[Novel] BKK ตอนที่ 4 - โซตัส สุกี้ แฮร์รอด
posted on 29 Jul 2006 01:16 by bosie*การฝืนใจทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำ เป็นสิ่งที่ทำให้สุขภาพจิตเสื่อม ไม่ควรลอกเลียนแบบ
_____________________________________
BKK
ตอนที่ 4 -โซตัส สุกี้แฮร์รอด
_____________________________________
วันเดิมๆ ที่เหมือนกับทุกวัน เรื่องราวซ้ำซากที่เกิดมาแม่พิมพ์ชีวิตที่เหมือนกันปุ่มก๊อปปี้และเพลสของคอมพิวเตอร์
ผมกำลังนั่งเงียบ มือข้างขวากำลังวุ่นอยู่กับการสาวเส้นหมี่ขาวเข้าปากตามพร้อมๆ กับที่มืออีกข้างเตรียมตัวตักลูกชิ้นปลาสีขาวนวลผิดธรรมชาติเป็นรายต่อไป หูเงี่ยฟังบทสนทนาของบอลและปินที่ว่าด้วยเรื่อง ฟุตบอล ดาวคณะคนใหม่ และหัวข้อ ล่อแหลม ที่พวกมันสองคนคงไม่กล้าพูดต่อหน้าเปิ้ลกับเบลที่วันนี้ติดภารกิจของชอปปิ้งของหญิงสาวเป็นแน่
บอลยังพล่ามเรื่องฟอร์มการเล่นที่สุดยอดของ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ได้ไม่หยุด พร้อมกับๆ ที่กำลังสรรเสริญความน่ารักของรุ่นน้องคนนึงที่สมัครเป็นดาวคณะ ส่วนปินก็พยักหน้าตาม แต่ในบางครั้งก็แอบเถียงเป็นเชิงค่อนคอดว่าทีมชาติอังกฤษกับรสนิยมเรื่องผู้หญิงของบอลนั้นก็ไม่ได้เรื่องพอๆ กัน ห่า อังกฤษแม่งอ่อนฉิบหาย ดีแต่ทำฟาล์วแล้วให้เบคปั่นฟรีคิกส์ให้เข้าเท่านั้นแหละวะ/น้องตาลเหรอ? มึงใช้ไรดูผู้หญิงวะ? ปินพูดขัดในอีกฝ่ายทำจมูกฟึดฟัดได้ไม่ใช่น้อย
ผมชำเลืองมองดูชามก๊วยเตี๋ยวของทั้งสองคนสลับกับชามของตัวเอง ชามของเพื่อนทั้งสองของผมยังมีเส้นบะหมี่กับลูกชิ้นลอยอืดเต็มชาม ในขณะที่ชามของผมเหลือแค่กากกระเทียมกับเศษหัวไชเท้า คงอีกนานแน่กว่ามันสองคนจะแดกกันเสร็จ เสียเวลาฉิบหาย ทั้งๆ ที่ข้าวเที่ยงแค่นี่กินแค่ 15 นาทีก็เสร็จแล้ว แต่พวกมันกลับนั่งเจ๊าะแจ๊ะกับเรื่องไร้สาระให้เวลามันเสียเปล่าไป ไม่น่ามาเลย พวกมันลืมไปแล้วหรือไงว่า ยังมีหนังสือนอกเวลาอีกเป็น 10 เล่มที่ต้องอ่านกันน่ะ
ผมเอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ที่โต๊ะข้างๆ อ่านผ่านพาดหัวข่าวปัญญาอ่อนที่มีเรื่อง คนถูกหวย 27 ล้าน ที่มีขนาดใหญ่ว่าข่าวการยุบพรรคการเมืองชื่อดัง ข้างๆ นั้นมีรูปประกอบข่าวรูปหนึ่งที่เป็นรูปดาราวัยรุ่นนอนใส่ชุดผู้ป่วยทำหน้าตาอิดโรยแต่ก็ยังชูสองนิ้วให้กับแฟนๆ
ราม บ่ายพรุ่งนี้มีเรียนเปล่าวะ? บอลถามผม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันจะต้องออกไปร่อนที่ไหนอีกแน่ๆ
ไม่มี ไม่มี แต่กูก็จะไม่ไป มีไรวะ?
ไปร้องเกะกับกูกับปินที่มาบุญครองเปล่าวะ ช่วงนี้แม่งคันปากอย่างร้องเพลงว่ะ บอลเอามือเสยผม
ไม่เอาอ่ะ กูไม่ชอบร้องเพลง นอกจากไม่ชอบ ผมยังรู้ตัวดีว่าเสียงของผมมันห่วยแตกขนาดไหน และหนำซ้ำการอัพเดทเรื่องข่าวสารวงการดนตรีของผมมันก็เชยสุดๆ
ไม่ไปก็ไม่เป็นไร แต่ช่วยไรหน่อยได้ไหมวะ?
ไร?
บอลยิ้มกริ่ม มันปิดความอยากของมันไว้ไม่อยู่อีกแล้ว มึงช่วยใช้สิทธิความเป็นพี่รหัสโทรชวนน้องกุ้งให้หน่อยดิวะ
สัด! แล้วกูจะชวนน้องเขายังไง! ผมประท้วงทันที เหตุผลแรกคือผมโน้มน้าวใจคนไม่เก่งเลยแม้แต่นิดเดียว เหตุผลที่สอง ผมไม่อยากต้องไปเกี่ยวข้องหรือทำตัวเป็นรุ่นพี่ที่คอยโอบอุ้ม หรือเลี้ยงข้าวน้อง ทั้งๆ ที่เปิดเทอมมาได้ตั้ง 3 เดือนกว่าอีกแล้ว
น้องกุ้งเป็นน้องรหัสของผม เธอเป็นสาวน้อยน่ารัก แต่ก็น่ารักเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ที่ไม่มีสมองเป็นของตัวเอง ต้องคอยให้เจ้าของตุ๊กตาหรือมนุษย์ที่มีหัวใจคอยช่วยให้มีชีวิตต่อไป และแน่นอน ในฐานะพี่รหัส ผมก็เป็นหนึ่งในเจ้าของของตุ๊กตาตัวนี้ ที่ต้องคอยหวีผม เปลี่ยนชุด ไม่ให้ตุ๊กตาตัวนี้หมดสวยหรือหมองใจ น้องกุ้งต้องการให้ผมสอนเธอว่าเธอควรจะไหว้ผมเวลาที่เดินผ่านหรือเปล่า? เธอต้องการให้ผมสอนเธอร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัย และบอกเธอว่าสัญลักษณ์และต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยนั้นสูงส่งแค่ไหน? เธอต้องการให้ผมบอกว่าเธอจะทำอะไรต่อไปเมื่อหมดเรียนช่วงบ่าย? ผมก็ทำตามที่เธอต้องการไปตามารยาทและธรรมเนียม ไม่ใช่เพราะความรู้สึก
ผมอาจเป็นรุ่นพี่ที่แย่มากในสายตาของรุ่นพี่ที่คิดว่าการดูแลน้องในลักษณะนี้เป็นการสร้างความรัก และเป็นการจูงมือน้องเดินไปสู่ชีวิตมหาลัยที่ถูกทาง
แต่สำหรับผมแล้ว ทั้งหมดมันก็แค่ตราบาปที่แสดงว่าการอบรมและการศึกษาของประเทศนี้ไม่ได้ทำให้คนบางคนก้าวผ่านจากความเป็นเด็ก ม.ปลาย ได้เลย
ผมเป็นแค่รุ่นพี่ที่ชี้ทางได้ แต่ไม่ใช่พระผู้ไถ่บาปที่จะจูงมือใครสักคนไปสู่ทางสว่าง
ที่ผมคิดอย่างนี้ก็คงเป็นเพราะ ผมไม่เคยเห็นด้วยหรือให้ความสนใจเรื่องระบบโซตัส หรือรุ่นพี่รุ่นน้องเท่าไหร่นัก มันจำเป็นอะไรที่ผมจะต้องถูกคนที่ไม่ใช่พ่อแม่ ไม่ใช่คนที่มีบุญคุณต่อคุณที่ทำให้ผมเข้ามาเรียนในมหาลัยได้ มานั่งว้าก นั่งด่าผม เหมือนผมเป็นตัวอะไรสักอย่างที่ไร้ค่า หรือเหมือนแพะรับบาปที่ไม่ได้ผิดอะไรแต่ต้องโดนซ้อม ผมมาเรียน ผมข้ามามหาลัยเพื่อใส่ใจกับการศึกษาและอนาคตของตัวผมเองเท่านั้น มันไม่ใช่หน้าที่ของผมที่จะต้องห่วงชีวิตของคนอื่น จนมากเกินไป อย่างที่พวกรุ่นพี่บางคนที่บอกกรอกหูตอนรับน้องตลอดว่า ขอให้รักกันไว้ตลอดชีวิตนะน้องๆ ที่นี้มันมหาลัย ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง ทุกคนมีอิสระที่ไม่ยึดถือใครหรือสำนักไหน อีกอย่าง คนอายุ 19 มันคงไม่ต่างจาก คนที่อายุ 20 เท่าไหร่หรอกนะ
มึงชวนได้อยู่แล้ว เพราะมึงเป็นพี่รหัสน้องเขา บอลยังพยายามหาเหตุผลต่อ แค่ถือคำว่า พี่ ไว้เป็นสรณะ ก็สามารถสั่งในน้องทำได้ทุกอย่างสินะ?
