[Novel] BKK ตอนที่ 8 - โคลัมเบีย หมาลอบกัด ผู้หญิง
posted on 14 Nov 2006 21:12 by bosie in Fic*ผู้หญิงหาได้อีกมากมายในโลกนี้ อย่าด่วนตัดสินใจ
_____________________________________________
BKK
ตอนที่8 - โคลัมเบีย หมาลอบกัด ผู้หญิง
_____________________________________________
ผมแทบจะลืมไปแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ตอนนี้การเดทระหว่างผมกับน้องกุ้งอาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่ผมรู้สึกไปเองหรือแม้กระทั้งวิตกจริตบ้าบอเกินไป ผมแทบไม่ได้เจอน้องกุ้งอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น ทุกครั้งที่ผมเจอหน้าเธอ ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นเหมือนปกติ เธอไหว้ผม ผมไหว้เธอ เธอยิ้มให้ผม ผมยิ้มแหยงๆ ให้เธอ เธอโทรศัพท์หาผมตามปกติ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องราวที่เกินเลยไปจากเดิม คิดในแง่ดี น้องกุ้งอาจจะรู้ตัวแล้วก็ได้ว่าผมเอือมระอาเธอแค่ไหน แล้วผมก็ไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะบันดาลสุขให้เธอทุกอย่างได้
หรือ..คิดในแง่ร้าย.... ผมเองนั้นแหละ ที่เป็นคนหลบหน้าจากเธอเองโดยที่ผมไม่รู้ตัว ผมกลัวว่าบอลจะรู้เรื่องทั้งหมด ผมกลัวว่าน้องกุ้งจะเสียใจ ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าจะกลัวไปเพื่ออะไร ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำลงไปพร้อมจะกลายเป็นอย่างอื่นที่ผมไม่ต้องการหรือสลายไปได้ทุกเมื่อ ผมไม่รู้ว่าสิ่งไหนที่ผมคิดอยู่มันจริงหรือไม่จริงอีกแล้ว แต่มันก็เป็นแบบนี้แหละ มันเป็นแบบนี้มาตลอดเลย ความรู้สึกผิดของผมอัดแน่นในใจอย่างเต็มอัตราทุกครั้งที่ผมเจอบอล ผมกำลังหลอกมันอยู่ใช่ไหม? ผมกำลังสวมเขามันอยู่? ไม่ใช่ มันไม่ใช่สวมเขาหรืออะไรทั้งนั้นเพราะผมก็ไม่ได้ไปเออออกับน้องกุ้งสักหน่อย .. แต่ถึงยังไง.ผมก็ยังรู้สึกผิดว่าผมไม่น่าทำอะไรลับหลังมันเลย
ทุกสิ่งผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม บอลไม่ได้แปลกไปหรือระแคะระคายเรื่องไหนอย่างที่ผมกังวล ปินก็ยังบ้าการ์ตูนเหมือนเดิม เปิ้ลก็ยังสดใส ส่วนเบล.. ก็ดูเป็นคนเดียวที่พูดกับผมรู้เรื่องในกลุ่มเหมือนเดิม
สิ่งเดียวที่ดูจะเพิ่มเข้ามาในชีวิตผมก็คือการที่ แอชลีย์ แกรนท์ ไอ้คนผิวขาวปากหมาบ้าได้เข้ามาแย่งที่นั่งประจำของผมในห้องสมุดเป็นการถาวรเสียแล้ว ทุกครั้งที่ผมไปห้องสมุดตอนพักเที่ยง ผมก็มักจะเห็นเขานั่งเขียนบันทึกหรือไม่ก็อ่านหนังสือเล่มหนาๆ อยู่ตรงที่ที่เคยเป็นที่ของผม ส่วนผมก็ได้แต่มองตามเหมือนกับซึเนะโอะที่โดนไจแอนท์แย่งของเล่นแต่ทำอะไรไม่ได้ จะให้ผมพูดยังไงในเมื่อที่นั่งที่เขานั่งเป็นที่สาธารณะ? โอ้ มิสเตอร์ แกรนท์ วู๊ด ยู มายด์ อิฟ ยู คู๊ด ฟัก ออฟ ฟอร์ม มาย แชร์! คงไม่มีปัญญาชนที่สติดีพอที่ไหนจะทำอย่างนั้นหรอก ผมก็คนนึงล่ะ ดวงตาสีคู่นั้น..ดูเหมือนจะซ่อนบางอย่างไว้ตลอดเวลา
ข้อมูลของอาจารย์ฝรั่งท่านนี้เริ่มหลุดออกมาจากปากต่อปากของสาวๆ ในคณะ แอชลีย์ แกรนท์ อายุ 26 ปี ความเยาว์วัยของเขาทำให้เขากลายเป็นอาจารย์ที่อายุน้อยที่สุดในคณะไปโดยปริยาย ถึงแม้ว่าไอ้แว่นเนิร์ดๆ กับการแต่งตัวไร้รสนิยมของเขาจะทำให้เขาดูแก่กว่าอายุจริงเป็นสิบปี แต่ถึงกระนั้น.. ผมก็รู้สึกอยู่เสมอว่า.. สิ่งที่ทุกคนพูดหรือได้ยินเกี่ยวกับเขาต้องไม่ใช่สิ่งที่เขาเป็นแน่ๆ
