ฟิคขัดตาทัพระหว่างสอบ! CRICKET! ตอนที่ 1
posted on 08 Oct 2006 17:58 by bosie in FicCricket!
Rate - PG13 (จริงๆ นะ)
แนวเรื่อง - Sportman Roman Comedy
Setting - New York City in the early 00s
____________________________________________
Close your eyes and I'll kiss you, Tomorrow I'll miss you; Remember I'll always be true. And then while I'm away,I'll write home ev'ry day,And I'll send all my loving to you!! ชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งกำลังร้องเพลง All My Loving ของ The Beatles ที่เปิดดังจากลำโพงเครื่องเสียงรถยนต์อย่างสนุกสนาน พวกเขากำลังข้ามสะพานบรูคลิน มองแสงจากเครื่องบินที่บินขึ้นและเทียบท่าที่สนามบินลากอร์เดียร์ มุ่งหน้าสู่รัฐนิวเจอร์ซี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของเกาะแมนฮัตตัน
ชายหนุ่มกดอีเจ็คซีดีออกเมื่อเพลงจบลง เขาเปิดคอนโซลแล้วเก็บแผ่นซีดีไว้ในนั้นก่อนที่จะหยิบแผ่นใหม่มาเป่าแล้วใส่เข้าไปในเครื่องแทน
หญิงสาวที่นั่งข้างๆ เขาจับจ้องคนที่นั่งข้างๆ ตาเป็นมัน เธอไม่ชอบที่จะให้เขาละสายตาออกจากพวงมาลัยเพียงเสี้ยววินาทีทั้งๆ ที่เธอรู้อยู่แก่ใจว่าชายหนุ่มผู้นี้มีฝีมือในการขับรถมากกว่าคนปกติเพราะอาชีพของเขา
ขอบคุณนะที่อุตส่าห์มาส่งให้ถึงนิวเจอร์ซี่แน่ะ เธอส่งดวงตากลมโตมาให้เขา ผิวสีน้ำตาลไหม้และผมยาวสีมะกอกของเธอกลืนไปกับความมืด
อ่า ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว คนขับรถตอบรับ แล้วหันมามองเธอด้วยดวงตาสีฟ้าที่มีสีอ่อนเข้มไม่เท่ากัน รูปตาของเขาเรียวเล็กเหมือนตาของคนเอเชีย แต่จมูกที่โด่งสันของเขากลับเหมือนกับจมูกของชายผิวขาวไม่มีผิด เขามีผิวสีขาวซีดตัดกับผมสีดำสนิทที่ยาวประบ่า แต่บอกไว้ก่อน ว่าฉันไม่เข้าบ้านไปเจอพ่อแม่เธอแน่ๆ เจส เขาเอาหัวซบกับพวงมาลัยแล้วถอนหายใจ
หญิงสาวหัวเราะเบาๆ สบายใจหายห่วง วันนี้พ่อกับแม่ไปสัมมนาน่ะ คงนอนที่โรงแรมนิวยอร์คแหละ
ชายหนุ่มยิ้มย้องกับตัวเอง เขาไม่เคยอยากเจอคุณและคุณนายซิงค์ สามีภรรยาชาวอินเดียเลยสักนิด เพราะพวกเขาคือผู้ขัดขวางความรักของเขากับ เจสมินเดอร์ ซิงค์ แฟนสาวของเขา หลายครั้งหลายหนจนนับไม่ถ้วนที่พวกเขามักจะวิพากษ์วิจารย์ลูกสาวตัวเองว่าเป็นพวกแหกม่านประเพณี และเขา อีวาน แม็คคอล ก็เป็นเพียงชายผิวขาวต่ำต้อยที่ ไม่มีค่าเพียงพอกับความยิ่งใหญ่ของชนชาติและจารีตก่อนเก่า
อีวานกดปุ่มเพลย์ที่วิทยุ เสียงกีตาร์ที่บรรเลงจากเพลงดังขึ้นผ่านลมอุ่นของฮีทเตอร์
Today is gonna be the day/That they're gonna throw it back to you/By now you should've somehow/Realized what you gotta do/I don't believe that anybody/Feels the way I do about you now.
อ้า! ฉันชอบเพลงนี้ วงอะไรร้องนะ..? เจสอุทานออกมา
โอเอซิส น่ะ มีเพื่อนเป็นคนอังกฤษทั้งทีก็ต้องลองฟังดูบ้าง เดี๋ยวจะพูดกับมันไม่รู้เรื่อง ภาพของชายผู้หนึ่งปรากฏขึ้นในหัวของอีวาน เขายิ้มออกทันทีเมื่อได้นึกถึงท่าทางที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาของคนคนนั้น
และแล้วพวกเขาก็มาถึงที่หมาย อีวานเหยียบเบรกจอดรถตรงหน้าบ้านสองชั้นหลังเล็กๆ ที่ปิดไฟมืดหมด
เข้ามาดื่มชาสักถ้วยไหม? เจสกล่าวพอดีกับที่อีวานเอื้อมมือมาเปิดประตูรถให้เธอ ก็อย่างที่บอก พ่อแม่ฉันไม่อยู่หรอก เธอส่งยิ้มให้เขาอย่างรู้ทัน
อีวานยักไหล่แล้วคิดสักครู่เมื่อได้รับคำชักชวน ก็ได้ เขาตอบตกลงเมื่อคิดว่ามันคงดีกว่าที่จะได้ดื่มอะไรร้อนๆ สักนิด หลังจากที่ต้องเดินฝ่าความหนาวของย่านไชน่าทาวน์มาทั้งวันเพราะเรื่องงาน
ทั้งสองคนก้าวลงมาจากรถ เจสเดินนำหน้าอีวานไปเปิดกุญแจก่อนที่จะเข้าไปในบ้าน เธอให้อีวานถอดเสื้อโค้ทสีเลือดหมูของเขาก่อนที่เธอจะแขวนมันบนราวริมประตู
นั่งรอก่อน เดี๋ยวเอาชามาให้ เจสกล่าวกับชายหนุ่มที่เมื่อได้ฟังก็ไปนั่งรอที่โซฟาในห้องรับแขก เขาไม่ค่อยได้มาบ้านแฟนบ่อยนัก แต่ก็ไม่ประหลาดใจที่จะได้เห็นการตกแต่งแบบเอเชียใต้ในบ้านหลังนี้ แท่นบูชาพระศาสดา พรมทอลายเลื่อมทอง กลิ่นเครื่องเทศปนกลิ่นใบชาที่ลอยล้ำเข้าจมูก เหล่านี้ทำให้บรรยากาศในบ้านหลังนี้ไม่เหมือนกับบ้านชาวอเมริกันเลยสักนิด
