*การลอกข้อสอบ เป็นพฤติกรรมที่น่าละอายและทำลายระบบการศึกษา ไม่สมควรเลียนแบบ

_____________________________________

BKK
ตอนที่5 -ควิซ คอมมิวนิสต์ เซลส์แมน

_____________________________________

Hey guys! Listen! Today..... แกรนท์เอ่ยปากพูดแต่ยังไม่จบก็หยุดไป ก็น่าอยู่ เพราะตอนนี้แทบไม่มีใครในห้องสนใจเขาเลย ผมเองก็กำลังหาวเพราะความง่วงในยามเช้า เมื่อคืนนี้ผมนอนไม่ค่อยจะหลับเลย ว่าจะไม่คิดถึงเรื่องน้องกุ้งกับบอลแล้วนะ แต่ผมก็อดไม่ได้อยู่ดี ผมก็ยังคิดไม่ตกว่าผมควรจะพูดกับน้องกุ้งและกับบอลยังไงดี จะให้บอกน้องกุ้งว่า น้องพี่มีคนที่ชอบอยู่แล้ว รับรองว่าต้องมีพวกโทรโข่งไปกระจายข่าวให้ยาวยืด แน่ๆ

ทำไมผมถึงกลัวว่าคนจะไปกระจายข่าวนักเหรอ? ผมก็ไม่ใช่คนที่ป๊อปอะไรหรอก แต่เพราะไอ้อานิสงส์ของกระแสเอเชียตะวันออกที่กำลังมาแรงนั้นแหละ ที่ทำให้ลูกเจ๊กอย่างผมพอเป็นที่สนอกสนใจขึ้นมาบ้าง แต่ผมก็ไม่ได้อยากพูดอะไรถึงมันเท่าไหร่หรอกนะ เพราะตอนนี้ผมควรจะคิดถึงเรื่องของน้องกุ้งมากกว่า

ครั้นจะบอกปฏิเสธไปว่า ขอบคุณนะ แต่พี่ไม่ได้ชอบน้องน่ะ ก็ดูจะโหดร้ายไป แล้วผมก็ไม่อยากจะมานั่งฟังผลข้างเคียงทีหลังด้วย พี่รามคะ กุ้งไม่ดีตรงไหนคะ ทำไมพี่ถึงไม่ชอบกุ้งล่ะค่า ถ้าเป็นผู้หญิงแบบน้องกุ้งละก็.. เชื่อขนมกินได้เลยว่าต้องพูดต่อไปแบบนั้น หรือสุดท้าย.... ผมควรจะบอกปฏิเสธไปว่า... เอ่อ ขอโทษนะน้องกุ้ง... พี่เป็นเกย์แหละ... ไม่ได้นะไม่ได้... ถ้าบอกไปแบบนั้นผมต้องไม่ได้แต่งงานตลอดชีวิตแน่

ที่สำคัญอีกประการ... ผมควรจะทำยังไงกับไอ้คุณพิชัยที่เคารพรักดี ผมควรจะบอกมันไปหรือเปล่าว่า บอลครับน้องกุ้งสุดที่รักของคุณ เพิ่งมาบอกว่าชอบผมว่ะ ผมจะทำยังไงดี มึงช่วยบอกผมได้ไหมครับ? ไม่ได้... ไม่เวิร์คแน่... ไม่ดีแน่.. เสี่ยงต่อการเพื่อนอย่างเป็นที่สุด

นี้ผมเป็นคนดีไปไปหรือเปล่า
? ผมแคร์ความรู้สึกของคนที่ผมไม่ควรจะแคร์หรือเปล่า?

Today were going to have A QUIZ.

นักศึกษาทุกคนเงียบกริบเมื่อได้ยินประโยคล่าสุดของแกรนท์ ผมตาสว่างและหยุดเรื่องน้องกุ้งกับไอ้บอลที่กำลังคิดอยู่ทันที อะ ควิซ = ควิซ = สอบ..... สอบ.. เฮ้ย! แกรนท์ ไม่เคยบอกเลยนี้นา ว่าวันนี้จะมีสอบ แบบนี้.. มัน... ไอ้ฝรั่งเวร เอ๊ย...

นักศึกษาหลายๆคน เริ่มส่งเสียงบ่น ผมไม่ใช่คนเดียวสินะที่จำไม่ได้ว่าแกรนท์บอกว่าจะมีสอบตั้งแต่เมื่อไหร่ เช้านี้มันอะไรกันวะ... เรื่องน้องกุ้งกับไอ้บอลก็จะประสาทกินอยู่แล้ว ต้องมาเจอไอ้นี้อีก อย่างนี้เขาเรียกว่า ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรกสินะ

มันง่ายออกครับ.... แกรนท์พูดเป็นภาษาไทย จะว่าไปผมก็ไม่ค่อยได้ยินแกรนท์พูดเป็นภาษาไทยมาตั้งนานแล้ว ไม่เห็นเป็นไรเลย จะไม่เป็นไรได้ไง... กูไม่ได้อ่านหนังสือมา มึงไม่ได้บอกกูว่าวันนี้จะมีควิซนี่หว่า เข้าใจไหมๆๆๆ

Please answer all these questions on your papers. And remember to manage your time. แกรนท์กดปุ่มเปิดเครื่องฉายสไลด์แล้วก็ได้แต่ยิ้ม ไอ้หมอนี้มันมีความสุขกับความทุกข์ของนักเรียนหรือไงนะ หรือนี้เป็นสัญชาตญาณของครูบาอาจารย์ทุกๆท่านที่ดูจะมีความสุขกับการที่ได้ออกข้อสอบโคดยากจนนักเรียนทำไมได้

ฉากฉายสไลด์เปลี่ยนจากสีขาวว่างเปล่ามาเป็นสีขาวของกระดาษที่มีแค่ตัวหนังสือภาษาอังกฤษเพรียวๆ พิมพ์ไว้อยู่ นักศึกษาทุกคนในห้องจ้องมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเหมือนปิศาจร้ายที่กำลังแยกเขี้ยวและกางกรงเล็บซึ่งสามารถบั่นร่างของพวกเขาให้ขาดออกเป็นชิ้นๆ

ปิศาจตนนั้นคือโจทย์อัตนัย 5 ข้อ ของมิสเตอร์ แอชลีย์ แกรนท์

ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังพงกหัวขึ้นลงเพื่ออ่านโจทย์ตรงหน้าซ้ำไปซ้ำมาแต่ข้อความบนคำถามกลับไม่ได้ไหลเข้าหัวที่ว่างเปล่าเลยแม้แต่นิดเดียว ผมเอาสมุดฉีกตรามหาลัยขึ้นมาว่างไว้บนโต๊ะแล้วฉีกกระดาษออกมาแผ่นนึงในขณะที่ตาก็ยังอ่านโจทย์อยู่ ในไม่ช้า ผมก็จับปากกาสีดำขึ้นมา เริ่มเขียนคำตอบข้อแรก

1)If you have been expelled from the university and you couldnt go back home and face the truth with your parents. You just ran away from the dormitory and finally found yourself completely alone in the center of Bangkok. Where would you go? What would you do? And if Holden Caulfield was a Bangkok boy? What would he do?