แกรนท์มาจากเมือง ออสติน รัฐเท็คซัส รัฐที่มีสิ่งที่มีชื่อเสียงอยู่แค่สองอย่างคือ คาวบอย และ ประธานาธิบดีบ้าสงคราม จบปริญญาตรีเอกภาษาอังกฤษจาก ออสติน คอมมูนิตี้ คอลเลจ ทั้งแต่อยู่เกรด 12 ด้วยคะแนนระดับท๊อป นั้นก็หมายความว่า ในขณะที่ผมกำลังเป็นเด็กหัวเกรียนไร้ความฝันที่กำลังนั่งท่องหนังสือเพื่อสอบเอนท์อย่างนกแก้วนกขุนทอง แกรนท์ก็สามารถได้ไปจบ ม.ปลาย พร้อมๆ กับใบปริญญาใบหนึ่งได้อย่างสบายๆ จากนั้นเขาก็ไปเรียนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย จบเกรียตินิยมอันดับ 1 ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมมหาลัยของผมเลยอ้าแขนรับเขาเป็นอาจารย์โดยไม่มีข้อกังขาใดๆ ต่อภูมิหลัง ต่ออายุของเขา และอย่างอื่นที่เป็นปริศนาของในตัวเขา ที่เขาไม่เคยพูดออกมาและไม่มีใครสืบค้นได้
ผมอยากรู้ว่าคนอยู่ที่จุดสูงสุดมาตลอดอย่างเขาจะรู้สึกยังไง ใช้ชีวิตแบบไหน แล้วเขากำลังคิดอะไรอยู่? ถ้าผมเรียนได้แบบเขาหรือแม้แต่ครึ่งหนึ่งของเขา ผมคงไม่มีทางลดตัวลงมาเป็นทำอาชีพเงินเดือนน้อยๆ หรือหยุดชีวิตของตัวเองในประเทศเล็กๆ แบบนี้หรอก ผมคงหนีออกไปจากที่นี้ ไปในที่ที่มีทางเลือกให้ผมมากกว่านี้ หนีไปให้ไกลแล้วไม่ต้องมาเจอกับใครที่ผมรู้จักอีกเป็นครั้งที่สอง และที่สำคัญกว่านั้น ผมจะไม่มีทางเลือกอาชีพครูอาจารย์เด็ดขาด เพราะผมไม่อยากจะมารับผิดชอบหรือมีพันธะอะไรกับชีวิตคนอื่น ถ้าใครจะบอกว่าผมเห็นแก่ตัวหรือผมเป็นผลที่เกิดมาจากระบบการศึกษาที่ไม่ได้สอนให้คนมีคุณธรรมก็เชิญ ผมไม่ใช่เด็กที่เมื่อผู้ใหญ่ถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไรแล้วจะว่าเป็นคนดี ผมไม่อยากมีชีวิตอยู่ในโลกของอุดมคติหรอก ถึงอาชีพที่ผมทำจะทำให้ผมมีเกียรติจนทำให้คนทุกคนต้องมากราบเท้าผม แต่ถ้าเงินเดือนของอาชีพนั้นมันไม่พอให้ผมดำรงชีวิตในโลกนี้ได้อย่างมีความสุขสมบูรณ์ได้.. ล่ะก็.. ขอปฏิเสธ..
แต่ช่างเถอะ ผมก็ไม่คิดว่าไอ้การที่จะต้องขยันเรียนเป็นบ้าเป็นหลังจนได้ที่หนึ่งตลอดจะเป็นความสุขที่แท้จริงหรอก ผมก็ยังเป็นคนคนนึงที่ต้องการทำตัวให้มีกิเลสและมีความขี้เกียจบ้าง ที่สำคัญการที่ผมรู้เรื่องของแกรนท์ก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดจะสรรเสริญมันขึ้นมาสักนิด มันก็ยังเป็นไอ้ฝรั่งบ้าๆ คนหนึ่งที่พูดจาขวานผ่าซาก ทำตัวเป็นเผด็จการณ์ ออกข้อสอบยากโหด ถามคำถามที่ไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวเอง
เอาเถอะ ถึงยังไงผมก็ต้องเจอหน้ามันทุกอาทิตย์อยู่แล้ว และยิ่งตอนนี้.. คะแนนจากไอ้ควิซอัปยศครั้งนั้นก็ได้มาแปะอยู่หน้าห้องเรียนแล้ว พร้อมที่จะเผยโฉมที่น่าตกตะลึงต่อสายตาชาวประชาทั่วราชอาณาจักร
เปิ้ลรีบลากทุกคนไปดูคะแนนแต่เช้าหลังที่ได้ยินมาจากสายสืบว่าแกรนท์แปะคะแนนไว้แล้วโดยไม่สนเสียงงอแงของปินที่กำลังหิวข้าวเต็มแก่
เฮ้ย รอให้กินข้าวเสร็จไม่ได้เหรอวะ จะรีบดูไปทำไม ยังไงกูก็ตกอยู่ดี ปินร้องอย่างหัวเสียส่วนเปิ้ลก็ไม่รอรีที่จะสวนกลับทันควัน
เออ เพราะแกตกอยู่ดีไง จะได้ไปดูว่าตกแค่ไหน ยังก็ต้องดูอยู่ดีล่ะวะ!