ชายหนุ่มเอาถูมือไปมาเพื่อลดความหนาวที่ยังคั่งค้าง ในไม่ช้าเขาก็ได้กลิ่นชาศรีลังการ้อนๆ ที่ลอยมาเตะจมูก เจสถือถาดมาแล้วส่งแก้วชาแก้วหนึ่งให้เขาก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ เธอเอาหลังพิงราบกับโซฟาก่อนที่จะดื่มชาไปอึกใหญ่
งานยุ่งจริงๆ เล้ย หญิงสาวบ่นเสียงดัง
ชาอร่อยดีนะ อีวานมุ่งความสนใจไปที่เครื่องดื่มก่อน ช่วยไม่ได้นี้นา เศรษฐกิจมันแย่ลงเรื่อยๆ คดีอาชญากรรมก็เพิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นธรรมชาติ
ก็ใช่ แต่เรื่องของโซเฟีย โจนส์ กับ อัลเฟรด มิลเลอร์ นี้ยังไงฉันก็คิดไม่ตกจริงๆ นะ ตกลงพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากตำรวจเพื่ออะไรกันแน่เนี่ย ดูจากสายสัมพันธ์ของพวกเขากับพวกมาเฟียใหญ่ในแมนฮัตตันฉันก็หัวหมุนไปแล้วนะ
อีวานยกแก้วดื่มชาร้อนๆ ไปอีกครั้ง ก่อนที่จะยิ้ม เรื่องนั้นให้คุณชายโนลจัดการเถอะ
แหม แต่ว่าจะให้โนลทำงานคนเดียวก็ไม่ถูกนะ เจสค่อนขอดการปัดภาระของแฟนเธอ แต่จะว่าไป.. ถ้าเราไม่ได้โนลมาช่วยงาน ป่านนี้คงมีอีกหลายคดีที่เรายังปิดไม่ลง เก่งชะมัด ไม่รู้สมองทำด้วยอะไรกันแน่นะ
เหม่ๆ มือหนึ่งของสก็อตแลนด์ ยาร์ด เชียวนิครับ อีวานทำเสียงสุภาพแบบหยอกล้อ เขาวางแก้วที่น้ำชาหมดไปอย่างรวดเร็วบนโต๊ะข้างหน้า แต่... ก็ยังสู้เจสไม่ได้นะ เขามองตรงไปที่เพื่อนหญิงของเขา
ใบหน้าของเจสดูจะร้อนแดงขึ้นมาทันที พูดอะไรยะ มาไม้ไหนอีกล่ะ วันนี้ เธอไม่เคยเชื่อใจสัญชาตญาณขี้เล่นของชายหนุ่มคนนี้เลย
ฉันเป็นแฟนเธอนะ จะไม่ให้ฉันชมเธอว่าเป็นที่หนึ่งได้ยังไง? อีวานยิ้มมุมปาก
โอ๊ย เลิกซะที ฟังแล้วขยะแขยง เจสรีบกลบเกลื่อนเสียงดัง ทั้งๆที่ในใจเธอแทบลอยออกมาจากอกเลย
เธอสวยออก
พอเถอะย่ะ!!
ฉันพูดจริงๆ เธอน่ารักนะ
หญิงสาวถอนหายใจยาว แต่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ สักพักเธอก็รู้สึกตัวว่ามืออุ่นๆ ของชายหนุ่มข้างๆ ได้รวบจับมือเธอแล้วเอาไปวางบนหน้าตักเขา เขามองมือสีโกโก้ของเธอที่มีกำไลข้อมือทองสลักลายภาษาสันสกฤตตาไม่กระพริบ เธอเริ่มฝันถึงภาพที่จะเกิดขึ้นต่อไป ฉากสุดสวีทเหมือนหนังบอลลีวู๊ด ใช่แล้ว ไม่มีใครอยู่บ้านด้วย เธอจะสามารถนั่งพลอดรักกับแฟนหนุ่มได้นานเท่านั้นโดยที่ไม่มีใครมากวน
อ้วนขึ้นหรือเปล่าเจส? ชายหนุ่มเบ้ปาก
ตาบ้า!!! เจสเอากำปั้นทุบหลังชายหนุ่มทันทีโดยไม่รอรี เธอไม่ได้หัวเสียเพราะเขาทักว่าอ้วน แต่เพราะคำพูดของเขาทำลายช่วงเวลาหวานๆ ไปหมดตะหาก ถ้าจะมีอะไรที่เธอเสียใจที่ได้เป็นแฟนกับหนุ่มลูกครึ่งเอเชียคนนี้ คงมีอยู่อย่างเดียวคือ นิสัยขี้เล่นไร้ความโรแมนติกของเขานั้นเอง
เอ้อ อ่า ขอโทษๆ อีวานยกมือป้องปัด แต่ก็หัวเราะคิกคักกับท่าทางหัวเสียของหญิงสาว สงสัยคงต้องจ่ายค่าเสียหายแล้วล่ะ
อะไร? เธอยังไม่หายอารมณ์เสีย
คิสสิจ๊ะ
มันค่าเสียหายตรงไหน! เธอโทษตัวเองที่ปากไม่ตรงกับใจอีกแล้ว ชายหนุ่มที่เธอคิดว่าหน้าตาดีอยู่ไม่ใช่น้อยกำลังเปิดโอกาสให้เธอทำในสิ่งที่รอมานานแล้วเธอยังจะปฏิเสธอีก เธอต้องบ้าแน่ๆ เมื่อเจสตั้งสติเธอก็พูดอีกสิ่งที่ตรงกันข้าม แต่ก็นะ... ฉันรับ ไหนๆ ก็จะให้เองนี่
อีวานส่งยิ้มสวยให้เธอ เขาเสยผมสีดำของเขา ไม่รอรีที่จะช้อนคางของเธอผู้เป็นที่รักด้วยนิ้วเรียวยาว ก่อนที่จะบรรจงจูบเธอเบาๆ ที่แก้มแล้วค่อยเลื่อนไปที่ริมฝีปากนุ่มของเธอ
เจสหลับตาพริ้ม เธอรอเวลานี้มานานแล้ว เธอรักผู้ชายคนนี้แต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่หาถ้อยคำหรือการแสดงออกดีๆ มาบอกเขา เวลานี้แหละ เหมาะสมที่สุดแล้ว
ทั้งสองมอบจุมพิตให้กันอย่างที่คู่รักที่คบกันมานานจะมอบ แต่ไม่นานนัก ทุกสิ่งทุกอย่างก็ถูกขัดจังหวะเมื่อมีเสียงดัง ตุบ เหมือนของตก ดังขึ้น เจสและอีวานหันไปมองพร้อมกันๆด้วยความสงสัย แต่ภาพที่พวกเขาเห็นก็ทำให้พวกเขาตัวสั่น เหงื่อไหลจากรูขุมขนบนใบหน้าเป็นทาง
สองสามีภรรยาชาวอินเดียมองตรงมาที่พวกเขาด้วยสายตาตื่นตะลึง
=============================
ต่อหน้าท่านศาสดาทำแบบนี้ได้หยั่งไง ไม่รู้จักอายฟ้าดิน!! หญิงวัยกลางคนแผดเสียงสำเนียงฮินดีดังลั่นบ้าน เธอชี้นิ้วไปที่รูปเหมือนของท่านศาสดาบนแท่นบูชาเพื่อย้ำเตือนลูกสาวเธอที่กำลังนั่งนิ่งหน้าบูดบึ้ง เจสอยากเถียงเหลือขนาด แต่รู้ว่ายังไงก็ไม่มีทางชนะแน่นอน
แล้วแก แกทำอะไรลูกสาวฉัน หา!! ชายสวมผ้าโพกศีรษะชี้นิ้วตรงมาที่ชายหนุ่ม หนวดรูปเขี้ยวของเขาขมวดขึ้นตามกล้ามเนื้อบนใบหน้าที่กระตุกเพราะความโกรธเกรี้ยว
ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย คนเป็นแฟนกันจะจูบกันก็ไม่เห็นเสียหายนี่ครับ อีวานตอบอย่างไม่หวาดกลัว และสีหน้าของเขาก็แสดงความไม่สบอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจน
คำพูดของชายหนุ่มหน้าละอ่อนดูจะไปจุดฉนวนระเบิดในตัวของคุณซิงค์ เขาแถบจะเดินตรงเข้ามากระชากเสื้อของไอ้เด็กเมื่อวานซืนแล้วต่อยให้ล่มคว่ำ แต่ก็ต้องเก็บอาการด้วยการกำมือไว้แน่น ไอ้เด็กปากดี!! ใครยอมยกลูกสาวให้แก แฟนเฟินอะไร ลูกสาวคนสวยของฉันไม่มีทางสมาคมกับไอ้คนขาวผิวเผือกอย่างแก
พ่อคะ!! เจสรีบห้ามพ่อของเธอ และเตรียมจะลุกขึ้นแยกทั้งสองคนออกจากกัน แต่แม่ของเธอเร็วกว่า คุณนายซิงค์ยึดไหล่ของเจสไว้ไม่ให้เธอลุกขึ้น
ขาวอะไร! ขาวปนเหลืองตะหาก!! อีวานลุกขึ้นจากที่นั่ง สถานการณ์ของชายทั้งคู่เริ่มตึงเครียดขึ้นทุกทีแล้ว
มันก็เหมือนกันล่ะวะ! คุณซิงค์ประกาศ ฉันไม่ยอมยกลูกสาวให้แกแน่ๆ แกเป็นใคร? หา? ถ้ายังไม่เลิกยุ่งกับลูกสาวฉันรับลองไม่ได้ตายดีแน่
พ่อคะ! เลิกทำเหมือนกับหนูเป็นเด็กๆ ซะที!! เจสมองเขม่นไปที่คุณนายซิงค์ก่อนที่จะตะโกนเสียงดัง
คุณพ่อชาวอินเดียหยุดท่าทีโกรธแค้นไปสักครู่ เขาหันไปมองลูกสาวอย่างเกรงใจ โถ่ เจส พ่อก็หวังดีกับลูกนะจ๊ะ พ่อแค่ไม่อยากให้ลูกต้องไปคบกับไอ้เจ้าคนขาวนี้เท่านั้นเอง แววตาของคุณซิงค์ฉายแววผิดหวังที่ลูกสาวสุดรักของตัวเองตะโกนห้าม แต่ไม่นานนัก เขาก็กลับไปส่งสายตาดูถูกดูแคลนให้ชายหนุ่มที่บอกว่าเป็นแฟนลูกสาวอีกครั้ง ฉันไม่ยอมเด็ดขาด
คำก็คนขาวสองคำก็คนขาว อีวานส่ายหัวอย่างเบื่อหน่าย ผมไม่ยอมเลิกกับเจสแน่ ไม่ว่าคุณซิงค์จะพูดยังไงผมก็จะไม่ยอม เพราะผมรักเจสครับ
คำพูดที่หนักแน่นของชายหนุ่มดูจะไปเพิ่มความเดือดดาลให้กับคนที่ฟัง คุณซิงค์ส่งเสียงหายใจฟึดฟัดในจมูกเหมือนกับสัตว์ป่าที่พร้อมจะเปิดการต่อสู้ ไอ้เด็กบ้า!! ฉันไม่ยอมให้ลูกสาวฉันกับคนขาวอย่างแกหรอก คนขาวอย่างแกมันไร้ประโยชน์ ถือว่ารวย ถือว่าเป็นเจ้าของประเทศแล้วรอกระดิกเท้าหาผลประโยชน์จากชนกลุ่มน้อยจากพวกเราได้หรือไง เชอะ! ฉันไม่ยอมหรอก
เจสถอนหายใจแล้วเอามือก่ายหน้าผาก เป็นร้อยเป็นพันรอบแล้วที่เธอได้ฟังคำพูดแบบนี้ ความจริงพ่อแม่ของเธอก็ไม่ได้เหยียดผิวอะไร พวกเขามีเพื่อนร่วมงานและลูกศิษย์เป็นร้อยที่เป็นคนผิวขาว แต่ถ้าเป็นเรื่องของลูกสาวล่ะก็ พวกเขาไม่จะไม่ยอมสมคบกับคนต่างเชื้อชาติต่างสีผิวเด็ดขาด เจสรู้เรื่องนั้น และเบื่อหน่ายกับความหัวโบราณของพ่อแม่เธอมาตั้งแต่แบเบาะ เธอยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ เพราะอีวานก็ไม่ใช่คนที่ว่าง่ายเหมือนกัน
บอกแล้วไงว่าไม่ใช่คนขาว ผมเป็นคนเอเชียครึ่งหนึ่งนะ มันเป็นอย่างที่เจสคาดจริงๆ ด้วย เธอคิดว่าเรื่องนี้คงมีการเลือดตกยางออก
เออ เหมือนกัน พวกคนจีนน่ะ วันๆ ก็กินแต่เต้าหู้ กินแต่ผักจนผอมหัวโต ฉันไม่เคยเห็นพวกมันทำงานทำการอะไรนอกจากเปิดร้านอาหารกับร้านซักรีดเลย!! จะให้ต้องบอกสักกี่เที่ยวว่า ฉัน ไม่ มี วัน ยก ลูก สาว ให้ ไป สม คบ กับ คน อย่าง แก!! เขาพูดแยกคำช้าๆเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามได้ยินทุกคำ ทุกตัวอักษรอย่างชัดเจน
คนญี่ปุ่นตะหากล่ะลุง! อีวานสบถออกมาเบาๆไม่ให้คุณพ่อหัวรั้นได้ยิน ไม่ว่าอย่างไร คนคนนี้ก็จะใช้สีข้างเข้าถูเรื่อยๆ คนกว่าจะให้เขาเชื่อว่าถึงแม้จะเป็นใคร ถึงแม้จะดีเลิศขนาดไหน แต่ถ้าไม่ใช่คนอินเดีย ก็หมดสิทธิ์ ผมไม่ยอมเลิกกับเจสหรอก เพราะผมรักเจสมาก แล้วผมก็จะไม่ยอมเปลี่ยนใจ
ไอ้เด็กเปรต! คำพูดรุนแรงหลุดออกมาจากปากชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐาน เขาคว้าคอเสื้อของอีวานแล้วรั้งไว้แน่น เจสที่เห็นดังนั้นก็ปลดตัวเองให้หลุดจากแม่แล้วเดินมาผลักทั้งสองคนออกจากกัน แต่ดูท่าทางแรงของเธอจะไม่ได้ทำให้คุณซิงค์ปลดมือออกจากคอเสื้อของชายหนุ่มเลย
จะว่ายังไง ผมก็ไม่มีทางเลิกกับเจส เพราะถ้าผมไม่มีเจสผมก็ต้องตาย ถึงอีวานจะเป็นคนที่ชอบพูดล้อเล่นแต่น้ำเสียงของเขาตอนที่พูดประโยคนี้กลับดูหนักแน่น
นั้นมันก็เรื่องของแกสิวะ!!
พ่อคะ! พอที!! เจสตะโกนอย่างหมดความอดทน หนูอายุ 24 แล้วนะคะ เลิกคิดแทนหนูได้แล้ว หนูรักเขาค่ะพ่อ แล้วก็จะไม่เลิกกับเขาด้วยถึงพ่อจะพูดยังไงก็ตาม! ถ้าพ่อยังไม่หยุด หนูจะโกรธพ่อไปตลอดแน่ๆค่ะ!!