ผมไม่กล้าแปลคำถามออกมาแม้แต่น้อย แล้วก็ไม่กล้าแยกด้วยว่าแกรนท์ถามกี่คำถาม เครื่องหมายเควซชั่นมากซ์ในโจทย์กำลังทำให้ผมตาลาย ผมจรดหัวปากกาลงบนกระดาษ เขียนคำว่า In my opinion ลงไปตามแบบฟอร์มของการตอบคำถามถามความเห็นที่ดี ผมจะไปไหน? ผมจะทำอะไร? แล้ว โฮลเด้น คอร์ฟีลด์...มันใครวะ..?

แคชเชอร์....อิน.... เดอะ....???

ผม... อยากจะฉีกกระดาษข้อสอบออกเป็นสองส่วนเมื่อผมอ่านข้อสอบไปเรื่อยๆ กูไม่ได้อยู่นิตินะเว้ยไอ้ห่า!!!!!! ผมอยากจะลุกขึ้นไปกระชากแกรนท์มันออกจากเก้าอี้แล้วส่งมันไปที่ดอนเมือง ขึ้นเครื่องบินกลับประเทศบ้าสงครามเฮงซวยของมัน ทำไมข้อสอบถึงเป็นแบบนี้ ทำไมข้อสอบถึงถามแบบนี้ ผมยังไม่ได้อ่านหนังสือ ผมทำไม ผมทำไมได้หรอกนะ ไม่มีใคร ทำได้หรอก!

โฮลเด้น คอร์ฟีลด์ คือใครวะ? ไอ้ราม?? บอลกระซิบถามผม อย่าเพิ่งถามได้ไหมไอ้สาด กูยังเอาตัวเองไม่รอดเลย!

เฮ้ย ความคิดเรื่องน้องกุ้งเริ่มเข้ามาในหัวผมแล้ว ไม่ได้นะๆๆๆ ตอนนี้ตรงหน้าผมมีข้อสอบอยู่ ใช่แล้ว ข้อสอบ... ข้อสอบ ยกปากกาขึ้นมาสินายวิษณุ เขียนลงไป!!! คิดสิเว้ย!!!

เฮ้ย ราม โฮลเด้น นี้ แม่ง ใครวะ! ปินย้ำถามต่อจากบอล ถ้าเป็นไปได้ผมล่ะอยากเขวี้ยงปากกาในมือไปเจาะหัวมันให้เลือดอาบเหลือเกิน

กูไม่แน่ใจอ่ะ ตัวละครในนิยายเปล่า?แต่ก็ตอบไปอยู่ดีล่ะ!

เอ้อ ก็คงใช่แหละ! ข้อต่อไป! แต่... เฮ้ย ข้อแรกล่ะ! เขียนไปไม่กี่บรรทัดเอง! แต่ๆๆๆ ไม่มีเวลาแล้ว!! ข้อต่อไป!

2)Please explain how The Crucible are related to Red Scare.

แว่บแรกที่ได้เห็นข้อนี้ ผมก็แอบดีใจเล็กน้อยที่โจทย์มันสั้นเหลือเกิน แต่พอแปลแล้ว

จงอธิบายว่า เดอะ คลูซิเบิ้ล สัมพันธ์กับ การกลัวสีแดง อย่างไร

สีแดง? อะไรวะ! ห่า... สีแดง..สีแดง...เลือด..เลือดสีแดง... แดง.. แดง..เหลือง..ไม่..ไม่ใช่..

เฮ้ย! ข้อสองล่ะวะ!

แดง.. ผีแดง... แดง.. หงส์แดง...แดง...แดงเดือด...แดง... ปากกาแดง..... ปากกาหมึกจะหมด.. เขียนไม่ติด... ทำจากที่ไหนวะเนี่ย เมด เมด อิน ไชน่า... ของจีนแดง.. จีนแดง...........

กูกำลังคิดอยู่! จีนแดง...........แดงๆๆๆๆ แดง.. เขมรแดง.. ดาวแดง

คอมมิวนิสต์
! อาเธอร์ มิลเลอร์โดนจับเพราะเป็นคอมมิวนิสต์!

เฮ้ย! เร็วๆ! กูทำไม่ได้เลย!

คอมมิวนิสต์! ทำเองไม่ได้เหรอไอ้เหี้ยเอ๋ย! ทำไมต้องตอบ?

หา!

No cheating, please Just relax guys! Its easy! แกรนท์คงได้ยินที่บอลและนักเรียนหลายๆ คนเริ่มกระซิบถามกัน อีซี่ กับ จอร์จ วอร์ชิงตัน อ่ะดิ ผมเงยหน้าจากข้อสอบไปมองแกรนท์ ตอนนี้เขากำลังนั่งไขว่ห้างเคี้ยวหมากฝรั่ง พร้อมกับกำลังอ่านหนังสือเรื่อง ความตายของวิษณุ ภาคภาษาอังกฤษอย่างสบายใจเฉิบ แล้วดูท่าทางเขาก็ไม่แคร์เลยด้วยถ้านักศึกษาจะตะโกนเสียงดังข้ามห้อง

มันแกล้งกูชัดๆเลยนี่หว่า!!!

ผมรู้สึกว่าขาของตัวเองสั่นรัวเป็นจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะผมกำลังรนรานความข้อสอบ แต่เป็นเพราะความอยากที่จะลุกขึ้นเพื่อถีบหน้าไอ้ฝรั่งที่นั่งหน้าห้องอย่างแรง สัญชาตญาณผมไม่มีวันผิด... คนคนนี้ไม่ได้เข้ามาทำงานเป็นอาจารย์ด้วยความรู้หรือความสามารถทางการสอน แต่เข้ามาเพราะสีผิวที่ตีตราความวิเศษของเขาต่างหาก

แต่..ไม่ได้ๆ ถึงผมจะโมโหแค่ไหน คะแนนมันก็ต้องสำคัญกว่า ผมไม่ยอมติดเอฟในวิชาที่มันสอนแน่ๆ

ผมยังเขียนคำตอบลงไปในข้อสอบถึงแม้จะไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะทำถูกหรือเปล่า ผมเขียนข้อสองจบ อ่านโจทย์ข้อต่ออย่างผ่านๆ พร้อมกับคิดคำตอบไปด้วยในหัว

3)In your opinion, what is the symbolism of Mocking Bird in To Kill the Mocking Bird. Do you think there is the Mocking Bird in Thailand?