แต่ถ้ากูไม่ไปน้องเขาคงไม่ไปหรอกมั้ง? ถึงน้องเขาไปกูก็ไม่ไปอยู่ดี กูรู้ว่ามึงต้องการอะไร แล้วรู้ก็รำคาญเรื่องของมึง
ก็เพราะงั้นมึงต้องไปไง! บอลรวบรัดตัดตอนทันที และนั้นก็ทำให้ผมต้องกุมขมับแล้วส่ายหัวทันที เอาน่าๆ ถือว่าช่วยกูหน่อยล่ะกันราม กูเอาจริงจังนะคราวนี้ บอลพูดโอดครวญเมื่อเห็นท่าทีปฏิเสธของผม
ไปหน่อยเหอะน่า ถือว่าทำบุญให้เปรตไร้รักล่ะกัน ปินพูดแทรก
มึงว่าใครเปรตวะ ไอ้เหี้ย! บอลฟาดหัวฟาดหางใส่ปินแว่บนึงก่อนที่จะหันมาส่งสายตาขอร้องต่อ นะครับๆๆๆ คุณวิษณุ แล้วถ้าอยากจะกินอะไรกระผมจะเลี้ยงเป็นอย่างดี ช่วยกระผมด้วยเถอะขะร้าบ
ผมถอนหายใจเสียงดัง กูนึกแล้วว่ามันมันต้องเป็นแบบนี้ ไอ้โง่วิษณุ ทำไมมึงไม่ลุกออกไปตั้งแต่ทีแรกวะ มามัวนั่งเสียเวลากับเรื่องเฮงซวยแบบนี้ แถมบ่ายพรุ่งนี้ยังต้องเสียไปกับการนั่งไอ้เฮี้ยสองตัวนี้แหกปากร้องเพลงอีก
คงไม่ต้องบอกก็รู้แล้วใช่ไหมว่าบอลคิดอะไรอยู่หรือต้องการอะไรอยู่?
บอล ชอบ น้องกุ้ง
มันกำลังตาบอดเพราะความรักและความหลง บอลพยายามจีบน้องกุ้งมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าความสัมพันธ์จะไปถึงไหน มันซื้อตุ๊กตาให้น้องกุ้ง มันพาน้องกุ้งกับเพื่อนๆ ไปกินไอติม มันซื้อดอกไม้ให้น้องกุ้ง มันทำทุกอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งจะใช้จีบผู้หญิงมาเป็นนับครั้งไม่ถ้วน
แต่... เธอไม่มีทางสนใจบอลหรอก ไม่ใช่สิ เธอไม่มีทางสนใจผู้ชายเลยตะหาก ผมได้ยินใครหลายคนบอกว่ากุ้งเรียนโรงเรียนหญิงล้วน มีแฟนเป็นทอม
แน่นอน... บอลก็ไม่ได้เชื่อถือข่าวลือสักเท่าไรหรอกนะ...
แต่ถึงสาเหตุที่น้องกุ้งจะไม่สนใจไอ้บอลด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม จะเพราะว่าไอ้บอลมันไม่หล่อ หรือว่า มันแนวเกินไปก็ตาม ผมก็คิดว่า การที่มันตามตื้อหรือซื้อของเพื่อเอาใจใครสักคนหนึ่งที่ไม่เคยแยแสมันเลย เป็นเรื่องที่สิ้นเปลือง และโง่เง่าจนสุดคำบรรยาย
บอลไม่ใช่หมาเห่าเครื่องบิน แต่มันมันเป็นอะมีบาตัวเล็กๆ ที่ติดอยู่ใต้รองเท้าฟองน้ำของหญิงในฝันของมัน
ผมไม่อาจจินตนาการณ์ภาพตัวเองกำลังเสียเวลาให้กับการปรนนิบัตรผู้หญิงอย่างน้องกุ้ง เธออาจจะสวยจนทำให้ผู้ชายหลายคนหลงใหล แต่สิ่งที่เธอทำได้อย่างถนัดก็มีอย่างเดียวคือการโพสท่าให้ถ่ายรูป ให้คนมองเห็นแต่ด้านข้าง พยายามทำจมูกให้มองดูมีดั้งพร้อมกับเหลือกตาให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ โพสรูปลงเน็ต เขียนกำกับภาพไว้ข้างใต้ว่า กุ้งค่า ช่วยโหวตให้กะลางจัยนู๋ด้วยนะค่า
ทั้งชีวิตของเธอช่างสวยงามเหมือนภาพเขียนของแวนโก๊ะห์ ผู้ชายมากมายโอบอุ้มเธอให้เธอยังละเมออยู่ในความฝันที่ไร้เดียงสา
...เธอก็เป็นได้แค่นี้แหละ...
จริงๆ แล้ว เรื่องของน้องกุ้งกับไอ้บอลมันก็ไม่ใช่ปัญหาโดยตรงของผม แต่ที่มันเป็นปัญหาคือ ไอ้บอลมันมักใช้ความเป็นพี่รหัสของผมลากผมเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องของมันทุกที และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ผมอยากจะปฏิเสธ แต่พอรู้ตัวอีกที ผมก็กำลังหาเบอร์ของน้องกุ้งในมือถือแล้ว
เพื่อน เพราะ? เพราะแค่คำว่า เพื่อน งั้นเหรอ?
ฮะโหล สวัสดีค่ะพี่ราม เสียงใสของน้องกุ้งดังขึ้นพร้อมกับที่ผมก็กัดฟันตัวเองดังกรอดหันหน้าไปมองไอ้บอลอย่างอารมณ์เสีย
เอ่อ คือ มันไม่ใช่ปัญหาของผม.... มันไม่ใช่เรื่องของกูเลย วัน.... ผมเอามือบังหูโทรศัพท์ก่อนที่จะถามไอ้บอล วันไรวะ?
บ่ายพรุ่งนี้! คนที่ผมถามตอบอย่างอารมณ์เสียเมื่อผมไม่ได้แสดงท่าทีใส่ใจเลย
เอ่อ บ่ายพรุ่งนี้น้องกุ้งว่างไหมครับ? ตอบสิ ตอบ ตอบมาสิโว้ย ตอบมาว่าหนูมีเรียน ไป ไม่ได้ค่ะ
ก็ไม่มีเรียนอะไรอ่ะค่ะ
ผมกลืนน้ำลายเมื่อได้ยินคำตอบที่ตัวเองไม่ได้หวังไว้ ทำไงดี วิษณุ? ทำอะไรสักอย่างสิ ไม่ได้หรอกยังไงมึงก็ต้องไปอยู่ดี โกหกไปเลยไหมว่าน้องกุ้งไม่ว่างจะได้ไม่ต้องไป ไม่ได้ๆ แล้วจะบอกยังไง แล้วไอ้บอลล่ะ แล้ว เพื่อน ล่ะ? แล้วจะไปทั้งที่ตัวเองไม่อยากไปนี่นะ? ก็มันช่วยไม่ได้แล้วนี่นา ช่วยไม่ได้ พอทำอะไรที่ตัวเองทำไม่ได้ก็บอกว่าช่วยไม่ได้แล้วมานั่งเสียใจทีหลัง? งี่เง่า! ไอ้งี่เง่า!
เฮ้ย! รีบบอกน้องเขาไปสิว่าพวกเราจะไปเกะ! บอลตะโดนเสียงดังจนแน่ใจว่าน้องกุ้งที่อยู่ปลายสายต้องได้ยินแน่ๆ
เอ่อ คือ พวกพี่ว่าจะไปเกะที่มาบุญครองเลยมาชวนน้องกุ้ง น้องไปได้ไหมครับ? ห่าเอ๋ย ไม่มีทางเลือกแล้ว แผนการณ์โกหกของผมสูญสลายไปในอากาศ
พวกพี่เลี้ยงด้วยนะ! สัด! มึงพาผู้หญิงไปเที่ยวมึงก็ต้องเลี้ยงอยู่แล้วล่ะ!
เสียงของน้องกุ้งเงียบไปทันทีเมื่อผมถาม ผมอยากเห็นหน้าของเธอตอนนี้เหลือเกิน เธอจะทำหน้าดีใจจนยิ้มปากฉีกถึงหู? หรือทำหน้าลังเลว่าจะไปหรือไม่ไปกับรุ่นพี่ผู้ชายดี? จะอะไรก็ตามแต่ ผมก็คิดว่าผมก็คงไม่สนุกกับการไปเกะครั้งนี้แน่ๆ
อื้อ! ขอบคุณค่ะ ไปค่าๆ แล้วเจอกันที่ไหนคะพี่? ไม่น่ะ ไม่! เธอกำลังจะไปกับผู้ชายนะ ทำไมไม่คิดถึงหน้าพ่อแม่บ้าง ผู้หญิงสมัยนี้มันเสียสติกันไปหมดแล้วรึไงวะ!
น้องเขาถามว่าจะไปเจอที่ไหน ผมหันหน้าออกจากโทรศัพท์เพื่อถามบอลอีกรอบ กี่โมง ถามซะให้มันจบๆ ไป จะได้วางสักที!
หน้าหอประชุม บ่ายโมง โอนะ!