เจสมินเดอร์ เป็นผู้หญิง พูดอะไรแบบนั้นได้ยังไง!! คุณนายซิงค์รีบห้ามปรามคำพูดของลูกสาว เธอมักเรียกชื่อเต็มของเจสเมื่อเธอโกรธจนถึงขีดสุด
แม่ก็เหมือนกันแหละ! เจสหันควับไปตามเสียงห้าม ตอนแม่อายเท่าหนูแม่ก็คงไม่ชอบวิธีที่คุณตาคุณยายคลุมถุงชนเหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ
คุณนายซิงค์หยุดนิ่งเมื่อได้ยินคำย้อนเถียง มันแทงลึกเขาไปในใจของเธอเหมือนเข็มพันเล่ม ใช่ เธอไม่ได้ชอบวิธีการแต่งงานโดยไม่ได้มีความรักเลย เธอต่อต้านมาตลอด แต่ก็ยังดีที่สุดท้ายคนที่เธอแต่งงานด้วยก็เป็นหนุ่มอินเดียที่เธอรัก ไม่ใช่ไปคบกับหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาประหลาดแบบลูกสาวของเธอไม่ใช่หรือ?
เจส.. พ่อก็..หวังดี คุณซิงค์ลดน้ำเสียงและปล่อยมือที่รั้งคออีวานมาขอความเห็นใจจากลูกสาว
หวังดี หวังดีอะไรกันคะ! คำพูดของเจสขาดหายไปเพราะความโกรธจัด น้ำตาเริ่มไหลปริ่มจากขอบตาคู่สวยของเธอแล้ว
อีวานกลืนน้ำลาย เขาต้องหาทางออกอะไรสักทาง เขาไม่ยอมให้สถานการณ์ที่ทำให้คนที่เขารักต้องร้องไห้ดำเนินต่อไปอีกเด็ดขาด ผมอาจจะไม่ใช่คนดีในสายตาของคุณซิงค์เลยสักนิด แต่ถ้าผมอยากจะขอโอกาสพิสูจน์อะไรสักอย่างเพื่อให้คุณรู้ว่าอย่างน้อยผมก็มีประโยชน์ในสายตาคุณ จะได้ไหมครับ?
แกไม่จำเป็นต้องพิสูจน์บ้าบออะไรอีก! คุณซิงค์กล่าวอย่างไม่ต้องไตร่ตรอง
พ่อคะ! เจสหมดความอดทนกับความหัวดื้อของพ่อเธอแล้ว พ่อน่ะ..!!
ผมยอมทำทุกอย่าง จะให้ผมทำอะไรก็ได้ อีวานยกมือขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณให้เจสรอเขาพูดให้จบก่อน แค่คุณบอกมา ผมก็จะทำ เพราะผมเคยบอกกับเจสแล้วว่า ถ้าเพื่อเธอ ผมก็ยอมทำได้ทุกอย่าง
เลิกทำแบบนี้สักทีเถอะค่ะ ทั้งพ่อทั้งแม่แหละ หนูไม่มีวันให้พ่อกับแม่มาชี้นิ้วสั่งหนูแน่ๆ อีวานเป็นคนดีนะคะ อย่าตัดสินเขาเพราะสีผิวเลย ได้โปรดเถอะค่ะ! เธอเดินไปข้างๆ ชายหนุ่มที่เธอรัก แล้วยกมือขึ้นปาดหยาดน้ำตาเล็กๆ
คุณพ่อหัวอนุรักษ์ของเจสดูจะมีท่าทางเปลี่ยนไปทันที แววตาของเขามีความเศร้าหมองอยู่ภายใน คุณซิงค์ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณพ่อที่หวงลูกสาวคนเดียวเหมือนไข่ในหิน เขาย่อมยอมไม่ได้ที่จะเห็นลูกสาวสุดรักต้องเสียน้ำตาเป็นอันขาด
ไอ้หนุ่ม แกบอกว่าแกจะทำทุกอย่างใช่ไหม? เขากล่าวกับอีวาน
อื้อ แน่นอน ดวงตาสีสลับของชายหนุ่มส่งความมุ่งมั่นที่แม้แต่คนข้างหน้าที่รังเกียจเขายังต้องมองซ้ำ
คุณซิงค์หัวเราะเบาๆ อย่างสะใจก่อนที่จะขมวดคิ้ว ใจถึงดีนี่ ตกลง ฉันจะให้แกพิสูจน์ตัวเองด้วยวิธีที่ฉันคิดว่าคนขาวอย่างแกก็น่าจะทำได้ นี่ฉันปรานีกับแกแล้วนะ ชายชาวอินเดียใช้ความคิดในหัวสักครู่ คริกเกต! เขายิ้มกว้างเหมือนผู้ชนะ ถ้าแกเล่นคริกเกตชนะฉัน แกได้ลูกสาวฉันไป แต่ถ้าแกแพ้ แกจะต้องออกไปจากชีวิตลูกสาวฉัน ตกลงไหม?
อีวาน อย่าไปตกลงเชียวนะ เจสสะกิดชายหนุ่มแล้วกระซิบเบาๆ เธอรู้ว่าพ่อของเธอตั้งข้อเสนอที่ไม่มีทางเป็นไปได้ พ่อของเจสนั้นเป็นผู้ชายที่บ้าคริกเกตพอๆกับที่ผู้ชายคนอื่นติดเหล้าหรือบุหรี่ ส่วนอีวานที่ถูกท้าก็เป็นคนอเมริกันที่จะไปรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ พ่อของเธอแค่ยกเรื่องไร้สาระนี้ขึ้นมาเพื่อให้อีวานเสียหน้าเท่านั้นเอง
ตกลง ผมรับ อีวานตอบเหมือนไม่ได้ยินคำเตือนของเจส เขายิ้มหน้าระรื่น ตรงกันข้ามกับแฟนสาวของเขาที่ปากค้างด้วยความตระหนก
โอเค คุณซิงค์ยิ้มกริ่มยิ่งกว่าเดิม อีก 2 อาทิตย์ มาแข่งกันที่สนามในเซ็นทรัลปาร์ค อย่าลืมซะล่ะ
ผมไม่ลืมหรอก อ่า ตอนนี่ก็ดึกแล้ว ผมขอตัว ขอบคุณครับ คุณซิงค์ คุณนายซิงค์ ไปแล้วนะเจส อีวานกล่าวลา เขาดึงตัวเจสมาหอมที่แก้มฟอดใหญ่ ก่อนที่จะเดินไปหยิบเสื้อโค้ทสีเลือดหมูที่แขวนไว้แล้วก้าวออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งมองตามเขาด้วยความเดือดดาลจากพฤติกรรมตะวันตกในบ้านของคนตะวันออก
=============================
และแล้ว.. เรื่องมันก็เป็นแบบนี้.. อีวานปิดหนังสือการ์ตูนแฟลช กอร์ดอน ที่เพิ่งอ่านจบวางลงบนโต๊ะทำงาน เขาฟุบหน้าลงกับโต๊ะ รอฟังท่าทีของคู่สนทนา กลิ่นชาปนกับกลิ่นกาแฟที่อบอวลในสำนักงานสืบสวนคดีพิเศษประจำ NYPD ไม่ได้ทำให้เขาตาสว่างขึ้นมาเลย
เสียงกรุกกริกจากของแก้วชาที่กระทบกับจานรองดังขึ้นเบาๆ ชายหนุ่มคนหนึ่งละดวงตาสีน้ำตาลเข้มออกจากจอคอมพิวเตอร์ หือ? เขาทำเสียงเหมือนไม่ได้สนใจฟังเรื่องที่อีวานเล่าจนหนุ่มลูกครึ่งต้องเลิกนั่งฟุบมามองเขาแทน
ชายหนุ่มหน้าคอมพิวเตอร์มีผมสั้นสีน้ำเข้ม ปอยผมเล็กๆที่ลงมาปิดหน้าผากทำให้ความอ่อนวัยของเขาแสดงเด่นแต่แก้มที่ตอบลงเล็กน้อยและรูปร่างผอมก็ทำให้เขาดูเหมือนคนที่มีสุขภาพไม่สมบูรณ์เต็ม
อย่างงั้นเหรอ? เขาเอ่ยปาก และนั้นก็เผยให้ฟันบิ่นๆ ที่ไม่ได้เรียงตรงอย่างสวยงาม สำเนียงพูดของเขามีเสียงสูงต่ำที่ไม่เหมือนกับอีวาน สรุปคือนายไปดูดปากผู้หญิงที่บ้านแล้วพ่อแม่ของหล่อนก็จับได้ ใช่ไหม?* (So, you snoged a girl at her home and got caught?)