แล้วทำไมจะต้องถามเรื่องในเมืองไทยด้วยวะ...? นี้มันวิชาวรรณกรรมอเมริกันนะ....

ราม..ม็อคกิ้ง เบิร์ด นี่แม่งอะไรวะ?

เอ่อ.. ผมทำบ้าอะไรอยู่ ทำไม..ถึงต้องแคร์

พวกเรา..... ทำบ้าอะไรกันอยู่

มันก็แค่สอบ แต่ทำไมถึงจะต้องไปแคร์อะไรกับมันขนาดนั้น? มันก็แค่การเข้าไปเสี่ยงดวง 2 ชั่วโมงกับไอ้คำถามที่ชาตินี้คงไม่มีวันเจอใครถามในชีวิตจริง ใช่..มันคงไม่มีใครถามหรอกว่าเดการ์ททำไมต้องคิด..ทำไมนิชเช่ต้องบอกว่าพระเจ้าตายแล้ว....ทำไมแกสบี้ยังรักเดซี่ไม่เปลี่ยนแปลง..ทำไมบอนนี่กับไคลด์ต้องตาย.. ทำไม..แล้วทำไม?? ทำไมถึงต้องสอบ? ก็เพราะมันไม่มีทางเลือกที่จะติดสินคนที่ดีกว่านี้แล้วหรือ? เพราะ ความจริง ในโลกใบนี้มันมีอยู่อย่างเดียวใช่ไหม? แล้วทำไมต้องสอบ? ทำไมเวลาต้องสอบแล้วต้องอยากได้คะแนนดี? เพื่อจะเอาชนะคนอื่น? หรือเพื่อยกตัวเองให้ดีกว่าคนเป็นแสนเป็นล้านในสังคมของชนชั้นกลางที่แสนคับแคบเท่านั้น?

ไม่มีใครหน้าชื่นหรือยังรู้สึก โอเค เวลาที่ตัวเองได้คะแนนห่วยหรอก ถึงแม้จะเป็นคนที่ไม่ได้สนใจอะไรกับเรื่องเรียนก็ตามทีเถอะ

มาเรียนสิ่งสำคัญไม่ใช่เกรด และชีวิตก็ไม่ขึ้นอยู่กับใบปริญญาเกรียรตินิยม มันก็แค่เป็นยูโทเปียของเด็กนักเรียน เป็นคำพูดสวยหรูที่ไม่สามารถเป็นไปได้ เป็นแค่คำพูดสวยหรูเพื่อยกมาปลอบใจคนที่กำลังจะท้อกับการเรียนของตัวเองเท่านั้น

ในประเทศนี้ ถ้าเด็กน้อยที่เหมือนกระดานดำว่างเปล่าทำคะแนนไม่ได้ดี ทำเกรดไม่ได้ดี จะเพราะว่าโรงเรียนกดเกรด หรือ อะไรก็แล้วแต่ เด็กน้อยคนนั้นก็จะหลายเป็นไอ้โง่ที่ไม่สามารถเข้ามหาลัยดีๆได้ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวเลขเพียง 5 ตัวเท่านั้น คือ 0 1 2 3 และ 4 และถ้าไอ้โง่คนนั้นที่เข้ามหาลัยดีๆไม่ได้ เรียนคณะดีๆ ไม่ได้ ต่อไปก็มันจะกลายเป็นไอ้งั่งที่ไม่มีปัญญาหาเงินเดือนได้เกินหมื่น และถ้าไอ้งั่งคนนั้นไม่ได้เงินเดือนเกินหมื่น..... ก็อย่าหวังว่าชีวิตข้างหน้าของมันจะกลายเป็นคนที่มีทุกสิ่งสมบูรณ์ได้หรอก

พวกเราแค่กำลังทำเรื่องบ้าๆ เพื่อตอบสนองระบอบการศึกษาบ้าๆ ที่พวกบ้าๆ คิดขึ้นมาเท่านั้นเอง

..ไม่ใช่ความผิดของพวกเราสักหน่อย..

เสียงแกรกของดินสอกดที่ใช้เขียนร่างคำตอบกัดลงไปกับหน้ากระดาษที่ว่างจนเป็นรอย ผมรีบกวาดมือไปใต้โต๊ะเพื่อหยิบกล่องดินสอแล้วเอาไส้ดินสอออกมาให้เร็วที่สุด ผมเกือบทำไส้ดินสอหักเพราะเสียงตะโกนของไอ้บอล ผมไม่ได้หันกลับไป แล้วก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินด้วย ผมไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เพราะผมก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ผมกดดินสอค้างไว้ เอาไส้ดินสอใส่เข้าไปทางปากดินสอกดแทนที่จะเป็นที่ปลายอย่างที่ชาวบ้านเขาทำกัน ผมเงยหน้าขึ้นมองสไลด์ อ่านโจทย์ข้อต่อไปด้วยหัวที่หมุนเหมือนกับดาวพลูโต ข้อสี่..
What is Jazz Age, give your description regarded on the story of The Great Gatsby ทำไม่ได้เว้ย.. ข้อ 5 This is a FREE question, please giveyou comment about this class โอ้ว..มันห่วย มันแย่ ฟักกิ้ง เทอร์ริเบิ้ล ไอ โฮป ยู!! กอท เอ็กเพล ฟอร์ม ดีส ฮอร์เนเรอเบิล ยูนิเวอซิตี้ ไรท์ นาว!!!

OK! Times up! แกรนท์ตบมือดังโผล๊ะแล้วยิ้มแป้นเหมือนเด็กได้ของขวัญคริสต์มาสพร้อมๆ กับที่นักศึกษาเกือบทุกคนส่งเสียงโห่ด้วยความตกใจปนกับความไม่พอใจ ผมวางปากกาลงทันที มันก็แค่นี่แหละ สุดท้ายผมก็ไม่ได้เขียนอีกสองข้อ ... โดยเฉพาะข้อสุดท้าย..

แกรนท์ลุกขึ้นแล้วเดินไปรอบห้องเพื่อเก็บข้อสอบด้วยตัวเอง เขาไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับใบหน้าของเด็กๆ ที่ทำหน้าบูดบึ้งใส่เขาแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากับทำสีหน้าสดใสและที่มีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่เต็มเหมือนเดิม

ผมเกลียด... รอยยิ้มแบบนั้นเหลือเกิน...