โอค่ะ! น้องกุ้งตอบรับด้วยน้ำเสียงดังลั่นเหมือนบอลไม่มีผิด แล้วเจอกันนะคะพี่ราม! แค่นี้นะคะ
ผมรู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกไปวิเดียวเมื่อเธอวางสาย ถึงยังไงซะบ่ายวันพรุ่งนี้ผมก็ต้องไปเท้าแขนอยู่ในห้องคาราโอเกะอุดอู้ ต้องฟังเสียงแหบๆ ควายๆ ของไอ้บอลที่ถล่มไปกับเพลงร็อค เสียงเป็ดๆ ของปินกับเพลงการ์ตูนของมัน เสียงแหลมปวดหูของกุ้งที่ร้องคลอกับเพลงใสๆ ไร้มลพิษของพวกบอยแบนด์เกิร์ลแกงค์
สุดยิด! บอลทำท่าเหมือนมิเชล บัลลัคตอนยิงประตูเข้าไม่มีผิด ส่วนปินก็พยักหน้าเหมือนนักวิจัยในสถาบันที่รับรองว่าทฤษฎี ใช้เพื่อนเป็นนกต่อหลอกหญิง นั้นใช้ได้ผลชงัดนักแล
ไอ้เฮี้ย ทำไมมึงไม่โทรบอกน้องเขาเองวะ ผมมองตาขวางทั้งๆ ที่รู้ว่ามันคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว
พรุ่งนี้แหละ กูจะระเบิดความอลังการณ์แห่งความรัก ให้น้องเขาได้เห็นว่ากูแคร์น้องเขาแค่ไหน ไอ้บ้าที่มัวเมาไปกับอารมณ์รักไม่ได้ฟังคำสบถของผมเลย มันทำหน้าทำตาหื่นๆ หัวเราะหุๆ กับตัวเองเหมือนกับว่าตัวเองได้บรรลุแผนที่แสนแยบยลไปแล้ว
ทำไมตอนนี้ผมถึงรู้สึกกลัวขึ้นมาแล้วว่าไอ้บอลจะทำอะไรน้องรหัสของผม? ไม่สิ มันไม่ทำอะไรหรอก บอลไม่ใช่คนแบบนั้น แต่ทำไมผมถึงรู้สึกแปลกๆกับคำถามที่เกิดขึ้นในใจ?
คนเราจะสามารถทำเรื่องงี่เง่า น่ารำคาญ และไร้สาระขนาดนี้เลยเหรอถ้าชอบหรือรักใครสักคนอย่างหัวปักหัวปำ?
ไม่ใช่ว่าสิ่งที่ทุกคนพร่ำสอนผมมาแต่เด็กคือการบอกว่ารักในวัยเรียนมันก็แค่การรักแบบชั่วครู่ชั่งคราวและเป็นรักของเด็กๆ เท่านั้นไม่ใช่เหรอ?
แล้วทำไมถึงต้องทุ้มให้กับมันขนาดนั้นในเมื่อมันเป็นแค่การเล่นสนุกไปวันๆ?
ในเมื่อ... มันก็แค่ความรู้สึกที่ไม่ใช่ความรัก?
ไอ้บอลยังหัวเราะกับความสำเร็จของมันต่อไป เรื่องราวต่อจากนี้คงไม่ได้จบลงอย่างง่ายๆ แน่ๆ ผมรู้ดีว่าผมไปสมคบกับคนที่คอยสร้างปัญหาให้ผมมากไปเสียแล้ว
...แต่ก็.... หนีออกมาไม่ได้ไม่ใช่เหรอ....?
________________________________
ผมกำลังนั่งจับเจ่าเอามือกุมเข่าตัวเองในขณะที่สายตากำลังมองภาพของพี่ป๊อดที่กำลังหันหลังเต้นบิดสะโพกอย่างเมามัน สลับตัดกับโน้ส อุดมแต้พานิชในวัยละอ่อนก็กำลังเล่นปิงปองตามจังหวะของเสียงเพลง
ไม่เคยรักใครเท่าติ๋ม เพราะติ๋มคนเดียวที่ทำให้หวั่นไหว
มีติ๋มคนเดียวเป็นหนึ่งในดวงฤทัย
ไม่เคยรักใครรักใครเท่าติ๋มเลย
บอลคงกำลังจินตนาการว่าตัวมันกำลังยืนอยู่ต่อหน้าผู้คนนับแสนในคอนเสริต เวค อัพ แอท เทน ในตอนนี้พิชัย ทองแสงชัย ชายหนุ่มมาดเซอธรรมดาๆ ที่หลงรักเสียงเพลงเป็นชีวิตจิตใจได้กลายเป็นธนชัย อุชชิน* ได้ในชั่ววินาทีด้วยเทคโนโลยีในการบำบัดความเครียดแสนวิเศษจากญี่ปุ่น
ไมค์เปลี่ยนมือไปที่ปินในเพลงถัดไป มันเริ่มร้องของนักร้องผู้หญิงญี่ปุ่นคนหนึ่งอย่างผิดคีย์ ผมแอบเห็นน้องกุ้งกับไอ้บอลทำหน้าเฝือนๆ แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา ผมรู้ว่าสองคนนั้นคงรู้สึกเหมือนๆ กันกับผม หากไม่มีความเกรงใจมาข่มเอาไว้ล่ะก็ จิตนอกสำนึกของเราทั้งสามคนคงสั่งให้เราตะโกนออกมาพร้อมกันว่า มึงเลิกเถอะ แม่งเสียงหยั่งกะควายเจ็บท้อง แน่ๆ
น้องกุ้งร้องเพลงถัดมา บอลทำท่าทางสงบเสงี่ยมต่างจากความเป็นจริงที่มันเคยกระทำต่อหน้าเพื่อนๆ อย่างคนละขั้ว โดยปกติแล้ว ถ้าวิทยุในรถของบอลเปิดเพลงของป๊อปใสๆ หรือเพลงวัยรุ่นขึ้นมาล่ะก็ บอลก็มักจะทำหน้ามุ่ยแล้วกดเปลี่ยนคลื่นทันที หรือถ้าไม่มีทางเลือก มันก็มักระบายออกมาด้วยประโยคยาวยืดที่ต้องมีคำว่า ห่วยแตก ประกอบอยู่ด้วยทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นสถานการณ์ที่ต่างกันออกไป ถึงเพลงที่น้องกุ้งร้องจะทำให้นายพิชัยแสลงหูเพียงใดก็ตาม แต่เขาจะจดจ่ออยู่กับเสียงของเธอเหมือนกับเสียงสวรรค์ได้ตลอดไป
ทั้งสามคนพลัดกันร้องเดี่ยวบ้างร้องรวมบ้าง ส่วนผมที่เหมือนหลุดออกจากจักรวาลไปแล้วก็ได้แต่เอามือปิดปากที่กำลังหาวฟอด ตาของผมเริ่มปรือ กี่โมง? บ่ายสามเอง? แต่ทำไมมันง่วงขนาดนี้? ทำไมผมไม่เอาเวลานี้นั่งรถกลับบ้าน หรือไปงีบหลับในห้องสมุด?
สติของผมกำลังเลือนลงไปทุกที เสียงเพลงที่ดังลั่นทั่วห้องเริ่มเบาลงเรื่อยๆ หลับ.... หลับเพื่อหยุดทุกอย่าง.....
หลับเพื่อหนีออกจากโลกที่ไม่มีให้เราอยู่
พี่รามคะ?
รามเว้ย
ราม!
พี่รามขา
ไอ้เชี่ยราม!!!!!!!!!
เสียงดังเป็นจังหวะเหมือนคนตอกตะปูทำให้ผมลืมตาตื่นขึ้น บอลที่กำลังทำหน้าเบี้ยวบูดบรรจงเคาะไมค์ลงมาที่หน้าผากผมเป็นครั้งสุดท้าย
ร้องบ้างสิมึงอ่ะ เพื่อนสุดรักกำลังชวนผมไปสู่ทางเสื่อมอีกแล้ว
ไม่เอาอ่ะ กูไม่ชอบร้อง
ห่า เปลืองค่าห้องโคด มานอนในห้องเกะ! ปินตะโกนใส่ไมค์โดยที่กลัวว่าชาวบ้านจะได้ยินเลย
เออ เดี๋ยวกูช่วยจ่ายเอง พวกมึงร้องไปเถอะ ผมปิดปากหาว ใช่ ยังไงก็เงินผม แต่ทำไมต้องเสียเงินให้กับสิ่งที่ตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยไม่ได้ล่ะ?
พี่ราม ร้องเถอะนะคะ กุ้งอยากฟังที่รามร้อง นะคะๆๆๆ น้องกุ้งเขยิบเข้ามานั่งติดกับผม พยักหน้าทำหน้างอนง้อเหมือนกับว่าเธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักที่สุดในโลก
ไม่อ่า พี่ร้องไม่เก่งจริงๆ นะ อย่ามายุ่งกับกูโว้ย!
นะค่า... น้า... สาวน้อย น่ารัก ยังไม่เลิกการอ้อนวอนของเธอ
ผมหันไปมองไอ้บอลเพราะไม่อยากให้มันรู้สึกหึงหรือโกรธที่ผมดูจะใกล้ชิดกับน้องเขามากเกินไป แต่ตรงกันข้าม บอลกลับขมวดคิ้วอย่างหัวเสียใส่ผม และในไม่ช้ามันก็เดินเข้ามาตรงหน้าแล้วยัดไมค์ใส่มือผมทันที
ร้องซะ แม่ง หัดทำตัวเสื่อมบ้างเถอะ! คนที่กำลังบังคับขู่เข็ญผมเดินไปเตะสายไมค์อย่างอารมณ์เสียแล้วหย่อนก้นลงเบาะดังปุ
ผมถืออุปกรณ์ขยายเสียงค้างไว้ในมือขณะที่ในก็หัวว่างเปล่า จะให้ทำยังไงดี? ใครสักคน ช่วยบอกได้ไหมว่าผมควรทำยังไง? ช่วยบอกผมทีว่าทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี้?