เออ! อีวานร้องเสียงดังแล้วถอนหายใจเมื่อได้ยินศัพท์แสลงอังกฤษ ขอโทษนะ แต่กรุณาใช้คำศัพท์ที่มันดู อเมริกัน ว่านี้สักนิดไม่ได้รึไง ฟังแล้วสยองว่ะ เขาเหนื่อยใจทุกทีที่ โนล ฮันท์ เพื่อนชาวอังกฤษของเขามักจะหลุดศัพท์อังกฤษเหน่อๆ แปร่งๆ ออกมาเสมอ อีวานยังจำประโยคที่โนลพูดครั้งหนึ่งได้ไม่ลืม เขาพูดว่า ฉันว่านกน้อยคงไม่ชอบหนุ่มละอ่อนที่สูบยาเส้นเท่าไหร่ เพื่อนเกลอ (I think birdsdon't like lads who smokefags,mate.") และมันก็ทำให้อีวานงงเป็นไก่ตาแตก
ว่าเขาไปเรื่อย ดูตัวเองก่อนเถอะ เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังมาจากข้างหลังของอีวาน เขารีบหันไปทันที และภาพที่เขาเห็นคือเจสที่หอบหิ้วแฟ้มอันใหญ่มา ส่งสายตาหงุดหงิดให้เขา ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะตอบรับคำท้าบ้าบอของพ่อไป! ฉันอุตส่าห์เตือนเธอแล้วนะ! เธอกล่าวเสียงดัง
น่า น่า ใจเย็นๆ อีวานยังคงท่าทีสงบไว้
จะให้ใจเย็นได้ไง เธอรู้เหรอว่าคริกเกตมันเล่นยังไง
ก็รู้ว่าคล้ายๆ เบสบอล
ใช่และมันก็เล่นกันตั้ง 11 คน เจสพูดแทรก ต่อให้ฝึกให้ตายก็ไม่มีทางเล่นชนะโดยคนคนเดียวหรอก
ใครบอกว่าฉันจะเล่นคนเดียวกันล่ะจ๊ะ อีวานส่งยิ้มให้โนล ใช่ม้าย~ โนล
ชายหนุ่มอังกฤษจิบชาก่อนที่จะมองอีวานด้วยสายตาเย็นชา ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ สำเนียงอังกฤษลอนดอนทำให้เขาเย็นเฉียบขึ้นไปใหญ่
ทำไมพูดจาเย็นชาอย่างนั้นล่ะ อีวานยังยิ้มแป้นและทำเหมือนกับว่าโนลพูดล้อเล่น ยังไงนายก็ต้องเล่นกับฉันไม่ใช่เหรอ
ฉันยังไม่ได้ตกลง โนลยังคลิ๊กที่เมาส์ แสดงท่าทีไม่สนอกสนใจ ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันจะต้องไปเล่นคริกเกตกับนาย
ทำไมเหรอ? หนึ่ง เพราะนายเป็นคนอังกฤษ สอง เพราะนายรู้ว่าคริกเกตมันเล่นยังไง สาม เพราะนายเป็นทีมชาติอังกฤษในกีฬาเครือจักรภพ ฝั่งตรงข้ามตอบชัดถ้อยชัดคำ
สี่ ฉันไม่ว่าง เหตุผลไม่ครบ เสียใจด้วย โนลยังไม่ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ เขายิ่งละเรื่องคริกเกตไว้ข้างหลังหนักขึ้นเมื่อเขาได้พบข่าวคืบหน้าการหายตัวไปของ ริชชี่ เอ็ดวาร์ด มือกีตาร์ชาวอังกฤษ
โถ่ว้อย อีวานเริ่มหัวเสีย ส่วนเจสก็ได้แต่อมยิ้มกับความสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทสองคนที่นิสัยต่างกันคนละขั้ว
นายต้องช่วย เพราะถ้านายไม่ช่วย ฉันก็จะบอกยูสว่านายไม่ยอมช่วย อีวานทำเสียงขู่เข็ญ มันจะเป็นยังไงนะถ้าวันนี้คุณชายโนลกลับบ้านไปแล้วเจอยูเรซิสพูดใส่ว่า เขาบีบเสียงให้แหลมเหมือนเด็ก โนลใจร้าย ใจร้ายที่สุดเลย อีวานขอให้โนลช่วย แล้วทำไม่ไม่ช่วยล่ะ โนลใจร้าย! เสียงหัวเราะเบาๆ ที่เต็มไปด้วยเลศนัยดังขึ้น
เสียงคนลุกจากที่นั่งดังโครมคราม ตกลง ฉันจะเล่น โนลทำหน้าไม่พอใจก่อนที่จะรีบสวมเสื้อโค้ทสีน้ำตาลอย่างรีบร้อน มาซ้อมเย็นวันนี้กัน เขารีบผลักเก้าอี้ไว้ใต้โต๊ะก่อนที่จะเดินออกจากออฟฟิศไปอย่างรวดเร็ว
จะรีบไปไหนล่ะ อีวานล้อเลียนอย่างขบขันเมื่อเห็นเพื่อนรักอายจนต้องรีบแทรกแผ่นดินหนี
ดูดบุหรี่ โนลตอบแค่นั้นแล้วก็เดินออกจากห้องไป ปล่อยให้อีวานระเบิดหัวเราะจนแทบสำลัก
แกล้งคนนี้มันสนุกมากไหมเนี่ย? เจสวางแฟ้มที่โต๊ะแล้วนั่งลงข้างอีวาน มือจัดเอกสารที่กองสุมที่โต๊ะให้เป็นระเบียบ
ก็มันสนุกจริงๆ นี้นา ทำเป็นวางมาด แต่รู้ว่ายังไงๆ ก็ช่วยอยู่ดีแหละ ชายหนุ่มยังไม่เลิกหัวเราะ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าพอมีโนลแล้วนายจะชนะหรอกนะ ความคิดที่ว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นไปไม่ได้ยังไม่หลุดจากหัวเจสเลย เธอพยายามเปลี่ยนไปสนใจแฟ้มคดีค้างข้างหน้าเพื่อลบเรื่องที่คิดมาทั้งคืนออกจากหัว
ก็ยังไม่รู้เลย แต่ว่าฉันไม่ยอมแพ้หรอก ฉันบอกแล้วไง ว่าถ้าเพื่อเธอ ฉันทำได้ทุกอย่าง อีวานส่งยิ้มให้หญิงสาวข้างเขา
เธอยิ้มกลับให้เขาด้วยรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริง
=============================
นายเป็น Bowler แล้วพยายามขว้างลูกให้มาโดน wickets ทุกอันก็พอ ฉันจะเป็น Fielder เอง โนลถือไม้ตีคริกเกตในมือแล้วชี้มันไปที่ไม้สามอันที่ปักอยู่ที่พื้น
ดะ เดี๋ยว ขะ.. ขอคำแปล หนุ่มอเมริกันที่กำลังชมสาธิตวิธีการเล่นกีฬาแห่งสหราชอาณาจักรเหงื่อตก นี้ฉันกำลังฟังภาษาอังกฤษอยู่ใช่ไหม เขาบอกกับตัวเอง
โนลส่ายหัวแล้วถอนหายใจ ทำไมคนที่เป็นถึงนักคริกเกตทีมชาติจะต้องมาสอนเบสิคให้กับคนอเมริกันที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรสักอย่าง ก็คือ.. เขาพยายามเรียบเรียงคำแปล นายจะต้องเป็นคนขว้างลูกเพื่อล้มไม้ wickets ทั้ง 3 อันที่อยู่ข้างหลัง Batsman หรือคนตี แค่นั้น ส่วนฉันจะเป็น Fielder ถ้านายขว้างไม่ถูกไม้ฉันก็จะพยายามเอาลูกกลับมาให้ได้ หรือให้คนตีทีมตรงข้ามต้องออกจากเกมด้วยการล้ม wicket พอเปลี่ยนตา ฉันจะเป็นคนตีแล้วก็วิ่งเก็บ Runs หรือคะแนนเอง เข้าใจหรือเปล่า?