นักศึกษายอมส่งข้อสอบแต่โดยดีถึงแม้ว่าจะมีเสียงบ่นไปตลอดทางที่เขาเดินผ่าน คงไม่มีใครรู้แน่ว่าอาจารย์หนุ่มคนนี้ต้องการอะไรกันแน่ หรือเกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงมาออกข้อสอบควิซสุดโหดอย่างนี้ เขาเดินกลับไปหน้าห้อง แล้วเอายกมือที่กำลังถือปึกข้อสอบโบกไปมา

Thats it for today. You may excuse. แกรนท์หยิบกระเป๋าเอกสารของเขาขึ้นมาแล้วเตรียมตัวเดินออกจากห้องเรียน And, about the score, I will post it in front of the classroom next week. See ya!! พูดจบแกรนท์ก็รีบเดินเฉิบออกไปจากห้องทันทีโดยที่นักศึกษายังไม่มีเวลาได้ตั้งคำถามด้วยซ้ำว่าเขาจะรีบร้อนไปไหน

อาจารย์..บอกว่า...จะเอาคะแนนแปะไว้หน้าห้อง.. เบลพูดทวนคำพูดของแกรนท์เหมือนเป็นหน้าที่ เธอรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนๆ คนอื่นโดยเฉพาะไอ้บอลกับไอ้ปินคงฟังฝรั่งพูดไม่รู้เรื่องแน่ๆ

หา!! หน้าห้อง!!! ประจานกันเลยนี่นะ! เปิ้ลว้ากเสียงหลง

แม่ง.. บอลพึมพำในลำคอ จะสอบก็ไม่ออกสักคำ..กูไม่ปลื้ม..จบ!! พูดเสร็จบอลก็โยนถุงใส่ดินสอใส่ไปในกระเป๋าเป๊ขาดๆ ของมัน ส่วนปินก็เป็นลูกขุนพลอยพยักเหมือนเคย

นี่ แล้วทำได้กันหรือเปล่า เปิ้ลถามความเห็นจากทุกคนในขณะที่พวกเรากำลังทยอยเดินออกจากห้อง แต่พอเธอเคลื่อนสายตามาที่เบลกับผมเธอก็กลับเบือนไปทางอื่นแล้วทำหน้าแขวะแบบหลอกๆ ไม่ได้ถามเบลกับรามนะ เห็นเขียนกันยิกๆเลย

เขียนยิกๆซะที่ไหนล่ะ ไม่ได้ทำไปตั้ง 2 ข้อ....ข้อ 5 ที่อยากทำเหลือเกิน..

เออ แล้วข้อไอ้ม็อคกิ้ง เบิร์ด มึงตอบว่าไงวะราม? ปินคว้าการ์ตูนเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋า กันดั้ม ดิ ออร์ริจิ้น ผมอ่านชื่อเรื่องบนปกการ์ตูนในมือมัน กูว่ากูคุ้นๆ ว่ะ เฮ้ย!!!!! เล่มนี้ชาร์ถอดหน้ากาก วู้วววว!!

เรื่อง มอคกิ้ง เบิร์ดน่ะเหรอ? มอคกิ้งแปลว่าทำเล่นๆ มั้ง การทำเล่นๆ ก็เหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไร คนดำเป็น มอคกิ้ง เบิร์ด เพราะงั้นการฆ่านกที่ไม่มีประโยชน์อะไรก็คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร...มั้ง? กูไม่รู้อ่ะ ผมอยากบอกไอ้ปินเหลือเกินว่าอย่าไปรื้อฟื้นถึงมันอีกเลย อีกอย่าง.. ถึงผมจะอธิบายยาวยืดแค่ไหน ถ้าไม่ถูกมันก็ศูนย์และสูญอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?

ไม่ใช่นา.. เบลทักท้วง มอคกิ้ง เบิร์ดแปลกว่า นกกระจอก นกกระจอกทำร้ายคนไม่ได้ ทู คิล เดอะ มอคกิ้ง เบิร์ด ก็หมายถึงการฆ่าคนที่ไม่มีทางสู้อย่างคนดำที่ไม่มีปากมีเสียงไง

หืม? งั้นเหรอถ้างั้นเราก็อาจจะผิดก็ได้ อย่างที่เบลพูดก็น่าจะถูกนะ ก็อย่างนี้..ทุกทีสินะ..

พอเถอะ... คุณท่านว่าที่เกรียรตินิยมทั้งสอง จะตอบอะไร พวกกูก็ตอบไม่ได้ทั้งนั้นแหละ! บอลเอาสมุดเล็คเชอร์ที่ม้วนไว้ในมือมาเคาะหัวผม ก็แน่ล่ะ มันคงหมั่นไส้ผมกับเบลมาพอแล้ว

ผมไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะทำอะไรถูกร้อยเปอร์เซนต์ เพราะผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบ ผมเป็นได้แค่ที่สอง หรือไม่ก็ที่สามเสมอ ถึงผมจะพยายามเรียนให้ตายก็ต้องมีคนที่เก่งกว่าผม ผมพยายามเป็นที่หนึ่งแต่ผมก็เป็นไม่ได้..ผมไม่ใช่สิ่งที่สมบูรณ์..ผมอยู่ตามหลังคนอื่นเสมอ..ทั้งความฝัน ทั้งเป้าหมาย.. ผมไม่เคยนำหน้า..ไม่เคยมีใครเห็นผมเลย

ตอนผมอยู่ประถม ผมอิจฉาคนที่ได้ไปโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด... พอผมสอบเข้าโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด ผมอิจฉาคนที่ไปเรียนมหาลัยในกรุงเทพ... พอผมได้เข้ามาเรียนมหาลัยในกรุงเทพ ผมก็อิจฉาคนที่จบไปแล้วมีงานทำดีๆ ....ตอนผมทำงาน..ผมก็คงอิจฉาเจ้านาย...ตอนผมเป็นเจ้านาย..ผมคงอิจฉาคนที่เกษียณ..ตอนผมเกษียณ...ผมก็คงอิจฉาคนที่เข้าโลงไปแล้ว...และทุกสิ่งมันก็จบลง ง่ายๆ แค่นั้น

ผมอยากยืนนำหน้าคนอื่น..แต่มันก็เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะถึงยังไงก็ต้องมีคนดีกว่า ได้คะแนนมากกว่า แต่มัน ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรหรอกนะ ผมชาชินกับมันแล้วล่ะ ถึงผมจะโดนเตะไปเป็นที่โหล่ หรือโดนขังไม่ให้วิ่ง หรือดิ้นรนอีกต่อไป ผมก็จะไม่คร่ำครวญไม่เสียใจ ยังไงผมก็ไม่มีทางวิ่งเข้าเส้นชัยก่อนใครอยู่ดี แล้วผมก็จะไม่โกรธเคืองคนที่นำหน้าผมไป

ถ้าเป็นเบล... ก็คงไม่เป็นไรหรอก..

อีกล่ะ.... เป็นบ้าอะไรไปอีกแล้ววะ..วิษณุ..