ปินลากคีย์บอร์ดพิมพ์ชื่อเพลงมาวางไว้บนตักของผมตามคำสั่งของ ฯพณฯ ท่าน พิชัย ทองแสงชัย ผมมองคีย์บอร์ดเหมือนเด็กญี่ปุ่นหลังแพ้สงครามที่ไม่เคยเห็นช็อคโกแลตแท่งยี่ห้อเฮอร์ชี่ ในไม่ช้า นิ้วมือทั้งห้าดูดติดลงบนแป้นพิมพ์เพราะเหงื่อ
กูร้องก็ได้...... แต่เพลงเดียวนะ แล้วทำไมล่ะ? ผมไม่ชอบฟังคำอ้อนวอนของใครแล้วก็ไม่อยากจะให้ใครที่ไม่ใช่พ่อแม่มาคอยจ้ำจี้จ้ำไชให้ผมทำอะไรที่ไม่ต้องการอีกแล้ว
เสียงร้องเย้ดังขึ้นจากน้องกุ้งและปิน ส่วนไอ้บอลก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะในปากเป็นการบอกว่า โถ่เอ๊ย...แม่งฟอร์ม และเมื่อ ความกล้า ของผมดูจะให้ทุกคนละความสนใจจากอย่างอื่น ผมก็ใช้โอกาสนี้พิมพ์ชื่อเพลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อตัดตอนไม่ให้พวกมันถามอีกว่า แล้วจะร้องเพลงอะไรอ่ะ?
เสียงโหลดข้อมูลดังมาจากกล่องฮาร์ดดิสคอมพิวเตอร์ที่วางอยู่ข้างหน้าจอทีวี หน้าจอสีดำเปลี่ยนเป็นสีเทาและปรากฏชื่อเพลงที่ผมกำลังจะต้องร้อง
นิทานหิ่งห้อย! เฉลียง! เว้ยโคดเรโทร!! บอลร้องลั่น ปินเกาหัวแกรก น้องกุ้งเอามือปัดผมออกจากไหล่ นึกแล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้
ผมอ้าปากกว้างสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ทำบ้าอะไรอยู่? เม้มปากอีกรอบก่อนที่เปร่งเสียงทุเรศๆ ของตัวเองออกไปใส่ไมค์
เด็กน้อยได้ยินเรื่องราว กล่าวขานมานาน ว่าหากใครได้จับหิ่งห้อย
มาเก็บเอาไว้ใต้หมอน นอนคืนนั้นจะฝันดี จะฝันเห็นดวงดาวมากมาย
ฝันเห็นเจ้าชายเจ้าหญิง ฝันแสนสวยงาม
อะไรบางอย่างที่สะสมในลำคอผมทำให้ผมเริ่มหายใจไม่ออก ผมกำลังหลอกตัวเองว่าผมตอนนี้ผมกำลังอ่านนินานสนุกๆ อยู่ ไม่ใช่ วิษณุ ไม่ได้ร้องเพลงเชยๆ เชิ่มๆ อยู่ แต่เขากำลังอ่านนิทานซึ้งๆ เรื่องหนึ่งให้เหล่าเด็กน้อยที่ไม่มีอยู่จริงตะหาก
เด็กน้อยนั่งตักคุณยายไต่ถามความจริง ยายยิ้มกินหมาก
หนึ่งคำไม่ตอบอะไรส่ายหัว ใจเด็กน้อยอยากเห็นจริง
อยากเห็นดวงดาวมากมาย อยากเห็นเจ้าชายเจ้าหญิง อยากฝันสวยงาม
หิ่งห้อยนับร้อยนับพัน ส่องแสงระยิบระยับกัน สว่างไสวไปทั้งต้นลำพู
เด็กน้อยแอบออกมา ไล่คว้าแสงน้อยมาดู ใส่ไว้ในกล่องงามหรู
ซ่อนไว้ใต้หมอน แล้วนอนคอยฝันดี
ตื่นเช้าพอได้ลืมตา มองเห็นคุณยาย มาแกล้งถามว่าเจอะอะไร
สนุกแค่ไหนที่ฝัน ใจเด็กน้อยจึงทบทวน ไม่ฝันเห็นอะไรมากมาย
รีบค้นเร็วไวใต้หมอนเปิดฝานั้นดู
สักพัก บอลที่เคยประกาศกร้าวถึงความเก่าของเพลงนี้ก็กลับร้องท่อนต่อของเพลงได้อย่างคล่องแคล้ว และเมื่อมีผู้นำ อีก 2 คนที่เป็นผู้ชมก็ร้องตามและละทิ้งความมีอคติต่อเพลงเก่าไปหมด สุภาษิตที่ว่า เกลียดตัวกินไข่ คงใช้ได้ดีกับสถานนี้ทีเดียว คนเรามักชิงชังกับอดีตทั้งๆ ที่ในมโนสำนึกนั้นกลับจำความประทับใจในอดีตได้แม่นยำเหมือนภาพติดตา
หิ่งห้อยในกล่องตอนนี้เหมือนหนอนตัวหนึ่ง ไม่สวยดังซึ่งตอนอยู่
ใต้ต้นลำพูส่องแสง ยายยิ้มแล้วสอนตาม จะมองเห็นความจริง
อย่าขังความจริงที่เห็น อย่างขังความงาม
หิ่งห้อยนับร้อยนับพัน ส่องแสงระยิบระยับกัน สว่างไสวไปทั้งต้นลำพู
เด็กน้อยถือกล่องออกมา เปิดฝา แล้วแง้มมองดู
หนอนน้อยในกล่องงามหรูก็เปล่งแสงสุกใสบินไปรวมกัน
เด็กน้อยนอนหลับสบายอมยิ้มละไม ใต้หมอนไม่มีกล่องอะไร
ไม่มีสิ่งใดถูกขัง นอนคืนนั้นจึงฝันดี ได้ฝันเห็นดวงดาวมากมาย
ฝันเห็นเจ้าชาย เจ้าหญิง ฝันแสนสวยงาม
พอแล้ว ไม่เอาแล้วนะ! นิทานจบลง พร้อมๆ กับที่ผมกล่าวแขวนไมค์ ถึงการร้องเพลงจะไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเลวร้ายเหมือนอย่างที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ แต่ถ้าจะให้ร้องอีกล่ะก็..... ขอบาย..
ก็เจ๋งดีนี่หว่า โด่.. ทำเป็นเก๊กไปได้ บอลยังระรานไม่เลิก
ห่า.. นึกว่ากูอยากร้องนักเหรอ? ผม เขวี้ยง ไมค์กลับให้ฝ่ายตรงข้าม ถ้านิทานเรื่องที่ไม่สนุกมันจบลงแล้วก็ไม่ต้องไปอ่านมันอีก แต่ทำไมถึงเอาเพลงที่เกือบจะลืมไปแล้วมาร้องล่ะ?
เออ นี่ เดี๋ยวเวลาก็หมดแล้ว ไปกินอะไรที่ไหนดีวะ? บอลพูดออกไมค์ น้องกุ้งว่าไงครับ?
สาวน้อยบาร์บี้ได้แต่ยิ้ม ไม่รู้สิคะ? เธอ ไม่เคยรู้อะไรเลย อยู่แล้ว แล้วแต่พี่ๆ ล่ะกัน
เอ็มเค! ปินชูไม้ชูมือเหมือนพวกตัวการ์ตูนที่ปิ๊งไอเดียอะไรสักอย่างออก ส่วนผมก็ได้แต่อมยิ้มแล้วนั่งเอาหลังกลับไปพิงเบาะเหมือนเดิมเพราะรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น ปินก็ฉลาดใช่ย่อย เพราะตามปกติแล้ว ถ้าไอ้ปินมันเสนอว่าเราควรไปกินเอ็มเคกันล่ะก็ บอลก็จะตัดบทด้วยการพูดว่า ไม่เอาอ่ะ กูแพ้แมงกะพรุน ไปทุกครั้ง ส่วนปินผู้พิศมัยในการรับประทานอาหารญี่ปุ่นหรือ อาหารที่ดูจะเป็นอาหารญี่ปุ่น ก็จะบ่นอุบว่าเพื่อนรักของเขาเค็มโคดพ่อโคดแม่ แต่ก็ต้องยอมเพราะถึงยังไงซะบอลก็เป็น ลูกพี่ ของเขา
สำหรับบอลแล้ว การเสียเงินให้กับสุกี้ที่ไม่ใช่สุกี้วุ้นเส้นราดซอสเต้าเจี้ยวเผ็ดๆ นั้นเป็นถือเป็นการใช้เงินอย่างไร้เหตุผลยิ่งนัก แต่การเสียเงิยเฉียดพันให้ซีดีมือสองแผ่นเดียวของมันถือว่าเป็นความคุ้มค้าแถมยังได้ช่วย เก็บรักษาประวัติศาสตร์ของผลงานมาสเตอร์พีชไทย อีก
ปินทำถูกแล้วที่เลือกไปกินร้านอาหารแบบนี้ในสถานการณ์นี้ เพราะสถานการณ์นี้... มันใช่สถานการณ์ปกติอย่างที่ผมพล่ามมาซะทีไหนล่ะ?