คนที่ฟังได้แต่ยืนค้าง ในหัวว่างเปล่า ก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่แค่ให้ฉันขว้างให้ถูกไม้ข้างหลังคนตีเท่านั้นใช่ไหม?
อือ ความจริงคริกเกตมีกฎมากมายกว่านี้ แต่โนลคิดว่าอธิบายแค่นี้จะดีกว่า
แล้วเมื่อไหร่เกมจะจบ
เล่นกันวันเดียวใช่ไหมล่ะ โนลมองไปที่ยอดตึกเอมไพร์เสตทที่อยู่ไกลออกไป ก็ 6 ชั่วโมงได้
อีวานทำสีหน้าเหมือนถูกไม้คริกเกตฟาดหัวอย่างจัง หะ ..หะ.. หก ชั่วโมง! พวกคนอังกฤษมันมีเวลาว่างมากขนาดนั้นเลยหรือไงวะ!
ก็มีเวลาพักน่ะ โนลไม่สนคำบ่นของอีวาน เขารีบเดินไปที่หน้าไม้ wicket แล้วโยนลูกหนังลูกเล็กๆ ให้อีวาน ไปยืนอยู่ตรงเส้นที่ฉันขีดไว้แล้วลองขว้างลูกมาดู ตอนนี้ถือว่าฉันอยู่คนละทีมกับนาย
อีวานพยักหน้ารับ เขาเดินไปยืนตรงเส้นที่ลากไว้บนพื้นหินกรวดที่โนลใช้เท้าขีดไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อเขาเห็นโนลตั้งท่าตีพร้อมกับถือไม้คริกเก็ตอันใหญ่ในมือไว้พร้อมแล้ว สายตาของเขาก็เล็งตรงไปที่ไม้สามอันที่อยู่ข้างหลัง สำหรับเขาแล้วมันไม่ต่างอะไรจากเวลาปาลูกเบสบอลหรือตอนที่กำลังเล็งปืนไรเฟิล เขายิ้มมุมปากแล้วส่งเสียงรู้ทันเบาๆ โนลให้เขาเป็นคนปาเพราะเพื่อนชาวอังกฤษของเขาไว้ใจเขาในเรื่องที่ต้องใช้ความแม่นยำของสายตามากกว่าใคร
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว อีวานก็เหยียดขาสุดตัวแล้วขว้างลูกไปที่ไม้ wicket ด้วยแรงทั้งหมดที่มี ลูกหนังพุ่งแหวกอากาศตรงไปอย่างรวดเร็วจนเกือบมองไม่ทัน เขาไม่มีทางพลาดเป้าแน่
แต่เหตุการณ์กลับเป็นไปทางตรงกันข้าม โนลเหวี่ยงไม้ตีกระทบลูกจนมันลอยเลยศีรษะของอีวานไป เขามองตามลูก และพอหันกลับหน้ามาอีก โนลก็วิ่งมาถึงตำแหน่งที่จะเก็บ run ได้แล้ว
Run.. ฉันได้แต้ม แต่ถ้าระหว่างที่ฉันวิ่ง แล้ว Fielder ของทีมนายเก็บลูกได้แล้วปามาโดน wicket ฉันก็ต้องออก โนลยิ้มน้อยๆ ให้อีวาน
บ้าน่า! ชายหนุ่มทึ่งในความเร็วในการวิ่งของเพื่อนรัก นายมาอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เขามองไปที่ wicket ที่ยังอยู่ที่เดิม โถ่เว้ย ทำไมไม่ล้มวะ
แค่ปาแรงอย่างเดียวไม่พอหรอก มันไม่ใช่เบสบอลนะ อีกอย่าง ถึงจะเล็งดีแล้วก็ไม่ใช่ว่า batsman จะตีไม่ถูก โนลยกไม้พาดไหล่ เขามองอีวานด้วยสายตาของโค้ชสุดโหด
ลองอีกที! อีวานขอโอกาส ทั้งเขาและโนลกลับมายืนตำแหน่งเดิมเพื่อลองอีกรอบ และ... อีกหลายรอบแต่ดูท่าว่า โอกาสที่อีวานจะล้ม wicket ได้สักครั้งมีแค่ 10% เท่านั้น
เมื่อขว้างมาหลายรอบ อีวานก็นั่งทรุดลงกับพื้น เขามองโนลที่ไม่แสดงท่าทางเหนื่อยทั้งที่ต้องวิ่งมากกว่าเขาอย่างประหลาดใจ เขาเริ่มคิดแล้วว่า เขาเกลียดคริกเกต มากๆ
เหนื่อยจริง กะอีแค่ปาไม้ให้ล้มแค่นี้ทำไมมันยากเย็นแบบนี้วะเนี่ย เขาบ่น รู้งี้ตอนอยู่อังกฤษฝึกเล่นไว้ก่อนก็ดี
โนลนึกสมน้ำหน้าเพื่อนของเขาในใจ อีวานเคยไปอยู่อังกฤษมาสองปีแต่ก็ไม่เคยคิดจะแตะกีฬาอื่นของอังกฤษนอกจากรักบี้ เขาวางไม้คริกเก็ตแล้วนั่งลงข้างๆ อีวาน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองตรงไปที่เหล่าเด็กๆ ที่ผู้ปกครองพามาเล่นที่สนามเด็กเล่น
นึกถึงตอนที่อยู่ที่อังกฤษขึ้นมาเลยนะ อีวานพูดโพล่งขึ้นมา หลังเลิกเรียนก็เล่นคริกเกตกัน ทีมไหนมีนายก็ชนะตลอด ฉันก็ได้แต่นั่งดูเพราะเล่นไม่เป็น แถมดูไม่รู้เรื่องอีกตะหาก พอทุกวันศุกร์น่ะ ทุกคนจะตั้งใจเล่นเป็นพิเศษ เพราะโจเซฟีนจะมาดูนายเล่น พอเล่นเสร็จเธอก็จะเอาผ้าขนหนูมาให้นายเช็ดเหงื่อ คนทั้งสนามก็อิจฉากันจนแทบคลั่ง ฉันยังจำได้เลยไอ้เกรกที่มาจากแมนเชสเตอร์ มันตะโกนแซวนายข้างหลังว่า Fooking tosser!! ตลอด เพราะมันก็แอบปิ๊งโจเซฟีน อีวานเล่าเรื่องตอนที่เขาเป็นนักเรียนตำรวจแลกเปลี่ยนที่อังกฤษอย่างสมจริงสมจัง เขาเลียนสำเนียงแมนเชสเตอร์ได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
โนลมองตรงไปข้างหน้า ชื่อของหญิงสาวที่อีวานกล่าวถึงนำพาความรู้สึกหลายหลากมาสู่ชายหนุ่ม ต้องการจะพูดถึงอะไรกันแน่? เขามองมาที่อีวานอย่างเยือกเย็น