เปิ้ลเดินเชิดนำหน้า ส่วนพวกเราก็ยอมเดินตามเจ๊ใหญ่คนนี้โดยดี เปิ้ลจิ้มนิ้วหาเลขประจำตัวตัวเองทันเทเมื่อถึงที่หมาย
อ๊า!! 66 เองเหยอ!! เธอกรีดร้องเสียงหลง แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็หารสิบอยู่ดี เอ๊ะ แต่ถ้าหารสิบก็แค่หกนี่หว่า! เจ๊ใหญ่ไม่พอใจกับคะแนนของตัวเองอย่างรุนแรง แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังยิ้มร่าแล้วหันไปถามคะแนนคนอื่น แล้วได้เท่าไหร่กันบ้างล่ะ
42 เหอะ... ช่างเถอะ.. เคทาโร่ซิ่วสี่ปียังเข้าโทไดได้เลยนับประสาอะไรกะกู ปินบ่นงึมงำไม่เป็นภาษา
ของเรา 80 ผมพูดเมื่อเห็นชื่อตัวเอง ต้องยอมรับว่ามันเป็นคะแนนที่ดีเดินคาดสำหรับคนที่เว้นว่างไว้ขอนึงอย่างผม เดี๋ยวสิ.. มันก็แปลกๆ อยู่.. ผมก็คงไม่อัจฉริยะขนาดที่จะตอบสี่ข้อที่เหลือได้เต็มหรอก.. แต่ว่าทำไมผมถึงได้ตั้ง 80 ล่ะ?
หรือว่า.. แกรนท์จะเอาไอ้ที่ผมพูดๆ กับเขาที่ห้องสมุดหลังควิซนั่นไปเป็นคำตอบข้อ 5 แต่ว่า..แต่ว่า..มันจะเป็นไปได้ยังไง ถ้าทำแบบนั้นมันก็ไม่ยุติธรรมสำหรับนักศึกษาคนอื่นนี่นา แล้วทำไม? มันดูเป็นไปไม่ได้ทั้งสองทางน่ะแหละ
เชื่อใจในตัวเองหน่อยสิวิษณุ แกไม่ได้โง่ขนาดนั้นสักหน่อย บางทีก็อาจจะทำทั้งสี่ข้อที่เหลือก็ได้!
เฮ้ย เยอะโคด เปิ้ลตะโกนเสียงดัง เบลล่ะ
82.....
คำตอบของเบลทำให้เปิ้ลทำสีหน้าบิดเบี้ยวอย่างโอเวอร์ เหวอ!! คนหรือเปล่า สุดยอด!!
ไม่ถึงขนาดนั้นสักหน่อย! เบลรีบถล่มตน ผมไม่เชื่อสิ่งที่เธอพูดเลยสักนิด แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกหมั่นไส้เธอเหมือนกับคนเก่งคนอื่นที่ชอบบอกว่าตัวเองทำข้อสอบไม่ได้แต่ได้คะแนนระดับเทพ เบล.. เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว..
เออ งั้น ให้คนท๊อปกับคนรองท๊อปเลี้ยงข้าวดีกว่า ไอ้เชี่ยปินเสนอความเห็นที่ทำให้ผมลำบากอีกแล้ว
เยส! ถือว่าถูก! เปิ้ลแตะมือกับปินเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่ไอ้ปินเพิ่งพูดถูกต้องล้านเปอร์เซนต์
ผมหันไปมองเบลที่ตกเป็นเหยื่ออีกคน เธอก็ได้แต่ยิ้ม เบลที่แสนดีจะต้องเออออห่อหมกไปกับพวกมันแน่ๆ หรือไม่เธอก็คงเรียบร้อยเกินไปกว่าจะทำตัวโหวกเหวกเพื่อปฏิเสธพวกเสือสิงห์กระทิงแรด
ไม่เอานะเว้ย! กูไม่ได้มีเงินเป็นถุงเป็นถังให้พวกมึงไว้แดกสักหน่อย! ผมพุ่งเป้าไปที่ไอ้ปินตัวการ อย่าเข้าใจผิดว่าผมกำลังเป็นจริงเป็นจังกับเรื่องนี้เหมือนที่ผมเป็นจริงเป็นจังกับทุกอย่าง ผมก็อยากพยายามที่จะเล่นสนุกเหมือนที่คนอื่นๆ เขาทำบ้างก็เท่านั้นเอง
ถ่อ..พี่รามใจร้าย พี่ราม..อย่าเรียกกูว่าพี่รามนะไอ้สัดปิน! กูไม่อยากคิดน้องกุ้งแล้วเว้ย!