น้องกุ้งว่าไงล่ะ? บอลพยายามตีสีหน้าปกติ ถึงจะหลอกน้องกุ้งได้ แต่เพื่อนมันที่นั่งหัวโด่ 2 คนตอนนี้ก็รู้ดีว่ามันอยากจะเปลี่ยนเป็นที่อื่นเต็มแก่
ก็ได้ค่ะ เอ็มเคก็ได้ กุ้งชอบกินสุกี้
ซุโก้ย.. ปินพูดคำออกมาเบาๆ แล้วกำมือแบบกำลังร้องเยส ในขณะที่ขนาดของใบหน้าบอลดูจะเล็กลงไป 5 เท่าจากของเดิม
________________________________
หยดไอน้ำเริ่มเกาะกลุ่มที่ฝาหม้อจนเป็นฝ้าไปหมด ผมมองเหม่อไปยังภาพสีมัวที่ปกคลุมจนเกือบมองไม่เห็นว่าเหล่าไอน้ำซ่อนอะไรเอาไว้ ส่วนข้างๆ คือจานผักและถาดใส่เนื้อสัตว์วางนิ่งรอเวลาเพื่อเป็นอาหารอันโอชะให้กับชาย 3 หญิง 1
ตอนนี้ทุ่มกว่าแล้ว ท้องฟ้าข้างนอกคงมืดไปแล้วแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นเวลาที่คนทุกคนต้องกลับบ้าน รอบๆ ร้านอาหารที่เต็มไปด้วยควันและกลิ่นของผักและเนื้อที่คละเคล้ากันแห่งนี้ยังมีเหล่าผู้คนที่กำลังสังสรรค์และสร้างสรรค์บทสนทนานับร้อยเรื่องเหมือนกับจะไม่มีวันเลิกรา
เหย...ทำไมน้ำไม่เดือดสักทีวะ เตาเสียหรือเปล่า? บอลพยายามหาเรื่องให้เราไปกินร้านอื่นด้วยมาตรการสุดท้าย ถ้าเซอร์วิตมันห่วย ก็อย่าไปแด๊กมันเลย
รอก่อนเดะวะ เพิ่งมานั่งเองนะเว้ย ปินที่ทำสงครามประสาทกับบอลมาตั้งแต่เข้ามานั่งในร้านตอบโต้อีกครั้ง
นี่ ปกติพี่ๆ กินสุกี้กันยังไงคะ? น้องกุ้งแกะตะเกียบออกจากซองแล้วถามขึ้น
พี่ชอบใส่ทุกอย่างรวมกันไปเลยอ่ะ ปินกัดตะเกียบไปพลางตอบกินชาเย็นไปพลางในขณะที่บอลกำลังลอยขึ้นสวรรค์เพราะคำถามที่มากับเสียงใสๆ
เอ่อ.... บอลทำท่ากระแอมกระไอ พี่ก็....ผักลงไปก่อนน้ำมันจะได้หวานๆ มันเน้นคำว่า หวาน หนักกว่าคำอื่น จากนั้นก็ใส่เนื้อลงไป ไข่ก็อย่าตอกลงไปเลยเพราะพี่ว่ามันเหม็นคาว บอลยังสาถยายวิธีทำสุกี้ต่อไปไม่หยุด ปินกับผมได้แต่ตีหน้าเซ็ง เพราะรู้ดีว่าบอลกำลังแสดงมหกรรมการแถครั้งใหญ่
ถ้า.. ผมเริ่มเพราะชักเบื่อกับการนั่งตรงนี้แล้ว ถ้า....อีกนานน้ำมันจะเดือด...ขอไปร้านหนังสือแป๊ปนะ
สามคนที่เหลือมองหน้าผมทันทีเหมือนผมเป็นเอเลี่ยน โอ๊ย... ไอ้คุณหนอนหนังสือ บอลเอานิ้วแคะจมูก ผมได้แต่ส่ายหน้าอย่างไม่สนใจก่อนที่จะพลักเก้าอี้เดินออกนอกร้านมุ่งหน้าไปที่ร้านหนังสือธรรมดาๆ แบบที่หาได้ตามร้านทั่วไปร้านหนึ่ง
ผมรู้สึกว่าตัวเองได้ก้าวเข้ามายังโลกที่เป็นตัวเองแล้วเมื่อเดินเข้าไปในร้าน กลิ่นของหมึกพิมพ์ ความเงียบสงัดที่มีเสียงเปิดหน้ากระดาษแทรกอยู่วิ่งตรงเข้ามาที่ประสาทสัมผัส ทุกสิ่งช่างต่างกับสถานที่ที่แสนวุ่นวายเมื่อครู่เหลือเกิน
ผมเดินเข้าไปที่ซุ้มวางหนังสือออกใหม่ที่ส่วนมากมีแต่หนังสือนิยายรักเกาหลี ผมเปลี่ยนสายตาไปมองทางอื่น หนังสือเล่มใหม่ของวินทร์ เลียววาริณ วางเป็นตั้งไว้เคียงกับหนังสือเล่มเก่าของเขา ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน ปลาที่ว่ายน้ำในสนามฟุตบอล
ผมหยิบประชาธิปไตยบนเส้นขนานมาเปิดอ่านแบบผ่านๆ ควรจะซื้อดีหรือเปล่า? ผมเคยอ่านหนังสือเล่มนี้มาแล้วตอนอยู่ ม.ต้น แต่เนื้อหาในหนังสือมันเลือนลางเหลือเกิน ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน? มันอยู่บนเส้นขนานหรือมันอยู่บนเส้นป่านกันแน่? การเมืองมันก็แค่นั้นแหละ ถึงจะพยายามไปเท่าไหร่ เส้นขนานหรือเส้นป่านมันไม่สามารถขลายเป็นถนนโรยคอนกรีตที่มั่นคงได้หรอก
ก็คนจะจริงอย่างที่จอร์จ ออร์เวลบอกไว้.... ในโลกนี้มีคนสามระดับคือชนชั้นสูง ชนชั้นกลาง และชนชั้นแรงงาน ชนชั้นกลางจะทำทุกอย่างเพื่อช่วงชิงอำนาจมาจากชนชั้นสูง ในขณะที่คนชั้นแรงงานก็ยังย่ำอยู่ที่เดิม รอเพียงเวลาให้ความฝันอันสูงสุดมันเป็นจริงขึ้นมาเท่านั้น
ผมก็เป็นแค่ชนชั้นกลางคนหนึ่งเหมือนกัน ผมกำลังมาเรียนเพื่อเลื่อนสถานะของตัวเองให้สูงขึ้นเพื่อหลบหนีจากชนชั้นรุ่นพ่อรุ่นแม่หรือ? ที่สอนกันมาตั้งแต่เด็กว่าเราต้องเป็นคนดีเพื่อสังคมที่น่าอยู่ขึ้นมันเป็นข้อแก้ตัวบังหน้าที่ดีกว่าของจุดประสงค์ที่แอบซ่อนไว้ใช่ไหม? เพราะสุดท้าย... ทุกคนก็ทำอะไรเพื่อเลื่อนตัวเองให้สูงขึ้นกว่าคนอื่นไม่ใช่เหรอ?
ทำไมกูต้องมาคิดเรื่องอะไรแบบนี้ทั้งๆ ที่กูเรียนศิลปศาสตร์วะ?
พูดถึงการเมือง.... 1984 ของ จอร์จ ออร์เวล... จากที่ได้อ่านไปไม่ถึงครึ่งเล่ม ผมก็ว่ามันเป็นหนังสือที่สนุกทีเดียวล่ะ แต่มันจะสนุกกว่านี้อีกถ้าผมสามารถตีความหรือเข้าใจคำทุกคำที่เขียนในหนังสือ เพราะนอกจากมันจะเป็นหนังสือเนื้อหานิยายแล้ว 1984 ก็เป็นหนังสือการปกครองดีเล่มหนึ่งเลยทีเดียว
ควรจะไป... ขอบคุณแกรนท์ดีหรือเปล่า? ไม่น่ะ ทำไม ผมจะต้องไปขอบคุณมันด้วย ผมไม่ได้ทำอะไรติดค้างมันไว้ซะหน่อย มันตะหากที่จะต้องมาอธิบายไอ้ที่พูดเอาไว้ ใครจะไปชอบมันกันวะ... ใครจะไปชอบผู้ชาย...
เลิกคิดได้แล้ว...เลิกฟุ้งซ้านได้แล้ววิษณุ...ซื้อหนังสือ...ออกจากร้าน...กลับไปนั่งกินเอ็มเค...กลับบ้าน...อ่านหนังสือ...นอน....แค่นั้นแหละ...ซ้ำซาก...แต่ก็ยังดีกว่ามีอะไรใหม่ๆ ที่วุ่นวายเข้ามา
ผมเดินไปที่แคชเชียเพื่อซื้อประชาธิปไตยบนเส้นขนานมา ดอง ไว้ที่บ้านอีกเล่ม พนักงานคิดเงินอย่างรวดเร็วแล้วส่งถุงหนังสือพร้อมกับใบเสร็จให้ผมด้วยรอยยิ้มและคำขอบคุณ ไอ้บอลมันต้องแซวผมอีกแน่ๆ ที่บ้านมึงทำร้านเช่าหนังสือหรือไงวะ? บลาๆ มันก็เป็นแบบนี้ซะทุกครั้งแหละ
พี่..พี่รามคะ?
ผมหันหลังควับแบบกึ่งประหลาดใจกึ่งตกใจกึ่งไม่พอใจไปทางเสียง หนึ่งในสิ่งที่ผมเกลียดที่สุดหรือการที่จะต้องคุยกับใครในเวลาที่ผมอยากอยู่คนเดียว ไม่ใช่ว่าผมอยากจะอยู่คนเดียวในโลกนี้หรอกนะ แต่มันก็มีบางเวลาบ้างแหละที่คนเราต้องอยากกลับมาเป็นเพื่อนกับตัวเองบ้าง
แต่.......เวลาที่กลับมาเป็นเพื่อนกับตัวเองหรือการเป็นเพื่อนกับอะไรที่ไม่ใช่ ตัวเอง มันไม่มากไปหน่อยแล้วหรือ?