กินรายกันดีอ่ะ ปินเงยหน้าจากหนังสือการ์ตูน ผมมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง เกือบเที่ยงแล้ว ถ้าไม่รีบไปกินตอนนี้มีหวังโรงอาหาร กับร้านรอบๆ มหาลัยไม่มีที่นั่งแน่ๆ

ไปกินวังหลังกันไหมแก? ไปไหม? เบลล่ะ? เปิ้ลเสนอ จุดประสงค์ของการกินข้าวที่วังหลังของเปิ้ลน่ะ มันอยู่หลังจุดประสงค์ของการไปช้อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าอยู่แล้ว แต่ถึงกระนั้น ทุกคนก็ตกลง ก็กับข้าวในโรงอาหารมหาวิทยาลัยมันเหมือนกับอาหารโรงพยาบาลซะหยั่งงั้นนี่

ดี กูอยากซื้ออะไรให้น้องกุ้งหน่อย น้องกุ้ง อีกแล้วๆๆๆๆๆ ผมว่าผมลืมเรื่องนี้ไปแล้วนะเนี่ย พอทีเถอะ.. เรื่องนี้มันยังไม่จบอีกเหรอ แต่จะว่าไปมันก็เพิ่งเริ่มเองนี่นา..

เอ่อ.. งั้นพวกมึงไปกันล่ะกัน ผมหยุดเดินเพื่อผละตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อน กูยังเขียนเปเปอร์ไม่เสร็จเลย ยังไม่เสร็จ ส่งมะรืน ผมว่าถ้าผมมัวแต่ไปช้อปปิ้งกับไอ้พวกนี้มีหวังไม่ได้ทำแน่ๆ แถมที่บ้านก็ยังไม่มีคอมอีกตะหาก

หา เปเปอร์ไรวะ? บอลทำหน้าเหวอ

ก็ไอ้ที่ให้หาวรรณกรรมแล้ววิเคราะห์ผู้แต่งกับเนื้อเรื่องไง ผมตอบไปอย่างเบื่อๆ เพราะถ้ามันไม่ใช่งานที่ให้แสดงความคิดเห็นหรือเป็นงานเดี่ยวล่ะก็ คำต่อไปที่ไอ้บอลกับไอ้ปินจะพูดก็คือ งั้นก็ขอดูของมึงหน่อยล่ะกัน แน่นอน

ห่า! ไม่เห็นรู้เรื่องเลย มึงรู้ไม๊วะปิน พี่ใหญ่ของกลุ่มมองหน้าลิ้วล่อข้างๆ ที่ตอนนี้ส่ายหัวเป็นจังหวะเหมือนเดิม แล้วมึงทำเรื่องอะไรอ่ะ?

เดธ ออฟ เซลส์แมน มั้ง? เดธ ออฟ เซลส์แมน.. ความจริงมันก็ไม่ใช่ตัวเลือกแรกของผม ที่ผมเลือกไว้ครั้งแรกว่าจะทำคือแฮร์รี่ พอตเตอร์เล่ม 1 แต่พอมาคิดๆ ดูแล้ว อาจารย์ที่รักอายุ 40 อัพของผมคงอยากจะอ่านบทวิเคราะห์หนังสือที่มันดู เป็นวรรณกรรม กว่านี้แน่ๆ อีกอย่างถ้าให้วิเคราะห์หนังสือเล่มนี้กับปัญหาสังคม ก็คงไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรนักหรอก

.... เซลส์แมนคนหนึ่งที่ทำงานแทบตายเพื่อสังเวยความพยายามทั้งหมดให้กับความฝันและอนาคต..ความฝันที่จะมีบ้านใหญ่ๆ...มีคนคันโต..มีหน้ามีตาในสังคม..แต่ทั้งหมดนั้นทำไปเพื่ออะไร
?..ในเมื่อความฝันกับความจริงมันไม่ใช่สิ่งเดียวกัน..ความฝันที่วาดไว้มันก็ไม่ใช่ความสุขแม้แต่นิดเดียว..

เดธ ออฟ เซลส์แมน ณ สมอลรูมเนี่ยนะ บอลกล่าวประโยคที่ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันพูดเล่นหรือพูดจริง ผมไม่ค่อยเก๊ตมัน แต่เปิ้ลที่ยืนข้างๆ ก็ถอนหายใจเสียงดังแล้วทำท่าทางเหมือนจะตบกะโหลกบอลให้เต็มฝ่ามือ

เดธ ออฟ เซลส์แมนของ อาเธอร์ มิลเลอร์ เหรอ? เศร้ามากๆเลยนี่นา

ผมหันไปมองเบลแล้วยิ้มเล็กๆให้เธอทันที ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงยิ้มให้เธอ บางทีผมอาจจะรู้สึกดีใจขึ้นมาก็ได้ที่อย่างน้อยคนเพียงคนเดียวในกลุ่มเพื่อนที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเหมือนผมเลยก็ยังรู้จักในสิ่งที่รู้จัก

ผมอยากคุยกับเบลให้มากกว่านี้.. แต่ยิ่งอยากเท่าไหร่ก็ดูเหมือนผมเองจะเป็นคนที่ล่าถอยไปเอง ผมพูดไม่เก่ง ตอนพูดแล้วก็ไม่มีใครรู้เรื่อง ผมกลัวว่าถ้าผมพูดอะไรออกไป...... เธออาจจะไม่มีวันเข้าใจผมเลยก็ได้

ช่างเถอะ.. พอมีเรื่องอื่น... ผมก็.. ลืมว่าผมอยากจะทำอะไรไปทุกทีแหละ

เอาเถอะๆ เจอกันล่ะกัน แม่ง กินข้าวบ้างเถอะ ตัวผอมหยั่งกะจิ้งจก

เออ! ผมตอบรับบอลอย่างไม่สบอารมณ์นัก ผมรู้ดีว่าผมมีนิสัยประหลาดๆ อย่างนึงคือถ้าไม่หิวก็จะไม่กิน ถึงจะได้เวลากินของคนอื่น ถ้าผมไม่หิวผมก็จะไม่แตะอะไรเลย และนั้นก็หมายความว่า บางวันผมจะกินข้าวแค่มื้อเดียวหรือสองมื้อเท่านั้น วันไหนที่ผมได้กินเต็มๆ 3 มื้อ วันนั้นก็คงเป็นวันที่ผมต้องออกแรงอย่างสุดๆ

นี่ไม่ใช่พฤติกรรมที่ดีเลยสักนิด... ผมผอมมากจนดูเหมือนคนขี้โรคหรือดูเหมือนไม่ใช่ผู้ชายเลยด้วยซ้ำ

แต่มันก็เหมือนนิสัยเสียอื่นๆ ของผมนั่นแหละ ผมอยากเลิกกัดเล็บ ผมก็ทำไม่ได้ ผมอยากเลิกมองโลกในแง่ร้ายผมก็ทำไม่ได้.. ผมเลิกอะไรไม่ได้สักอย่าง