ทำไมเก่งกันแบบนี้วะ.. กู.. 30 กว่าเองว่ะ บอลหัวเราะเบาๆ เหมือนกำลังกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง จะว่าไปแล้ว ไอ้บอลมันก็ไม่พูดอะไรมาตั้งแต่เช้า แต่ก็ไม่มีใครเอะใจจะถามมัน เพราะมันเป็นแบบนี้เสมอเวลาแฮงค์หรือเมาค้าง แล้วอีกอย่าง ถึงมันจะรำพึงรำพันกับคะแนนตัวเองสักแค่ไหน หรือถึงมันจะตกเหวมีนไปกี่ขุมก็ตาม คนอย่าง พิชัย ทองแสงชัย ไม่มีทางมานั่งจมปลักหรือจะรู้สึกเสียใจกับเรื่องพรรค์นี้แน่ๆ สิ่งที่ทำให้คุณพิชัยเดือดเหนือร้อนใจได้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ ข่าววงโปรดของมันแยกวง
โดยไม่ได้นัดหมาย พวกเราทั้งห้าคนก็เดินทอดหุ่ยมุ่งหน้าออกจากมหาลัยเพื่ออะไรกิน มันก็เหมือนเดิม การนั่งกินข้าวของหมู่เพื่อนในช่วงพักเที่ยง เปิ้ลกับเบลก็เดินนำหน้าคุยเรื่องสัพเพเหระตั้งแต่เรื่องของกินยันเรื่องผู้ชาย ไอ้ปินก็กำลังพล่ามเรื่องการ์ตูนเหมือนกับคนอื่นจะรู้เรื่องกับมัน ส่วนผมก็เดินเงียบเหมือนเดิม ไม่สิ.. มันคล้าย.. จะเหมือนเดิม
...เพราะบอล...
แทนที่มันจะพยักหน้าตามที่ไอ้ปินพูดหรือพูดแทรกบ้างแล้วหัวเราะร่วนอย่างที่เคย มันกลับเดินเงียบ ทำหน้านิ่งๆ ไม่แสดงอาการอะไรออกมาแม้แต่น้อย
นี่มันไม่ใช่เมาค้างแล้ว..
เฮ้ย เป็นไรวะบอล ช้ำรักหรือไงมึง? ในที่สุด ปินที่คงแปลกใจกับท่าทางซึมเซื่องของบอลก็ถามออกมา
เออ โดนหมาคาบไปแดกว่ะ ชายที่ดูเหมือนกำลังป่วยเป็นโรคร้ายระยะสุดท้ายตอบขึ้น พร้อมๆกับที่คำตอบนั้นทำผมซึ่งเป็นผู้ฟังสะดุดกึกไปได้ทันที ผมเดินให้ช้าลง แต่ก็ทำเหมือนกับว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่บอลเพิ่งกล่าวออกมา ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วมันทำให้ท้องไส้ของผมปั่นป่วนไปได้อย่างสุดๆ ต้องเป็นเรื่องน้องกุ้งไม่ผิดแน่.. จะเป็นอะไรได้อีก ความรักของไอ้บอลก็มีแต่น้องกุ้งเท่านั้นแหละ ..ขอเถอะ.. ขอภาวนาอย่าให้มันมาเกี่ยวอะไรกับผมเลย บางที...ไอ้บอลอาจจะไปเที่ยวผับมาเมื่อวาน แล้วไปเจอน้องกุ้งนั่งอยู่โต๊ะข้างๆ กับหนุ่มนิติ หรือไม่ก็ มันก็เปลี่ยนใจจากน้องกุ้ง ไปปันรักให้มือกีตาร์สาวที่เป็นทอม ไม่ใช่ผม ๆๆๆ ต้องไม่ใช่ผมสิ! ไม่เกี่ยวกับผมเลย!
เหอะ ก็นึกแล้วล่ะ น้องเขาออกจะป๊อปขนาดนั้น แต่กูว่ามึงก็น่าจะชินแล้วนา มึงอกหักครั้งนี้มึงก็ต้องมีอกหักครั้งต่อไป จิ๊บๆ ว่ะ จริงไหมวะราม?