อีวานยิ้มเยาะ อ้า เปล่านี้! น้ำเสียงประชดประชันดังขึ้น
นายเลิกห่วงฉันเรื่องนั้นซะที
ก็ไม่ได้ห่วงอะไรนี้ครับ คุณชายโนล อีวานพูดอย่างนอบน้อม เพราะคิดว่ายังไง นายก็คงเจอสิ่งที่ยึดเหนี่ยวอีกอย่างได้แล้วล่ะมั้งนะ
พูดอะไรเข้าใจยากชะมัด โนลลุกขึ้นแล้วเอาไม้คริกเกตมาถือไว้ในมือ เขาเดินกลับไปหน้า wicket ที่ยังปักอยู่ที่เดิม
มัวแต่นั่งอยู่นั้นแหละ ทำไมไม่ซ้อมล่ะ!! เสียงตะโกนของหญิงสาวดังลั่นขึ้น อีวานหันกลับไปอย่างตื่นตระหนก เจสยืนอยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก เธอกำลังเดินตรงเข้ามาหาอีวานและโนลพร้อมกับเด็กชายผมสีบรอนด์เกือบขาวคนหนึ่ง เด็กชายรีบวิ่งนำหน้าเจสสู่ชายทั้งสองด้วยสีหน้าเบิกบาน
สวัสโนล สวัสดีอีวาน เสียงใสติดสำเนียงสวีดิชของเด็กชายดังก้องมา แก้มสีแดงเหมือนลูกมะเขือเทศของเขาเห็นชัดเพราะความหนาว
โนลส่งรอยยิ้มให้เด็กหนุ่ม เขาพยักหน้ารับ ส่วนอีวานก็ทักทายอย่างเป็นกันเอง สวัสดี ยูส!
โนลกับอีวานต้องเล่นคริกเกตใช่ไหม? เจสกับโนลเล่าให้ฟัง เด็กหนุ่มถามอย่างไร้เดียงสา
ช่ายแล้ว ยูเรซิสต้องมาดูพวกฉันเล่นด้วยนะ อีวานกอดออกอย่างภูมิใจ
โนลเล่าให้ฟังว่า อีวานไปทำอะไรไม่ดีมาต่อหน้าผู้ใหญ่เลยต้องเล่นใช่ไหม? น้ำเสียงยูเรซิสฟังดูสนุกสนานเหมือนกำลังพูดเรื่องปกติ
อ่ะ เอ่อ อีวานแตะมือลงบ่นบ่ายูเรซิสเบาๆ ก็ไม่ถึงกับไม่ใช่เรื่องไม่ดีอะไรหรอกนะ เขาแก้ต่างด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ในไม่ช้าเขาก็ส่งสายตาเดือดแค้นให้โนล แกเล่าอะไรให้เด็กฟังวะ เขากล่าว แต่ดูท่าทางคนที่ฟังก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน
จะชนะได้จริงๆ เหร้อ แค่ wicket ก็ยังล้มไม่ได้สักอัน ในที่สุดเจสก็เดินมาถึง
แค่? แค่อะไรล่ะ! ลองมาเล่นเองดูบ้างสิ! อีวานเดินเตะกรวดหินอย่างหงุดหงิด
เสียใจจ๊ะ ฉันเป็นผู้หญิง ผู้หญิง.. ไม่เล่นคริกเกต เจสแลบลิ้นให้แฟน เออนี่ ยูเรซิสกับโนล ไปกินอาหารอินเดียไหมจ๊ะ เธอออกปากชวน อาหารอินเดียที่ลิตเติ้ล อินเดีย ส่วนมาเป็นอาหารมังสวิรัส ยูเรซิสน่าจะกินได้นะ อีวานเลี้ยงเอง
ฉะ.. ฉันไม่ได้พูดอะไรสักคำ! คนที่ถูกกล่าวพาดพิงคัดค้านเสียงหลง
นี่เธอ ให้เขาช่วยแล้วเธอกะจะไม่จ่ายค้าตอบแทนอะไรเขาเลยเหรอ เจสชิ้นิ้วจิ้มหน้าอกอีวานเหมือนเป็นการบังคับ
อีวานล้วงมือลงไปที่กระเป๋ากางเกง แล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า อ่ะ เอ่อ... ก็ได้จ้า.. เขากลายเป็นสามีที่หวาดกลัวภรรยาทั้งๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงาน
เจสยิ้มกว้างทันทีเมื่อชายหนุ่มเออออ ไปเถอะนะจ๊ะ ยูเรซิส
ไปๆ ถ้าเจสชวน ผมไป เด็กหนุ่มแสดงท่าทางกระตือลือล้น
ถ้ายูเรซิสไปฉันก็ไป โนลมองไปที่เด็กหนุ่มแล้วยิ้มขึ้นเล็กๆ
โอเค ตกลงตามนี้ เจสจูงมือยูเรซิสแล้วเดินไป เพื่อนำหน้าให้ชายหนุ่มทั้งสองเดินตามเธอ เธอจะได้ไม่ต้องฟังคำบ่นของแฟนหนุ่ม
จริงๆ เลย! อีวานบ่นอุบ เพราะอย่างนี้ไงถึงตัดใจไม่ได้สักที เขาเข้าใจในความเป็นลูกคนเดียวของเจสดี และเขาก็เข้าใจผู้หญิงดีเพราะเขามีพี่สาวถึงสามคน ทั้งหมดที่เจสแสดงออกให้เขาเห็น นั้นแหละที่ทำให้เขารักเธออย่างไร้เหตุผล
แต่มันก็ทำให้นายรู้สึกดีไม่ใช่เหรอ? โนลที่เดินขนาบข้างถาม
ใช่ เธอทำให้ฉันรู้สึกดี และเขาก็ทำให้นายรู้สึกดี หนุ่มลูกครึ่งส่งแววตามีเลศนัยอีกแล้ว
พล่ามอะไรเข้าใจยากจริง โนลเบือนหน้าไปทางอื่น เขาไม่อยากจะฟังในสิ่งที่อีวานต้องการสื่อแม้แต่นิดเดียว เขา บ้าอะไร
อ่า ว่าเข้าไป อีวานหมั่นไส้ท่าทีเฉยเมยของโนลนัก เขายกฝ่ามือขึ้นมาตบผลักหัวโนลเบาๆ แล้วรีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว จับให้ได้ ถ้านายแน่จริง Mr. Fielder! เขาพูดด้วยสำเนียงอังกฤษ
โนลหัวเราะเบาๆ กับตัวเองในระหว่างที่มองหนุ่มขี้เล่นเดินไปแตะไหล่เจสให้เธอตกใจแล้วโดนฝ่ายหญิงทำท่าต่อยกลับมา
อีกสองอาทิตย์ เขาต้องทำให้หนุ่มอเมริกันบ้าบอคนนี้เล่นคริกเกตให้จงได้ อย่างน้อย.. ก็แค่ให้ล้ม wicket ให้ได้ก็พอ