หลังจากแยกย้ายกับเพื่อนๆ แล้ว ผมก็รีบมุ่งหน้าเดินลงไปที่ห้องสมุดกลางของมหาลัย ..เดินลง.. ผมพูดไม่ผิดนักหรอก.. มีเหตุผลบางประการที่ทำให้มหาวิทยาลัยของผมไม่สามารถสร้างตึกสูงได้ และวิธีทางเดียวที่พวกเขาจะสร้างห้องสมุดขนาดใหญ่ที่จะสามารถเก็บคลังหนังสือทั้งหมดได้คือขุดห้องสมุดไว้ใต้ดินโดยไม่มีความเกรงกลัวเรื่องดินที่อ่อนยวบของกรุงเทพเลยแม้แต่น้อย

เมื่อรูดบัตรเข้าไป ผมก็เดินปรี่ที่คอมพิวเตอร์ค้นหาหนังสือทันทีเพราะผมรู้ว่าถ้าไม่รีบไปมีหวังได้ต่อคิวยาวแน่ๆ

ผมคีย์คำว่า
Death of Salesman ลงไปในช่องค้นหา... ความตายของเซลส์แมน..ให้มันได้อย่างนี้สิ.. ผมรีบจดเลขเรียกหนังสือไว้ในกระดาษ วิษณุ พลหล้า ขอขอบคุณผู้ที่ประดิษฐ์ระบบค้นหาหนังสือด้วยคอมพิวเตอร์จากใจจริง ไม่อยากจะเชื่อว่า 2 ปีที่แล้วผมยังควานหาบัตรชื่อหนังสือในตู้ที่ห้องสมุดตอนมัธยมอยู่เลย

ผมพิมพ์คำว่า Arthur Miller แล้วกดค้นหาต่อ Arthur Miller: Life & Work เล่มนี้แหละเล่มเดียว ยังไม่มีใครยืมไปด้วย! เสร็จกู!!

ผมแทบจะวิ่งลงไปชั้นล่างสุดของห้องสมุดเพื่อไปหาหนังสือ ใจหนึ่งเป็นเพราะผมอยากอ่าน เดธ ออฟ เซลส์แมน ใจจะขาด แต่อีกใจหนึ่งก็เป็นเพราะผมรู้สึกว่าผมได้ชนะในเกมแย่งหนังสือครั้งยิ่งใหญ่แล้ว

จากประสบการณ์ที่ได้เรียนมหาลัยมา
2 ปี ผมก็ได้รู้ว่าวันประกาศสงครามแย่งหนังสือในห้องสมุดก็คือวันที่อาจารย์สั่งงานให้ทำ ถ้าไม่รีบ รอไปจนเกินกำหนดส่งงานแล้วก็คงไม่ได้หนังสือหรอก

ผมหา
ความตายของเซลส์แมน เจอในเวลาไม่นานนัก ที่เหลือก็แค่ประวัติของอาเธอร์ มิลเลอร์ แล้วผมก็จะได้นั่งทำงานคนเดียวเงียบๆ สักที ผมเดินไปที่ชั้นหนังสือใกล้ๆ กับชั้นที่วางหนังสือเล่มแรก ตะแคงหัวอ่านชื่อหนังสือบนสันปก

Mann Mars Marx Mao..

ผมดูจนสุดแถวแต่ก็ไม่มีหนังสือเล่มที่ผมต้องการ เพื่อความแน่ใจ ผมกลับไปไล่หาใหม่อย่างช้าๆ มองดูแถวล่างแถวบนเผื่อจะมีใครหยิบไปวางผิด ผมหาทั้งชั้น เผื่อมันจะไปหลบอยู่ที่ไหน ... แต่ 10 นาทีผ่านไป.. ก็ไม่มีแววว่าผมจะหาเจอ ผมถอนหายใจเบาๆ ต้องมีคนเอาไปแล้วแน่ แล้วจะทำไง? จะส่งมะรืน ความจริงผมก็น่าจะทำงานมาก่อนหน้านี้..แต่..แล้วจะทำไงดีล่ะ? ผมก็ไม่อยากไปแย่งใช้เน็ตมหาลัยกะใครแล้วก็ไม่อยากไปนั่งในร้านเน็ตที่มีแต่ไอ้เด็กหัวเกรียนนั่นหรอก และที่สำคัญที่สุด.... ผมใช้เน็ตไม่เป็น... แต่ช่างเถอะ.. อย่างน้อย ผมก็ได้ตัวนิยายมา ไอ้เรื่องวิเคราะห์เดี๋ยวก็ย้อมแมวส่งก็ได้

ผมเดินออกจากซอกชั้นหนังสือเพื่อออกมานั่งที่ ที่ประจำ ของผมในห้องสมุด ที่ประจำของผมเป็นเก้าอี้ตัวเดี่ยวที่อยู่ติดริมกระจกแล้วมีชั้นหนังสือล้อมรอบ ผมมานั่งอ่านหนังสือตรงนี้เสมอเพราะมันเหมือนกับเป็นที่ส่วนตัวของผมที่จะไม่มีใครเดินตัดหน้าไปมาให้รำคาญ แล้วเวลาที่อ่านจนปวดตา ผมก็จะแหงนหน้ามองไปที่ท้องฟ้าข้างบน... คงแทบไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่จะสามารถมองท้องฟ้าได้ในที่ที่ต่ำกว่าระดับพื้นดินแบบนี้..มันให้ความรู้สึกเหมือนผมกำลังอยู่ในหุบเหวแล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ส่องสว่างอยู่เลย

ผมไปถึงที่ที่นั่งประจำ แต่เมื่อไปถึง สิ่งที่ผมเห็นก็ทำให้ผมผงะจนแทบจะทำหนังสือเล่มโตในมือหล่นทับเท้าตัวเอง

ชายผิวขาวที่ผมชิงชังผู้รอยยิ้มประหลาดที่ผมเกลียดเหลือขนาด ท่าทางน่าหมั่นไส้ที่ทำให้ผมอยากอ้วก

แอชลีย์ แกรนท์นั่งเขียนอะไรบางอย่างอยู่บนที่นั่งประจำของผม

และบนโต๊ะของเขาก็มีหนังสือ
Arthur Miller: Life & Work วางไว้อยู่!

To be continue

___________________________________________

On the next Episode of BKK

ดะ....เดือนนึง!!!!!!!

...ไอ้เลวเอ๋ย...

Why dont you answer question number 5?

เราถูกสอนมาตลอดว่า 2
+2=4 แต่ไม่ได้เรียนว่า ทำไม 2+2 ต้องเท่ากับ4 บางที 2+2 อาจจะเท่ากับ 5 ก็ได้แล้วทำไมอ่ะ

ความจริง... ก็ไม่ใช้คนเลวร้ายอะไรนี่นา

Screw?


