบแล้ว ฉันรู้ ว่ามันต้องจบแบบนี้
I hope you're with someone who makes you feel
That this life is the night
ฉันหวังว่าเธอคงได้เจอใครที่ดีกว่า
คนคนนั้นที่ชีวิตนี้เธอต้องการ
And it settles down, stays around
Spends more time with you
ฉันรู้ ฉันน่าจะอยู่ข้างๆ เธอ
น่าจะให้เวลากับเธอมากกว่านี้
I got no distance left to run
ทางของฉัน มันตันไปหมดแล้ว
===================================
ขอออกปาก ออกตัวว่าคนเขียนไม่ได้มีอาการโรคหัวใจกำเริบ หรืออกหัก แต่ประการใด เพราะชีวิตนี้ ผมได้แต่แอบรักเขาแต่ไม่แสดงออกอยู่เรื่อย เลยไม่เคยสานต่อ จึงไม่เคยอกหัก แต่ที่แปลเพราะอยากปลอบใจ (หรือถีบซ้ำ?) พี่คนหนึ่งที่อกหักอยู่ พี่คงรู้ตัวนะว่าพี่เป็นใคร อย่ามาบอกว่าไม่รู้ตัว..
เพลงนี้เป็นเพลงของ Blur ที่เข้าใจง่ายที่สุดตั้งแต่ที่ฟังมาแล้วกระมังครับ เนื้อเพลงเศร้าๆ เสียงร้องอยากตาย บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกของผู้แต่งในเวลานั้นได้อย่างดี เคยได้ยินมาว่าตอนอัดเสียงเพลงนี้เดม่อน อัลบาร์น ถึงกับร้องไห้ ก็แน่ล่ะ คบกันมานาน ใครๆ ยกให้เป็นคู่ขวัญแห่ง Britpop แต่สุดท้ายก็มาเลิกกัน เพราะไม่มีเวลาให้กัน เศร้ามาก แต่ผมคิดว่า เพลงนี้ไม่เป็นเพลงของคนอกหักที่ไม่ได้จบลงด้วยความโกรธเกลียด แต่จบกันไปเพราะว่ายอมรับว่า "เราเข้ากันไม่ได้เราไม่มีเวลาให้กัน ฉันขอให้เธอไปดีนะ" มากกว่าแถมท้ายด้วยการเรียกร้องว่า "ฉันไม่อยากเจอเธออีก เพราะฉันกลัวว่าฉันจะกลับไปรักเธอ" เศร้าไหมล่ะ ฮ่าๆๆ (หัวเราะทำเพื่อ?)
อย่างที่บอก ผมไม่เคยอกหัก ผมเลยบอกไม่ได้ว่ามันเป็นไง แต่ที่รู้คือ เวลาคนเราเศร้าถึงขีดสุด สมองจะเหมือนพิการ ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ เหมือนทางข้างหน้ามันตันไปหมด จะลุกขึ้นมาทำอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง ประสาทสัมผัสรับความเศร้าได้ดีกว่าความสุข ต้องใช้เวลานานมากกว่าจะหาย
อยากบอก พี่(เออ พี่แหละ!) ที่บอกว่ารู้สึกแปลกๆ ว่าพี่หายเศร้าเร็วมาก โดยส่วนตัว ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ผิดเลยนะพี่ อย่าให้ละครเกาหลี หรือละครหลังข่าว หรือคนอื่นๆ มาบอกว่าเราจะรู้สึกยังไงเวลาอกหัก เพราะเรารู้เอง
รอ..เดบิว..พี่อยู่นะ.. ขอสมัครเป็นม้า..ได้บัตรคอนเสริตฟรีเอามาให้ด้วย...สำคัญมาก..
มาดู mv เพลงนี้กันบ้าง ใครอยากได้อารมณ์เหมือนจาร์วิส ค็อกเกอร์หื่นๆ แอบดู Blur นอน แอบดูม่อนปล่อยเนื้อปล่อยตัวต้องดู
เริ่มต้นด้วยบทสัมภาษก่อนเข้า mv บรรยายไอเดียสุดบรรเจิดที่เอากล้องอินฟราเรดไปถ่ายตอน Blur นอน (เชื่อเถอะ.. มีคนอยากดู...)
หน้าตาแต่ละคนดูทรมานจริงๆ..
พี่แว่น : พากูไปนอนทีเถ้อ มือกีตาร์ขอร้อง
หน้าของเขาช่างเหมือนคนที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนมา 3 วันเต็มๆ

ชุดนอนน่ารักที่สุดในวง
พอแล้ว... ใช่ว่าตูชอบดูผู้ชายนอน...
ภาพจาก เดโมน อัลรุบัน ดอทโตะ โคมุ

แดมเนี่ยมันรักของมันจริงมากเลยนะคะ ยัยจัสตินทำไมมีแต่เด็กของอิชั้นมาติดพันจริง (ได้ข่าวว่าหนาดเคยแอบชอบด้วย และเลียมเหมือนเคยจีบ โอ้...)
แปลเก่งเหมือนเดิมเลยค่ะคุณโซ ชอบมากๆๆ เลย
#1 By noonoon on 2006-05-11 20:34