ผมพยักหน้า อืม ก็จริง แอบโซลูทลี่ ทรู ตั้งแต่เรียนมหาลัยมาผมก็เห็นมันอกหักเป็นสิบเที่ยวแล้ว ถ้ามันจะอกหักจนด้านอีกรอบมันก็คงไม่แคร์หรอก หวังว่านะ..
เออ.. กูก็ไม่ได้เสียใจกับเรื่องน้องเขามากหรอก ให้มันได้อย่างนี้เซะ! แต่..แต่..แม่ง.. บอลทำหน้าทำตาเหมือนเตรียมจะทรุดลงไปคุกเข่าแล้วเอามือต่อยพื้น ต้องไม่ใช่แค่เรื่องน้องกุ้งเรื่องเดียวแน่ๆ แต่ผมจะห่วงอะไร ถ้ามันไม่ใช่เรื่องของน้องกุ้ง มันก็ไม่ใช่เรื่องของผม ไอ้บอลมันอาจจะเผอิญนอนหลับไปเมื่อคืนแล้วมันก็หลับฝันไปว่า วิญญาณผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยที่ตอนนี้กลายเป็นเทวทูตอยู่บนสวรรค์กำลังลอยอยู่บนฟ้านอกหน้าต่างมัน ส่งโทรจิตเข้าหัวมัน ดูกร..พ่อนักศึกษาเอ๋ย..ใยเจ้าจะทำให้ชีวิตสูญเปล่าไปหรือไร..ใยเจ้าไม่คิดเก็บเอให้บุพการีภูมิใจบ้าง แล้วบอลตื่นเช้าขึ้นมา ปฏิญาณกับตนเองว่าเขาจะไม่ยอมหันหลังให้กับการเรียนอีกแล้ว
แม่ง กูไม่อยากจะเชื่อเลยว่ากูจะโดนหมาลอบกัดซะได้
ราชบัณฑิตสถานได้ให้ความหมายของคำพังเพย หมาลอบกัด ว่า การที่บุคคลหนี่งถูกอีกบุคคลหนึ่งทำร้ายหรือทำให้ลำบากโดยไม่ได้ทันระวัง
คนทำร้ายข้างหลัง..คนที่ทรยศ.. การทรยศหมายถึงการที่โดนคนที่เชื่อใจแต่ทำให้เจ็บปวด.. บอลมันเชื่อใจผมหรือเปล่า? คงไม่ใช่..คงไม่.. ผมไม่ใช่คนที่ใครจะเชื่อใจหรือเป็นเพื่อนแท้ๆ ได้หรอก ผมกลืนน้ำลาย รอให้บอลพูดต่อทั้งๆ ที่ความจริงแล้วอยากให้มันหยุดอยู่แค่นี้แล้วกลับมากวนตีนแบบเดิมซะยังดีกว่า
มันก็รู้ว่ากูชอบน้องเขาแค่ไหน แต่แม่งก็คาบของกูไปแดก กูไม่เข้าใจเลยว่ะ แม่งก็เรียนเก่งแท้ๆ ก็งี้แหละวะ พวกที่มีแต่ไอคิว อีคิวแม่งไม่มี
ไม่..ผมไม่ได้เรียนเก่ง..ผม..เดี๋ยวที่ไอ้บอลพูดไว้ตอนดูคะแนนสอบ ผมทำอะไรลงไปแล้ว? เรากำลังเดินไปกินข้าวอยู่ใช่ไหม? เมื่อวานนี้ยังคุยกันยังเล่นหัวกันอยู่แล้วใช่ไหม? เกิดอะไรขึ้น? ทำไมมัน...เปลี่ยนไป..? หยุด...หยุดพูดสักที ก่อนที่กูจะคิดว่าที่มึงพูดเป็นตัวกูเอง แต่ถ้ามันเป็น.. บอลกำลังโกรธผมอยู่.. โกรธแล้วจะมองหน้ากันติดอีกไหม? แต่ถึงมองหน้าไม่ติด ก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? เคยถือคนแบบนี้เคยเป็นเพื่อนจริงๆ ไปซะเมื่อไหร่ล่ะ เป็นสิ..เป็น.. ไม่..ไม่ใช่หรอก..แค่บอกตัวเองอย่างนั้นแหละ
มันคิดว่ากูคงโง่เง่า หน้าตาอุบาทว์ไม่มีเสน่ห์เหมือนมัน มันเลยคิดว่าจะเล่นกะกูได้ง่ายๆ มั้ง?
ฉิบหายแล้ว! ไม่! ไม่นะ!!
ผมไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป สิ่งเดียวที่ผมรู้ว่าผมพูดอะไรที่ไม่ดี โคดไม่ดี.. ออกไปแล้ว และที่ซ้ำร้าย ความโกรธที่เข้าครอบงำผมโดยที่ไม่รู้ตัวก็ทำให้ปั้นหน้ายักษ์ใส่บอล ผมขมวดคิ้วจนเมื่อย กัดฟันจนเจ็บ ไม่โกรธก็แปลกแล้ว.. ผมไม่ชอบให้มาด่าว่าผมทั้งๆที่ผมไม่ได้ผิด ยิ่งมาใช้วิธีเหมือนพวกตัวอิจฉาในละครหลังข่าวล่ะก็.. มันน่าเกลียดเกินไป ไอ้บอลก็เป็นผู้ชาย ไม่น่าจะคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องแบบนี้หรือพูดจากกระทั้นกระแทกจนรำคาญหู.. แต่มัน..ก็ทำไปแล้ว..
เออ รู้ตัวสักทีนะไอ้เหี้ย.. คำหยาบที่หยุดจากปากบอลไม่ใช่ภาษาทั่วไปแบบที่ผู้ชายพูดกัน มันหนักแน่นและจริงจังจนทำให้เบลกับเปิ้ลที่เดินนำหน้าไปก่อนต้องเหลียวหลังกับมามอง ทำหยั่งงี้กับกูได้ไงวะ?
กูไปทำอะไรให้มึง? เรื่องน้องกุ้งแน่ๆ ไม่ต้องถามให้แน่ใจอีกหรอก แต่ผมก็อยากรู้ว่าผมทำอะไรลงไปกันแน่
คู่กรณีของผมเอาเท้ากระทืบลงพื้นหมายระบายความอัดอั้นไปทั้งหมดในครั้งเดียว แต่สีหน้าเดือดดาลก็ยังอยู่ จนปินที่ยืนข้างๆ ยังต้องถอยหาระยะห่างออกมาเกือบช่วงตัว เปิ้ลกับเบลเดินเข้ามาใกล้ระหว่างผมกับบอลเหมือนกับว่าพวกเธอกำลังพยายามแยกผมกับไอ้บอล แต่พวกเธอไม่กล้าพอที่จะพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ยังมาแกล้งโง่อีกนะไอ้สัด มึงก็รู้ว่ากูคิดยังไงกับน้องเขา แต่มึงก็ทำกับกูลับหลังอย่างงี้นี่นะ! บอลตะโกนอย่างเหลืออด และแรงเสียงของมันก็ทำให้ผมพูดต่อไปไม่ออก
กู.. ผมอยากจะเถียงต่อว่า กูไปทำไรมาวะ แต่บอลต้องคิดว่าผมก็คงแค่แกล้งโง่ ทางทีที่เอาน้ำมันไปราดไฟ มึงเข้าใจผิดแล้ว.. แลวะที่กูไปดูหนังเขากับน้องตอนนั้น ไม่มีอะไรจริงๆ กูไม่ได้คิดอะไรกับน้องเขาเลยนะเว้ย ผมกรอกตาไปมองรอบๆ ตัวช้าๆ หลายคนที่เดินผ่านเริ่มหันมามองชายสองคนที่ทำกำลังเถียงกันเรื่องผู้หญิงอย่างเสียสติ ขายหน้าฉิบหาย ทำไมกูต้องมาเสียเวลาให้กับเรื่อง... ไร้สาระ? ไร้สาระจริงๆอ่ะ?
มึงไม่ได้ตั้งใจแล้วมึงจะไปดูหนังกับของเขาทำเฮี้ยไรวะ แล้วมึงไม่ได้คิดอะไรกับน้องเขา แล้วทำไมน้องเขาคิดอะไรกับมึงวะ กูได้ยินมาเต็มสองรูหู
หา? ยัยบ้า ยัยโง่ ยัยบาร์บี้! พูดอะไรไปอีกวะ!! ผมหมดหนทาง..หมด..หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องถอยหลังมาตั้งหลักแล้ว.. กูไม่ได้ตั้งใจให้จะหักหลังหรืออะไรมึงเลยนะ"
ถ้ามึงไม่ได้ตั้งใจมึงจะไปเที่ยวกับน้องเขาทำเฮี้ยไรวะ ไอ้โง่ที่กำลังพล้าบอดกับความรักประกาศ มึงรู้ ไม่ใช่มึงไม่รู้นะว่ากูพยายามไปเท่าไหนเท่าไหนแล้ว กูโกรธมึงไอ้ราม โกรธมึงที่ทำมึงทำกับกูแบบนี้ ทั้งๆที่กูเชื่อใจมึงฉิบหาย แต่มึงก็ทำแบบนี้กับกู มันมากไปแล้วนะ
น้องมันชอบกูแล้วมันความผิดของกูด้วยเหรอ! มึงโกรธกู มึงอิจฉากูแล้วแม่งเป็นความผิดของกูเหรอ! ผมตะโกนสุดเสียง โกรธเหลืออดที่ไอ้บอลมันไม่ยอมฟังผมเลยแม้แต่นิดเดียว ผมพูดเสียงดังจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเริ่มมามุงดู ช่างมันแล้ว เพราะตอนนี้ผมโมโหสุดๆเกินกว่าจะเก็บไว้ได้แล้ว แค่ฟังสักหน่อยยังไม่ได้หรือไงวะ อย่ามาลงที่กูสิวะ!