___________________________________________

ตอนนี้มีชื่อประหลาดโผล่ออกมามากมายอย่าไปสนใจโลกส่วนตัวของไอ้รามมันเลยนะ เอาเป็นว่ามารู้จักกับบุคคลบางบุคคลที่มีชื่อปรากฏอยู่ในตอนนี้ดีกว่า

Holden Caulfield - ไม่พูดถึงคนคนนี้ไม่ได้แล้ว เพราะว่า เขานี่แหละคือต้นแบบของรามเลยล่ะครับ เขาคือตัวละครเอกของหนังสือเรื่อง The Catcher in the Rye ของ J.D. Salinger ครับ Holden เป็นเด็กไฮโซเหลือขอที่โดนไล่ออกจากโรงเรียน แล้วก็บ่นได้กับทุกๆ เรื่อง มองโลกในแง่ร้ายๆ ได้กับทุกๆ เรื่อง มีความคิดประหลาดๆ ที่ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน แต่ก็มีอดีตที่ตัวเขาเองยังยึดติดอยู่เสมอ The Catcher in the Rye เป็นหนังสืออเมริกันเรื่องแรกๆ ที่โดนแบนเพราะการใช้คำหยาบ

Bonnie and Clyde(บอนนี่ แอนด์ ไคลด์) - ใครฟังเพลง Refugees ของ The Tearsคงเคยได้ยินชื่อของทั้งสองคนมาแล้วแน่ๆ ไม่มากก็น้อย พวกเขาคือ Bonnie Parker และ Clyde Barrow คู่รักมหาโจรที่ออกปล้นจนกลายเป็นตำนานของอเมริกา ในช่วง ทศวรรษ 1930 เรื่องราวของพวกเขาถูกนำเขียนในหนังสือแล้วมีการสร้างเป็นหนัง ถ้าในเมืองไทย ก็คงประมาณ "ตี๋ใหญ่" แหละครับ

Arthur Miller - นักเขียนบทละครชาวอเมริกัน ที่โดนรัฐบาลกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ เขาเลยเขียนเรื่อง Crucible มาเพื่อกระทบกระเทียบ Crucible เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกล่าวหาผู้บริสุทธ์ว่าเป็นแม่มดในหมู่บ้านซาเล็ม ครับ ส่วนเรื่อง Death of Salesman ก็เป็นบทละครอีกเรื่องของเขาที่เขียนกล่าวโจมตีความเป็นอเมริกันและวัตถุนิยมอย่างรุนแรง ส่วน อวสานเซลส์แมน หรือ เดธ ออฟ เซลส์แมน เป็นวงบริทป๊อปไทยจากค่ายสมอลรูมครับ

ส่วนคนที่ชื่อเดการ์ท... ผมจะไม่พูดถึง..เพราะผมไม่ชอบเขาเอามากๆ เลย (ทำกูตก 120 กรอด...)

___________________________________________

ก่อนอื่น ต้องขอโทษผู้อ่านทุกท่านที่ต้องให้คอยนานมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอโทษจริงๆ ครับ จากนี้ไปจะเอามาลงเร็วๆ กว่านี้แน่ๆ ครับ สัญญานะสัญญา T T

วันนี้ไปงานหนังสือมาครับ หมดเงินไป.. เอิม.. 1500... (ปล่อยผีชัดๆเลย..) หอบของกลับบ้านเหมือนบ้าหอบฟางเลย เจอพรทิพย์ + ได้ลายเซ็นคนแปล เก็น เจ้าหนูสู้ชีวิตมาด้วย (เหมามา 5 เล่มรวดเลย)

ตอนไปแย่งโดเรม่อนกับเด็กที่บู๊ตเนชั่น (ครั้งนี้ผมไม่ได้ไปเกรียนกับเด็กนะครับ)ได้เห็นภาพประทับใจด้วยล่ะ เรื่องของเรื่องก็คือ มีผู้ชายคนนึงเขาซื้อ สแลมดังก์แบบกระเป๋ายกชุด แพงมาก เลยหันหน้าไปดู เป็นคุณน้าคนนึงอายุ 30 กว่าๆ ตอนแรกไปสนใจอะไร สักพัก คุณน้าก็พูดว่า "ลูก ไม่เอาแล้ว โดเรม่อนมีแล้วนะ" แล้วลูกชายเล็กๆ ของน้าแกที่กำลังอ่านโดเรม่อนอยู่ก็วิ่งไปหาคุณพ่อที่หิ้วกระเป๋าสแลมดังก์

บางคนอาจจะไม่คิดอะไร แต่ผมอยากเห็นแบบนี้มากๆ เลย คุณพ่ออ่านการ์ตูน คุณลูกอ่านการ์ตูน เป็นนิมิตหมายอันดีครับ ที่การ์ตูนจะได้รับการยอมรับมากขึ้น ผมคิดว่าเป็นอย่างนั้น เพราะเด็กรุ่นๆพวกเราก็โตมากับการ์ตูนแหละครับ แถมโตแล้วยังไม่เลิกอ่านอีกตะหาก ไม่แน่ในอนาคตอาจจะมีนายกที่มาประกาศตัวว่าผมเป็นแฟนกันดั้มก็ได้นะ

พูดถึงการ์ตูน ซื้อ Plutoเล่ม 2 มาแล้วโอ้ว..โอ้ว... สุดยอด..โดยเฉพาะ... อะตอม..

ตอนนี้ รู้สึกกระแส อ.เทะซึกะจะกลับมาจัง ทั้ง แบล็คแจ็คทั้ง Plutoแต่ผมไม่ค่อยประทับใจ BJ ภาครีเมคเอาซะเลย.. แฟนเซอวิส เยอะมากจนความคลาสสิคมันโดนทำลาย - -

สุดท้าย... ขอความสมัครใจ.. ใครอาสาสมัครจะวาด Artwork ฟิคเรื่องนี้บ้างครับ ผมเองก็ไม่ใชคนที่มีฝีมือเท่าไหร แต่อยากเห็นรูปจัง หงิง..

ไว้พบกันใหม่ตอนหน้านะครับ ไม่นานเกินรอ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอ้อ...อ่านเรื่องแนวเดียวกันดีนะ
หึหึหึหึ
อยากอ่านตอนต่อไปจริงๆตกลงจะเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่น หรือว่าจะดันทุรังยืมเล่มนั้น ^^

ชอบข้อสองกัน

แดง แดง แดง =_=
แดงไปหมดดดดดดดดดดดดดด

ว่าแล้วก็รออ่านพาร์ทต่อไป ^_^!!