=============================
To be continue on Part 2
=============================
ภาพประกอบฉาก
สนามบิน Laguardia - สนามบินหนึ่งของนิวยอร์ค ตั้งชื่อตามผู้ว่านิวยอร์ค ซิตี้ ท่านหนึ่ง
Flash Gordon - ซีรีย์การ์ตูนไซไฟในช่วงปี 1930 เอามาทำเป็นซีรี่ย์ฉายทีวีช่วง1950
สะพาน Brooklyn - สะพานเชื่อมเกาะแมนฮัตตั้น กับเมืองบรูคลิน
ขอบคุณรูปจาก Wikipedia
ก่อนอื่น อยากบอกว่าชื่อตัวละครที่ชื่อว่า โนล ไม่เกี่ยวอะไรกับพี่ชายของคนบางคนที่ชื่อ โนล กัลเลเกอร์ ขอนั่งยัน นอนยัน ยืนกระต่ายขขาเดียวยันปฏิเสธ ว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น โนลคนนี้เป็นตัวละครที่เข้าขั้นหน้าตาดี (เพราะมันเป็นพระเอก) ไม่ใช่คนคิ้วหนา ตัวเตี้ย ปากเสีย อวี๊~
ฟิคนี้เป็น Side Story ของฟิคเรื่องโบราณของผมสมัย เด็กๆ (มาก) ชื่อเรื่อง The Boy who fell to earth ครับ (ใช่ครับ เอาชื่อมาจากหนังของเดวิด โบวี่) เป็นฟิคออกแนวไซไฟ แฟนตาซี มีเรื่อง รักๆ ใคร่ๆ มาเกี่ยวข้องเล็กน้อย แฟนเซอร์วิชอีกมากมาย เรื่องย่อคร่าวๆ โนล ฮันท์ อัจฉริยะจากสก็อตแลนด์ ยาร์ด ของอังกฤษ ที่ย้ายมาทำงานที่ NYPD ในนิวยอร์ค เพราะมีเหตุการณ์บางอย่างซึ่งทำให้เขาไม่อยากกลับอังกฤษ ที่ NYPD โนลได้ทำงานร่วมกับ อีวาน แมคคอล เพื่อนเก่า และเจส แฟนของอีวาน วันหนึ่งโนลได้พบกับเด็กคนหนึ่งชื่อ ยูเรซิส โดยบังเอิญ แล้วปริศนาหลากหลายที่อยู่เบื้องหลังยูเรซิสก็เริ่มปรากฏ
ผมเขียนฟิคเรื่องนี้ไม่จบครับ เพราะคิดตอนนั้น ผมมีไอเดียจะเขียนฟิคทดลองที่ชื่อว่า BKK มากกว่า เรื่องนี้เลยดองไปอย่างค่อนข้างถาวร ผมไม่รู้ว่าผมจะได้เขียนฟิคนี้ต่อหรือเปล่า ก็อยากเขียนนะ (แต่ไม่รู้จะมีคนอ่านหรือเปล่า)
ตัวละครที่ผมชอบมาก คงจะเป็น ยูเรซิส ล่ะครับ ตอนแรกที่เขียนนี้ต้องนึกว่าไว้เลยว่าจะต้องเขียน ชีจังเวอร์ชั่นที่เป็นเด็กผู้ชายให้ได้ (ขอให้ทุกท่านไปจินตนาการเอาเองล่ะกันครับ) ผมไม่ค่อยได้เขียนตัวละครที่ไร้เดียงสาแต่ไม่โง่เท่าไหร่ เลยติดใจ อยากเขียนต่อจัง
ที่เอาเรื่องมาเขียนฟิคนี้เพราะตอนที่เขียนครั้งแรกให้เพื่อนๆ อ่าน มีแต่คนชอบอีวาน (ทำไมเขียนกี่เรื่องๆ มีแต่คนอ่านเอาพระเอกไปทิ้งน้ำ T T) ฟิคนี้เขียนให้เพื่อนคนหนึ่งที่ปฏิญาณตนเป็นสาวกตัวละครตัวนี้จนถึงขั้นวาดอาร์ทเวิร์คมาให้ เลยต้องตอบแทน ขอสารภาพว่าผมก็ไม่ค่อยรู้วิธีการเล่นคริกเก็ตเท่าไหร่หรอกครับ ที่เขียนๆ ก็เอามาจากหนังอินเดียเรื่อง Lagaan ที่เคยก็เท่านั้นแหละ ถ้าผิดพลาดผมก็ขอโทษด้วยครับ
ขอพูดถึงเรื่องสอบสั้นๆ ... เพิ่งสอบ 130 ไปวิชาเดียว...มั่วมาก..มั่วแหลก...ถ้าได้บีกูก็ดีใจมากๆๆๆ แล้ว T T
Special Thanks
- The Beatles, Oasis สำหรับเพลงประกอบ ไม่ได้ฟัง Wonderwall มานานแล้ว..แต่ฟังกี่รอบก็ชอบเนื้อหาของมันจริงๆ... Cos' maybe.. you're gonna be the one that save me...
- โฆษณา ชิเซย์โด้ ตัวนึง นานมาแล้วเหมือนกัน สำหรับแรงบันดาลใจของฉากๆ นึง
- หนังเรื่อง Bend it like Beckham
*ยูเรซิส = Ulysses ความจริง จะออกเสียงว่ายูลิสเซส และอื่นๆ อีกมากมายหลายวิธี แต่ เพื่อความสะดวกปากสะดวกอ่านของผู้เขียนและผู้อ่านด้วย.. ขอเขียนอย่างนี้ล่ะกัน!!

เหมือนๆกันตรงขี้อายนะ ฮิๆ น่ารักดี ชอบโนลค่ะ...อีกอย่างที่ชอบก็คือดูเป็นกิ๊ก 4 คนดี ฮี่ๆๆๆ...นึกถึง Bend it like Beckham เหมือนกันนะตอนอ่าน...แปลกๆดีนะคะ ที่ใช้ตัวละครหลายชาติพันธ์มากิ๊กกัน
อยากอ่านงาน Side project นะ...ดูน่าสนใจดี
อีวานนี่เหมือนเด็กหนุ่มคลั่งรักเลย โนลน่าสนใจดี ความสามารถถ้าจะเยอะแต่ท่าทางจะขี้อายเนอะ อยากให้โนลแสดงอารมณ์ประมาณกวนๆ เสียดสีแดกดัน อยากอ่านตอนต่อไปท่าจะมัน รออ่าน BKK จนใจจะขาดแล้วคุณ โซ ( โชคดีที่แมวโฉดขยันอัพฟิค เลยอารมณ์ไม่ค้างมาก
)
ในฐานะที่เป็นฟิคขัดตาทัพนี่ ยาวมาก-มากครับท่าน
ยังไงก็คิดถึงพี่โนลฮ่าๆ ตรงที่มันลัษณะเหมือนกันนั่นแหละ
แล้วจะรออ่าน BKK ^ ^
#1 By เทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์ on 2006-10-08 18:13