มึงไม่ต้องมาพูดแล้ว โอเค มึงได้น้องเขาไป สมใจมึงแล้วนี่ กูก็เป็นแค่หมาหัวเน่า สมใจมึงไหมล่ะ
สายป่านบางๆ ที่คอยรั้งสามัญสำนึกของผมเอาไว้จากสันดานดิบขาดพึ่งไปทันที สมใจห่าไรวะ! กูจะบอกมึงให้นะ ผู้หญิงโง่ๆ แบบน้องกุ้งน่ะ กูไม่เอาเป็นเมียหรอก! ผมพูดไปตามที่ผมอย่างไม่ทันเบรกตัวเองว่าผมน่าจะตัดคำว่า เมีย ออกไปจากประโยคเมื่อครู่ ไอ้เฮี้ยเอ้ย! พูดอะไรออกไปวะ! มันต้องไม่ดีแน่ๆ ที่พูดออกไปแบบนั้น แต่ในอีกด้านนึงในใจของผม ผมก็คิดว่ามันอาจจะดีกว่าที่จะพูดอะไรตรงๆ ออกมากับให้ไอ้บอลที่กำลังหน้ามืดตามัวให้ได้ยิน
คนที่มุงดูอยู่รอบเริ่มพึมพำและวิพากษ์วิจารณ์คำพูดของผมเมื่อผมพูดออกไป ไอ้บอลยืนนิ่งก้มหน้าลงพื้น บรรยากาศชักเริ่มไม่ดีไปกว่าเดิมแล้วล่ะสิ
...แล้วมันก็... ไม่ดีจริงๆ ด้วย...
ไอ้บอลวิ่งเข้ามาหาผมแล้วกระชากคอเสื้อของผมไว้จนผมแทบจะหายใจไม่ออก เสียงของไทยมุงที่พร้อมจะกลายเป็นกองเชียร์ก็ดังฮือขึ้น
มึงอย่าพูดแบบนี้กับน้องกุ้งนะเว้ย! ไอ้บอลพูดเสียงดังใส่หน้าผม
มึงตาสว่างซะทีเถอะ ไอ้ควายเอ๋ย ผมพูดออกไปตามตรงในระหว่างที่ผมก็พยายามหาทางหายใจและสลัดตัวผมออกจากไอ้บอล จะไม่ทน จะไม่ปิดบังอะไรอีกแล้ว น้องกุ้งไม่ได้ชอบมึง มึงก็รู้ ถ้าน้องมันชอบกูแล้วเป็นความผิดของกูเหรอ กูไม่ได้ชอบผู้หญิงอย่างน้องกุ้ง มึงไม่เข้าใจเหรอ ไอ้ควาย! กู ไม่ได้ ชอบ น้องกุ้ง มึงได้ยินไหม ปล่อยกู ไอ้สัด!
บอลยังไม่ได้ปล่อยผมแต่ผมสังเกตว่ามันกำลังกำหมัดไว้ในมืออีกข้างจนแน่น ผมรู้ว่าผมอาจโดนต่อย แต่เรื่องที่จะต้องเกิดมันก็ต้องเกิด ผมต้องพูดทุกอย่าง ผมไม่อยากเป็นไอ้บ้าที่เก็บกดทุกอย่างไว้กับตัวเองอีกแล้ว
กูนึกว่ามึงจะฉลาดพอที่จะเดินด้วยตัวเอง.. แต่มึงก็โง่เง่า หลงละเมอกับความรักเหมือนยัยกุ้งนั้นน่ะแหละ ไอ้บอล.......