น้องกุ้งเจ้าของเสียงเรียกยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าผม ในมือเธอมีกระเป๋าถือทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสพิมพ์ลายสุนัขพันธุ์เทอร์เรียของแฮร์รอดอยู่ สาวน้อยคนนี้ยังคงยืนด้วยท่าทางอิดออดที่ทำให้ชายหนุ่มหลายๆ คนใจละลายเหมือนเดิม
ซื้อหนังสือเหรอคะ? เธอมองมาที่ถุงหนังสือที่อยู่ในมือของผม ผมพยักหน้าตอบเธอว่าใช่ เรื่องอะไรเหรอคะ? เธอถามอย่างสนอกสนใจ แต่ก็แค่ความสนอกสนใจตามมารยาทเท่านั้น
ประชาธิปไตยบนเส้นขนานครับ ผมตอบเธอไปตามมารยาทเช่นเดียวกัน
ไม่รู้จักอ่ะค่ะ ก็แน่อยู่ ผมไม่ได้แคร์หรอกว่าเธอจะรู้จักหรือเปล่า และผมก็จะไม่ดูถูกเธอด้วยว่ารสนิยมเธอมันแย่เหลือเกินเหมือนที่หลายๆ คนอาจจะทำ เพราะก็คงมีหลายๆ อย่างที่อยู่ในรสนิยมของเธอที่ผมคงไม่รู้จักและไม่อยากจะรู้จัก
เดี๋ยวพี่กลับไปกินแล้ว น้องกุ้งมีอะไรหรือเปล่า? ผมส่งยิ้มให้เธอ ยังไง... ผมก็ยังเป็นพี่รหัส
อ้อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ กุ้งมาเข้าห้องน้ำน่ะค่ะ
อ้อครับ งั้นเดี๋ยวเจอกันที่ร้านนะ ผมหยิบแผ่นวีซีดี บันทึกจากสวนลุม ที่วางไว้ข้างแคชเชียร์มาดูผ่านๆ แล้วมองไปทางฝ่ายตรงกันข้ามที่เมื่อได้เห็นหน้าผมก็กลับส่งสายตาเหมือนไม่พอใจกับอะไรบางอย่างอยู่เพียงแค่ชั่วเสี้ยววินาที
กูไปทำอะไรให้วะ...?
พี่รามคะ กุ้งจะไปเอาเค้กที่สั่งไว้กะจะให้พวกพี่บอลหลังกินสุกี้กันเสร็จน่ะค่ะ คือกุ้งก็ยิ่งซุ่มซ่ามอยู่กลัวว่าจะทำตกไปเดี๋ยวพวกพี่ๆ จะไม่ได้กินซะก่อน
สวรรค์ทรงโปรด... ในที่สุดกุศลผลบุญที่พิชัยได้สั่งสมมาก็ทำให้สาวน้อยที่มันหลงรักแลมันบ้างแล้ว ต่อจากนี้เป็นต้นไป ผมกับปินจะได้ไม่ต้องมาฟังคำหวานรักน้ำเน่าเคลือบช็อคโกแลตบูดของมันอีก พอถึงวันจันทร์บอลก็จะเดินมาหาเพื่อนของมันด้วยมาดของจเด็ด ไอ้พวกเฮี้ย น้องกุ้งรับรักกูแล้ว มึงเห็นไหม? กูบอกมึงแล้ว ว่าสักวันน้องเขาต้องเห็นความดีของกู วะฮ่าๆๆๆๆ ใช่...มันควรจะเป็นแบบนี้... มัน ต้อง เป็น แบบ นี้!
อ้อ ได้ครับเดี๋ยวพี่ไปช่วยขนให้ ผมตอบรับอย่าง ยิน ดี ที่ สุด
ผมยิ้มในใจให้ตัวเองในระหว่างที่เดินตามน้องกุ้งไป ในใจผมคงลิงโลดให้กับชัยชนะของไอ้บอลและความรู้สึกโล่งอกของตัวเองจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ผมยังตามน้องกุ้งไปเรื่อยๆ เพราะความไม่รู้ทางและความเหม่อลอย จนในที่สุด เธอก็หยุดเดิน ตอนนี้เรามายืนอยู่ด้วยกันแค่สองคนตรงหน้าลิฟท์ที่อยู่นอกอาคารฝั่งที่ติดกับลานจอดรถ
ผมมองไปที่ประตูกระจกซึ่งทำหน้าที่กั้นโลกของผู้คนจอแจออกจากโลกแห่งความเงียบที่เรายืนอยู่ น้องกุ้งมองไปที่ประตูลิฟต์แต่ก็ไม่ได้กดลิฟต์หรือบางทีเธออาจจะกดไปแล้วแต่ผมไม่เห็น
พี่รามคะ... น้องกุ้งพูดขึ้นมาจากข้างหลัง
ครับน้องกุ้ง วิษณุ พลหล้ายังคงระรื่นและมื่นชื่นเช่นเดิม เขากำลังหลุดพ้นออกจากปัญหาร้อยแปด และฉากต่อไปก็จะเป็นแบบนี้แน่นอน
พี่รามคะ/มีอะไรเหรอครับ/คือ....อาจจะไร้สาระนะคะแต่ช่วยหนูหน่อยเถอะค่ะ/ว่ายังไงล่ะครับ?/ขอร้องนะคะ/ครับ/อย่าบอกใครนะคะพี่/ครับ พี่ไม่บอกหรอก แต่น้องต้องบอกพี่ก่อนนะ/พี่รามคะ หนูชอบพี่บอลมากๆเลยค่ะ/หา จริงเหรอ? (*เป็นการตกใจพอเป็นพิธี)/จริงค่ะ... หนูชอบพี่เขามากๆ เลยนะคะแต่หนูไม่กล้าบอก หนูอยากจะบอกวันนี้แต่หนูก็ไม่กล้าอีก พี่รามช่วยหนูหน่อยได้ไหมคะ/ เอ่อ น้อง... แน่ใจแล้วเหรอ... ไอ้บอลมันดู... (*เป็นความเป็นห่วงพอเป็นพิธี)/ไม่หรอกค่ะ หนูรู้นะคะว่าความจริงพี่บอลเขาเป็นคนดี/ อืม.. มันก็ดี/ นะคะพี่ราม! ช่วยกุ้งหน่อยนะคะ!/แล้วกุ้งจะให้พี่ช่วยยังไงล่ะครับ พี่ก็ยังไม่เคยมีแฟนนะ/อืม.../เอางี้ไหม ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วพี่จะบอกอะไรให้อย่างนึงเอาไหม?/คะ?/ความจริงบอลก็ชอบน้องมาตลอดนะรู้ไหม? (*เป็นการสรุปเรื่อง)/จริงเหรอคะ!/จริงดิ พี่กับไอ้ปินน่ะฟังมันบอกว่าชอบน้องมาจนเบื่อเลยล่ะ/จะ...จริง...ใช่ไหมคะ... (*หญิงสาวหยิบผ้าเช็ดหน้าสีชมพูออกมาจากกระเป๋าแล้วซบหน้าลงเพื่อปล่อยเสียงสะอื้น ในไม่ช้าเธอก็ปายสายตามาแดงกร่ำมาที่ราม) / จริงสิ! ถ้าน้องไม่รีบบอกมันเดี๋ยวมันจะเปลี่ยนใจเอานะ! เอาล่ะ ไปเถอะ! กล้าๆหน่อย! (*การส่งให้ไปดีที่ความจริงเป็นการถีบให้ไปพ้นๆ)/ค่ะ หนูจะพยายาม!
พี่ราม กุ้งชอบพี่รามค่ะ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า... ฮา.... หา......
อ่ะ...... อะไรนะครับ?
กุ้งชอบพี่ราม...มาตั้งนานแล้วค่ะ
หยั่งงั้นเหรอครับ? ความคิดที่กำลังสับสนในหัวผมทำให้ผมตอบอะไรบ้าๆ ออกไปซะแล้ว หยั่งงั้น....พูดหยั่งงั้นออกไปได้ยังไง... มันเหมือนกับเป็นจุดสตาร์ทของประโยค หยั่งงั้นเหรอครับ? ใจตรงกันเลย ชัดๆ
ผมยืนค้างอยู่ตรงหน้าเธอ พูดอะไรไม่ออกเพราะอยากให้เธอพูดก่อน ชอบ? ชอบเหรอ? ผมได้ยินคำนี้จริงๆ เหรอ? แล้วความรู้สึกของผมตอนนี้เหรอ? ผมไม่ได้เกลียดน้องกุ้งแต่ผม ชอบ เธอหรือเปล่า? คำว่า ชอบ มันคาบเกี่ยวกับคำว่า รัก อยู่หรือเปล่า? แล้วมันยังไงล่ะ? ผมเคยรักใครจริงๆ หรือยังถึงขนาดจะบอกว่าผมไม่ได้ต้องการความรักอะไรเลย?
บ้าน่า... ไม่ได้ชอบ ก็แปลว่า ไม่ได้รัก ไม่ได้รัก ก็แปลว่า ไม่ได้อยากเป็นแฟน ไม่ได้เป็นแฟนก็แปลว่าต้องปฏิเสธ แล้วจะคิดอะไรให้มากความ?
ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาเกิดกับกูด้วย!
น้องกุ้ง...อย่าดีกว่า..พี่...
พี่ราม... พี่อาจจะคิดว่าหนูมันก็แค่เด็กผู้หญิงที่วันๆ เอาแต่เล่น... แต่ครั้งนี้หนูคิดจริงๆ นะคะ หนูลองถามตัวเองมานานแล้วว่าหนูชอบพี่จริงๆ หรือเปล่า แต่ทำเท่าไหร่ก็ลืมหน้าพี่ไม่ลงสักทีเพราะหนูชอบพี่จริงๆ นะคะ
พี่...
พี่รามรู้ตัวไหมคะว่าตัวเองทำตัวเหมือนคนที่มีความทุกข์อยู่ตลอดเวลา
ไม่ใช่น่ะ...พี่ก็... เธอเป็นใคร? ใครที่ไหนที่จะมารู้ว่าผมเป็นยังไง? เธอไม่มีวันได้เป็นคนที่รู้ใจผมหรอก แค่พูดว่า เธอดูเป็นทุกข์นะ มันก็พูดได้กับทุกคนแหละ เพราะมนุษย์มันก็มีแต่ความทุกข์ไม่ใช่หรือ?
ขอโอกาส...ให้กุ้งเถอะค่ะ...กุ้งไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีแล้ว กุ้งชอบพี่จริงๆ นะคะ น้องกุ้งกำลังทำสิ่งที่เหมือนกับผมจินตนาการไว้ก่อนหน้านี้ หญิงสาวหยิบผ้าเช็ดหน้าสีชมพูออกมาจากกระเป๋าแล้วซบหน้าลงเพื่อปล่อยเสียงสะอื้น ในไม่ช้าเธอก็ปรายสายตามาแดงกร่ำมาที่ราม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนคือ เธอไม่ได้กำลังร้องไห้เพราะความตื่นตัน และสายตาที่เธอกำลังปรายมาก็ไม่ใช่สายตาที่กำลังตื่นเต้น
เธอกำลังสิ้นหวัง...เจ็บปวด...
เธอ...ที่ผมคิดว่าเป็นแค่ตุ๊กตาที่มีความรู้สึกตามเจ้าของ กำลังแสดงความรู้สึกที่ตัวผมยังคิดไม่ออกว่าจะทำได้...
ทำไมต้องร้องไห้? ทำไมต้องร้องไห้ให้กับความรู้สึกเป็นแค่ความคะนองแบบนี้ด้วย?
เรื่องนี้...พี่ก็...ไม่รู้สิ... มันเร็วไปมากเลย กุ้งไม่ชอบคนอย่างพี่หรอกครับ...อย่าดีกว่า ผมพยายามเตือนเธอ... เตือน... ผมใช้คำไม่ผิดหรอก... ไม่มีใครหรอกที่จะมาเป็นคนที่อยู่ข้างๆ ผมได้ตลอดเวลา และคงไม่มีวันที่จะมีคนที่รับมือกับความวิปลาสของผมได้
แล้วพี่รามจะรู้ได้ยังไงล่ะคะว่าหนูจะไม่ชอบพี่! พี่ยังไม่เคยจะเปิดใจให้หนูเลย... น้องกุ้งตะโกนเสียงดังจนผมต้องรีบหันกลับไปดูข้างใน... โชคดีที่ยังไม่มีใครได้ยินเสียงเธอ.. จะให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมก็ได้...แต่กุ้งอยากให้พี่รามให้โอกาสกุ้งบ้าง...นะคะ...ได้ไหมคะ... บางทีพี่อาจจะชอบกุ้งขึ้นมาก็ได้นะคะ
ให้โอกาส... กูไม่ใช่ผู้ชายเอื้ออาทรนะ! อาจจะชอบเธอขึ้นมา? การชอบน่ะมันจะเกิดขึ้นมาเฉยๆ ได้ยังไง แต่... แต่ทำไม...ร้องไห้...เจ็บปวด...บ้า...บ้าน่า...บ้าที่สุดเลย...
นะคะพี่ราม...
........................
ได้ไหมคะ.......
.......................
แต่.... แต่... ไอ้บอล... ลืมไปสนิทเลย ไอ้บอลมันชอบน้องกุ้ง แต่น้องกุ้งมาชอบผม มันกลายเป็นเรื่องรักสามเส้าที่มีประเด็นทรยศเพื่อนขึ้นมาอีกประเด็นแล้วสินะ ไม่...ผมจะไม่ยอมทะเลากับไอ้บอลเพราะเรื่องงี่เง่า
กุ้งรักพี่รามจริงๆ นะคะ
อย่าพูดว่ารักเลย... ผมพึมพำแค่เบาๆ เพราะไม่อยากให้เธอได้ยิน ผมรู้สึกกึ่งสงสารกึ่งสมเพชที่คำว่า ชอบ เปลี่ยนเป็นของเธอเปลี่ยนเป็น รักได้ภายใน 2 นาที
พี่...ไม่ชอบกุ้งเหรอคะ?
ไม่ใช่นะ พี่ไม่ได้ไม่ชอบกุ้ง แต่พี่ไม่ได้ชอบน้องแบบนั้นเลยครับน้องกุ้ง พี่ไม่อยากให้เราเลยไปไกลมากกว่าพี่น้อง
จะทำยังไงดี? ถ้าคู่กรณีคราวนี้เป็นคนอื่นที่ผมไม่รู้จัก ทุกอย่างมันคงจบลงได้ง่ายกว่านี้เยอะ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายเป็นน้องรหัส และอีกฝ่ายก็เป็นเพื่อน
แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?
ระหว่างผมกับน้องกุ้งมีทางเลือกสองทางคือ หนึ่งเราคงต้องเป็นแฟนกัน สอง เราจะมองหน้ากันไม่ติดอีกต่อไปทั้งๆ ที่ต้องเจอกันบ่อยๆ
แต่ระหว่างผมกับบอลมีทางเลือกอยู่ทางเดียว.... ไม่ว่าผมจะปฏิเสธหรือยอมรับน้องกุ้ง บอลกับผมคงแตกหัก มึงก็รู้ว่ากูชอบน้องเขา มึงยังทำหยั่งงี้ได้อีกเหรอ ผมรู้ว่าบอลจะพูดยังไง ถ้าให้เรื่องรักสามเส้าเข้ามาเกี่ยวด้วยล่ะก็ ถึงจะไม่ใช่ความผิดของใคร ก็คงไม่มีเพื่อนคนไหนจะอยู่รวมกลุ่มเดียวกันได้อีกหรอก
น้องกุ้งครับ....พี่ว่า...ให้เป็นเหมือนเดิมเถอะ น้องยังต้องอยู่ในมหาลัยอีก 4 ปี เดี๋ยวก็ได้เจอคนเยอะแยะมากมายที่ดีกว่าพี่อีก
พี่ราม...ถ้าพี่ไปกุ้งตายแน่ กุ้งชอบพี่รามจริงๆ นะคะ
ตาย.... พูดแบบนี้ออกมาได้ยังไง...แล้วคนที่รักเธอจริงๆ ล่ะ ถ้าเขาได้ยินว่าเธอจะยอมตายเพื่อรักเหมือนหนังน้ำเน่าเกาหลีที่กำลังฮิตเพียงเพราะเธอรู้สึกขึ้นมาว่าชอบคนที่ไม่ได้ชอบเธอเลย เขาจะคิดยังไงล่ะ
ตาย... ถ้าผู้หญิงคนนี้ไปโดดตึดตายหรือกินยาตายขึ้นมาล่ะก็...ตำรวจก็จะสันนิษฐานสาเหตุการฆ่าตัวตายว่าเป็นเพราะ เครียดจัดจากเรื่องเรียนหรือไม่ก็เรื่องความรัก แล้ววันต่อมา หนังสือพิมพ์หัวสีก็จะพาดหัวไว้ครึ่งหน้ากระดาษว่า นักศึกษา ม. ดัง ฆ่าตัวตายประชดรักรุ่นพี่
ไม่...เอา...น่ะ...มันไม่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาหรอก...แต่...แต่ถ้ามันเกิดล่ะ.... คนสมัยนี้มันชอบทำอะไรวู่วามอยู่ด้วย
ผมก้มหน้ามองปลายรองเท้าตัวเองสักพักก่อนที่จะยื่นนิ้วชี้เข้าปากเพื่อกัดเล็บเหมือนกับทุกๆ ครั้งที่ในหัวคิดอะไรไม่ออก น้องกุ้ง ผมยันเสียงดังเพื่อให้เธอสงบ ทั้งๆ ที่ก็ไม่คิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรต่อ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที น้องรหัสของผมก็วิ่งออกไปในตึกหายไปกับผู้คนหลากสีผิวแล้ว
ผมยกมือขึ้นมากัดเล็บอีกรอบ เธอกำลังทำอะไรอยู่กันแน่? เธอต้องการอะไรกันแน่? ผมควรตามเธอไปหรือเปล่า? อย่าเลย... เพราะบางทีมันอาจจะเป็นสิ่งที่เธอวางแผนไว้แล้วว่าผมจะต้องทำเพื่อเธอ ผมไม่ใช่คนดีนักหรอก แต่ก็ไม่ได้เลวถึงขนาดอยากให้ทำร้ายตัวเองหรือจะนึกสะใจถ้าเธอจะพยายามฆ่าตัวตาย
แล้วจะ...ทำยังไงดี...วะ..