#1 By (*´・ェ・)っ.゜verse1108 on 2006-10-21 20:08

...เกี่ยวอะไรกับการกลัวสีแดง
ประจำเดือนมั้ง - -"
มีแม่ไม่ปลื้มด้วย อินเทรนซะ
อวสานเซลแมน นึกถึง 13 แฮะ
ยังไม่ได้ไปงานหนังสือเลยมีการบ้าน แงงง

#2 By *** on 2006-10-21 23:02

เย้ในที่สุดตอนที่ 5 ก็มาซะที
ตอนนี้ได้ความรู้เยอะดีค่ะจากชื่อบุคคลในข้อสอบ
น่าหนักใจแทนรามเหมือนฟ้าแกล้งกันเนอะมีคนมาสารภาพรัก ทั้งๆทีคนๆนั้นบอลเพื่อนตัวเองชอบ เหอๆๆ แล้วยังต้องมาเจอข้อสอบคู่แค้น คู่สมพงศ์อย่างตาแกรนซึ่งเช้านี้มาพร้อมข้อสอบมหาโหด โหดจริงๆๆ เหอๆๆๆ และเมื่ออ่านฟิคตอนตอนนี้ไม่รุคิดมากไปป่าวนะค่ะ แต่ว่ารามเริ่มปิ๊งเบลป่าว 5555+ และนึกว่าพระตี๋ของเราจะหมดเคราะห์กรรมกะตาแกรนซะแล้ว หนังสือที่จะใช้ทำงานดันยุกะเฮียแกซะงั้นแถมยังมานั่งมุมโปรดของรามด้วย ตานี่ถ้าเป็นผู้หญิงนะ น่าจะเป็นเนื้อคู่กับพระเอกเรานะ รออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ รามจะทำไงต่อไปน้าาา

#3 By Just_AM mania on 2006-10-21 23:53

อ่านจนปวดตา แอบขำศัพท์ที่รามและเพื่อนๆใช้กัน
เดธ ออฟ เซลส์แมน นึกถึงวงนั้นเหมือนกันเหอๆ
ชอบตอนที่รามบอกว่าเขาไม่สมบูรณ์แบบ ไม่เคยได้เป็นที่1 ทำให้เราชอบหมอนี่มากขึ้นไปอีก คนอาไร๊มีแต่ความคิดเนกาทีฟ

แดง....แดง.....แดง20....RED20 แดง... มีแต่แดงเต็มไปหมด

ชอบฟิคเรื่องนี้มากๆ จะรออ่านตอนต่อไป

#4 By ฮิปโป on 2006-10-22 12:40

อ่านตั้งแต่เมื่อคืน เพิ่งจบวันนี้

อ่านตอนรามสอบ แล้วช้ำใจ เหมือนคณิตเมื่อเทอมที่แล้วเลย อยู่ดีๆก็ให้สอบ แถมข้อสอบออกมาเกินอันที่สอน แถมครูท่าทางสะใจเวลาเด็กทำไม่ได้ แฮ่..

ยังงงๆ อยู่นะคะว่านายแกรนท์ ตกลงเป็นยังไงกันแน่(รู้สึกว่าแกหลอนๆนะ) ฉะนั้นรีบๆมาต่อนะ

ยังลุ้นเรื่องศึกน้องกุ้งอยู่นะ ว่าจะเป็นเช่นไร

ย้ำอีก >>>รีบๆมาต่อนะคะ 2+2=5 รึ
Are you such a dreamer To put the world to rights....

#5 By devines มาเฟีย on 2006-10-22 12:58

เป็นฟิคที่ฮาร์ดคอร์เฉพาะทางมาก ป๋าน้อย
ฮ่า... จบละ ความรู้สึกแรกคือ สนุกดีครับ

แล้วก็ตอนอ่าน ม็อคกิ้ง เบิร์ด สะดุดล่ะ เสียงพีทลอยขึ้นมาในหัวเลย "To kill the mocking bird mocking bird mocking bird..." แต่ไม่เคยรู้ความหมายลึกๆจริงๆเลย ต้องขอบคุณคุณโซที่ทำให้เข้าใจมากขึ้น ส่วนบอนนี่แอนด์ไคลด์ อยากดูมานานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสครับ

เรื่องภาษา จังหวะจะโคน รู้สึกสนุกสนานดี เหมือนจะลื่นไหลขึ้นด้วย ชอบรามที่คล้ายๆยาดในบางส่วน ส่วนแกรนท์นี่น่าหมันไส้น่าดู แอบอินว่าถ้าเป็นนักเรียน ผมจะขี้เกียจเข้าคลาสอีตานี่น่าดู เหอๆๆ

ที่จริงผมไม่ค่อยชอบอ่านเรื่องราวแถวๆน้องกุ้งเท่าไร ตอนนี้ก็เลยสนุกดีกว่าตอนก่อน แต่ก็จะรอดูต่อไปครับว่าจะเป็นยังไง

คุณโซเป็นนักเขียนที่มีฝืมือ และทำงานหนักดีครับ พยายามต่อไปด้วยกันนะครับ ทุกๆคนเลย
อ่านแล้วนะ สนุกดีจริงๆค่ะ ฮิๆๆๆ ไม่มีอะไรจะติเลยล่ะ ชอบรามนะคะ ไม่อยากทำข้อสอบของตาแกรนท์เล้ยยย
รออ่านตอนต่อไปอย่างตื่นเต้น

#8 By noonoon on 2006-10-23 03:11

แดง ...

เป็นสีเสื้อของวงที่ชอบค่ะ (ในหัวกลวงๆมีแต่เรื่องนี้จริงๆ)

ตอนนี้กำลังนอย กำลังจะเปิดเทอม มาอ่านฟิคนี้เราเครียดตามไปเลย คิดเหมือนรามว่าสอบเพื่อชีวิตที่ดีกว่า แต่มาคิดอีกที ที่เราเครียดไม่ใช่เรื่องเรียนเท่านั้น แต่เป็นเรื่องการถูกขังอยู่ในห้องกับเด็กที่แตกต่างกันวันละหลายๆชั่วโมง ... โอ ความทุกข์ทรมานของเด็กมัธยมปลาย

(เครียดล่วงหน้าไปถึงว่าจะเรียนไม่จบมหา'ลัยอีกต่างหาก ... เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย! )

#9 By เห็ด rosy on 2006-10-23 21:56

เพิ่งมา 555 อ่านแล้วลื่นดีค่ะ ผีแดง หงส์แดง ง่า คิดได้นะตาราม รู้สึกว่าผู้หญิงคนเดียวที่รามถูกชะตา นี่คือเบลใช่ใหม (ถ้าจะคุยกันได้รู้เรื่องอยู่สองคน ) เวลารามกับแอชลี่ประทะกันเมื่อไหร่ชอบจัง รู้สึกมีสีสันมาก ๆ อ่านแล้วอมยิ้มเลย ตอนหน้ามาเร็ว ๆ นะ

#10 By b (58.9.61.225) on 2006-10-25 09:59

ฮิ๊วว บ้าพลังอ่านต่อไป 555

ควิซยากมาก กระอักเลือดตามได้เลย =[]=

ชอบตอนรามเจอแอชลีย์อ่า หึหึ

#11 By † ゚A゚ k ! r a † on 2008-05-22 16:13

Recommend

free counters