ผมเดินกลับไปที่เอ็มเค พยายามคิดว่าจะพูดอะไร พยายามนึกว่าไอ้บอลมันจะทำหน้ายังไง เล่าเรื่องทั้งหมดไป หรือว่าจะเก็บไว้ ไม่ว่าทางไหนมันก็ดูห่วยไปทุกทาง ผมเดินอย่างใจลอยจนแทบจะชนกับเด็กเสริฟเข้า และเมื่อไปถึง สิ่งที่เห็นกลับเป็นตรงกันข้าม บอลกับปินกำลังยัดของในหม้อเข้าปากกันอย่างเมามัน เป็ดย่างที่อยู่ในจานข้างๆ หมดไปเกินครึ่งแล้ว
ไปไหนมาวะ แม่งเดี๋ยวหมดหรอก ห่า มันจะหมดอยู่แล้วแหละ ปินพูดทั้งตะเกียบ
ผมนั่งลง เอามือประสานกันไว้บนโต๊ะเหมือนจะสารภาพบาป พอดีเจอคนรู้จักน่ะ
โอ๊ย!!! โคดเสียดายเล้ย! บอลเอามือก่ายหน้าผากปิ่มว่าจะขาดใจตาย พอมึงออกไปแป๊ปเดียว แม่น้องกุ้งก็ตามตัวให้กลับบ้านแล้วอ่ะ!
แม่น้องกุ้ง? อืม เหรอ ฟาดเคราะห์ไปน่ะมึง วางแผนไว้ดีหนิ.... ผมแสยะยิ้มให้บอลเพราะว่ากำลังฝืนตัวเอง แต่ผลที่ได้ก็ไม่เลว เพราะบอลตีความรอยยิ้มนั้นเป็นการถากถางมัน
แต่ช่างเถอะ... คนสวยน่ารักก็ต้องมีแม่คอยคุมอยู่แล้ว อย่างนี้สิ ถึงจะมีเสน่ห์อย่างไทย! บอลหัวเราะตามประสาเด็กไฮเปอร์แล้วตบหลังปินเสียงดัง ปึก ที่หลังปินจนอีกฝ่ายแทบสำลักน้ำชาที่ดื่มอยู่
ผมชีกตะเกียบออกมาจากซองแล้วคีบหนวดปลาหมึกเข้าปากโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา บอลยังไม่รู้อะไร.....มันก็ดี...แต่ผมกำลังหลอกมันอยู่ใช่ไหม? ทุกอย่างไม่ได้โอเคอย่างที่เห็นว่าเป็นหรอก
เย็นวันนั้นผมกินสุกี้อย่างไร้ชีวิต พอกลับบ้านไปก็แค่ทักทายน้าเพ็ญตามธรรมเนียมแล้วล้มตัวนอนลงบนตียง
จะให้พูดอะไรได้ไง? ผมไม่กล้าปริปากพูดเรื่องที่เกิดขึ้นให้ใครได้ยินด้วย ผมไม่ได้สับสนว่าจะเลือกทางไหนระหว่างน้องที่มาสารภาพรักกับเพื่อนเพราะว่ามันไม่มีทางเลือกเลย ทางหนีผมเจอเสือแต่พอไปอีกทางผมก็ปะจระเข้
ปั่นป่วน...วุ่นวาย....
แต่จะพูดกับใครได้ล่ะ
ผมลุกขึ้นแล้วขยับขอตัวเองไปทางซ้ายขวาเพื่อบังคับให้ตัวเองตื่น เหม่อมองท้องฟ้าที่มองไม่เห็นดาวนอกหน้าต่างก่อนที่จะเบนความสนใจมาที่เจ้าหนังสือเล่มเล็กหน้าปกสีขาวโล่งที่หัวเตียง
ผมเปิด 1984 ออกอ่านต่อ และในไม่ช้า... ประโยคสั้นๆ ประโยคนึงก็เขามาวิ่งวนในหัวของผม
Together, we will meet in a place where theres no darkness.
แล้วเราจะพบกันในที่ที่ไร้ซึ่งความมืดมิด
To be continued..
_____________________________________
*ธนชัย อุชชิน = พี่ป๊อด โมเดิร์นด๊อก
Credit
- "ติ๋ม" โดย Moderndog
- "นิทานหิ่งห้อย" โดย เฉลียง
_____________________________________
On the next episode of BKK.......
"แล้วแต่พี่รามก็ได้ค่ะ"
"Adam Smiths white, Carl Marx was also... white. But they were different, werent they?"
นี่ผมกลายเป็นสมาชิกครอบครัวโบดแลร์ ไปแล้วหรือ?
I thinks screwing a man would feel a lot better than screwing a boy. Cant you see? theyre always scream..
_____________________________________
งืม ขอ edit ข้อความเสริมส่งท้ายนะครับ ไหนๆ ก็ว่างมาเล่นเน็ตแล้ว
ก่อนอื่นต้องขอตอบคำถามที่ติดค้างของพี่ลีเวดจากครั้งที่แล้วที่แนะนำมาว่าให้วงเล็บเป็นภาษาอังกฤษไว้เวลาแอชลีย์พูด
ขอสารภาพว่าที่ไม่แปลนี้เป็นความตั้งใจครับ อยากให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้เรื่องในมุมมองของ ราม ซึ่งเป็นคนไทยธรรมดาๆ คนนึง คือว่า ก็ไม่อยากให้เข้าใจสิ่งที่แอชลีย์พูดทุกอย่างครับ อยากให้ตัวละครตัวนี้เป็นคนที่มีปริศนามากมายเป็นล้านแปดไว้ให้ผู้อ่านได้ค้นหากัน ฮี่ๆ (ต่อจากนี้ไป จะมีตอนที่รามฟังแอชลีย์พูดไม่รู้เรื่องด้วยล่ะครับ โปรดติดตาม)
ตอนที่ผมเขียนถึงมาบุญครองไป ผมก็คิดถึงแถวๆ สามย่านขึ้นมาเลยครับ ก็ไปเรียนอยู่แถวนั้นตั้งนาน แล้วจู่ๆ โดนเนรเทศมาอยู่บ้านนอก (แฮ่ๆ) คิดถึงคิโนะ คิดถึงเอเชีย บุ๊ค คิดถึง บุ๊คกาซีน ช่วงนี้โดนโรค Nostalgia เล่นงาน ขนาดกลิ่นกาแฟในร้าน UFM ยังทำให้ผมนึกถึงบ้านที่เท็กซัสเลยครับ
แต่ถึงยังไงผมก็ชอบรังสิตนะครับ เรียนจนติดถึงไม่ค่อยมีเวลามาแต่งฟิคไง โฮ (ตอนเรียนน่ะชอบ...แต่ตอนจะสอบ ง๊ากก) ขอโทษจริงๆ ครับที่ระยะห่างระหว่างตอนมันนานเหลือเกิน ทั้งๆ ที่แต่งไว้แล้ว แต่บางที ตอนเก่ามันใช้ไม่ได้ เลยต้องแต่ใหม่เลยครับ (เช่นอย่างในตอนนี้ล่ะ)
วันนี้ไม่ได้กลับบ้านเลยไปนั่งสถิตอยู่ที่หอมุกป๋วยทั้งวันเลยครับ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าวิธีการไล่นักศึกษาออกจากห้องเวลาจะปิดนี่สุดยอดมาก
ภาพจำลอง
ไอ้โซ - (นั่งอ่านหนังสืออยู่)
อินเตอร์คอม - ตุง ตุ่ง ตุ้ง ท่านผู้ใช้บริการห้องสมุดโปรดทราบ ขณะนี้ห้องสมุดจะปิดทำการภายใน 15 นาที ขอให้ท่านผู้ใช้บริการเก็บสัมภาระด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
โซ - (ยังนั่งอ่านหนังสืออยู่)
อินเตอร์คอม - ตุง ตุ่ง ตุ้ง ท่านผู้ใช้บริการห้องสมุดโปรดทราบ ขณะนี้ห้องสมุดจะปิดทำการภายใน 15 นาที ขอให้ท่านผู้ใช้บริการเก็บสัมภาระด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
โซ - (ยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ต่อไป)
อินเตอร์คอม - สาวกระโปรงเหี่ยน มือนี้มีเรียนแล้วบ่อ~
โซ - !!!!!!!
จริงๆ นะครับ... ห้องสมุดไฮเทคขนาดนั้น..แต่ทว่า..ขำๆ หุๆ
edited - ขอบคุณน้องเห็ดมากครับ ผมเบลอเอง เบลอค๊าบ...

ชอบด้วยค่ะที่แทรกด้วยเพลงไทยๆ ได้บรรยากาศไทยๆดีนะ
รึว่าโซจงใจให้คนอ่านมีอารมณ์ความรู้สึกใกล้เคียงรามคะ...งืม...
แต่อย่างไรก็ตามน่าจะใส่รายละเอียดเรื่องกุ้งในตอนนี้ให้มากกว่านี้นะคะ อีกอย่างคือเจ้ารามมันอินกับคำว่าตายของกุ้งเวอร์ไปหน่อยหรือเปล่านะ เห็นคิดบ้าคิดบอไปเนฉากๆเลย เหอๆๆๆ แต่อยากรู้ความเคลื่อนไหวของคู่นี้ต่อจังเลย
เรื่องสอบสู้ๆเข้านะคะ

รักเจอร์ราดค่ะ TT.TTแอบช้ำใจนิดๆเวลาอ่าน เหอๆๆๆ
จะรออ่านตอนหน้านะ ... ลางร้ายเล่มปรากฏ
#1 By Night_Wizard on 2006-07-29 23:41