ทันทีที่ผมพูดประโยคนั้นจบ ไอ้บอลต่อยท้องผมจนผมกระเด็นไปกับพื้น ผมรู้สึกได้ว่าข้อศอกของผมไปครูดกับพื้นจนถลอก เสียงของผู้หญิงที่กรีดร้องด้วยความตกใจดังระงม ผมโกรธจัดที่ไอ้บอลมันไม่ยอมฟังผมเลย และไม่ได้ฉุกคิดว่าเรื่องทะเลาะแค่นี้จะกลายเป็นเรื่องชกต่อยใหญ่โต ไม่ได้คิดอีกแล้วว่าผมกำลังทำตัวเหมือนเด็กอายุ 14 ที่กำลังต่อยกับเพื่อน เพราะเรื่องแย่งสาวงามจาก โรงเรียน ม.ปลาย ข้างๆ ความไร้วุฒิภาวะชั่วขณะของผมสั่งให้ผมลุกขึ้นแล้วกำมือแน่นจะต่อยมันกลับไป ส่วนบอลก็เตรียมตั้งท่าจะต่อยผมเหมือนกัน
พอได้แล้วๆๆๆๆ ทั้งสองคนน่ะ!! เบลตะโกนขึ้น เสียงร้องที่แผดขึ้นของเธอในแบบที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนทำให้ผมที่กำลังเงื้อมือไปต่อยบอลแทบล่มคว้ำ ส่วนเป้าหมายของผมก็หยุดนิ่งไปซะเฉยๆ บอลลดมือลง แต่บรรยากาศมาคุก็ยังไม่หายไปไหน
พวกแกทั้งสองคนน่ะจะมาทะเลาะเรื่องแย่งผู้หญิงกันตรงนี้เหรอ อายชาวบ้านเขาบ้างสิ! เปิ้ลรีบวิ่งมาทางเบลแล้วจับมือเบลไว้ เพราะเบลดูตื่นกลัวกับสิ่งที่เธอเพิ่งทำลงไปมากทีเดียว
มึงก็พูดอะไรก็ได้นี่หว่า! มึงหน้าตาดี มึงเรียนเก่ง มึงไม่เคยต้องมานั่งกังวลว่ามึงจะสอบตกไหมหรือจะหาแฟนได้ไหมเหมือนคนอื่นๆ เขานี่หว่า! ไอ้ค-ย! พิชัย ทองแสงชัยพูด และสิ่งที่เขาพูดมันก็เหยียบย้ำบางอย่างที่อยู่ข้างในของผมอย่างจัง สิ่งที่ผมกำลังเห็นตรงหน้าคือภาพที่เลือนลางของบอลที่กำลังหันหลังแล้วเดินหลบออกไป ปินรีบเดินตามไอ้บอลไป คนที่มามุงดูเริ่มแยกออกจากกันแล้วเริ่มซุบซิบกันเกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขาเพิ่งได้เห็น
นี่มันอะไร นี่มันเรื่องอะไร? นี่ผมผิดเหรอ? ผมทำบ้าอะไรลงไป? ผมควรทำยังไง? แล้วมันจะเป็นยังไงต่อไป? ผมทำบ้าอะไรลงไปแล้ว? เสียใจ? เสียใจหรือเปล่า?
ผมไม่มีสิทธิที่จะบอกคนอื่นให้ลุกขึ้นหรือเดินออกไปเพราะว่าผมไม่เคยเห็นตัวเองตกต่ำหรือล่มเหลวเหรอ? ผมไม่เคยรู้ซึ่งถึงความผิดหวังอย่างที่เขาเจอกันใช่ไหม? ทั้งเรื่องเรียน ทั้งเรื่องรัก เพราะว่าผมมีทุกอย่างในภายนอกที่คนอื่นเห็นว่าดี? หน้าตาดี? เรียนเก่ง? ผู้หญิงที่พร้อมจะมานอนตายแทบเท้า? ไม่ใช่..ไม่ใช่เลย.. เพราะ...ผม.. ผม... ผมไม่มีความสุข.. ไม่มีความสุขในแบบของผม.. แต่ใครจะรู้? ใครเลยรู้หรือเข้าใจผมบ้างล่ะ! ว่าผมไม่มีอะไรเลยสักอย่าง!
ไอ้บอล! ผมเรียกมัน ผมรู้ว่ามันคงจะไม่หันกลับมาอีก แต่ผมก็พูดไปอย่างนั้นเพราะอยากจะบอกอะไรบางอย่างกับมันเหลือเกิน มึงบอกว่ากุมีทุกอย่างใช่ไหม แต่รู้ไหมว่ามีอย่างนึงที่กูไม่มี......... ผมหยุดสักพัก ผมควรพูดอะไรแบบนี้ออกไปหรือเปล่า... หรือเก็บมันไว้เหมือนเดิม
กูไม่มีเพื่อนที่ฟังกูแล้วก็เข้าใจกูไง....
การที่ผมไม่ใส่หน้ากากที่สวมไว้มาตลอด อาจจะเป็นสิ่งที่ผมควรทำในตอนนี้ก็ได้ ถึงผลลัพท์มันอาจจะไม่สุขสวัสดีก็ตาม ผมก็ไม่อยากที่จะปิดบังอะไรอีก
บอลไม่ได้หันกลับมาตามที่ผมคาด
แต่
ผมรู้ได้ทันทีมีดดาบที่มองไม่เห็นได้กรีดมิตรภาพของผมกับบอลออกจนขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้ว
To be continue.
_____________________________________________
On the next episode of BKK
ไปกองสลากกับผมได้ไหม?
กำลังพูดประชดคนไทยอยู่ใช่ไหมครับ
Thai girls will flatter you to death if you have white skin.
ก็เพราะว่าไม่รู้อะไรเลยไงล่ะ ตอนนี้ถึงไม่มีแฟนแล้ว
Ur sa... เอ่อ สะ... หลิ่ม? ถ้วยหนึ่งใส่น้ำเชื่อมเยอะๆ เลยนะครับ!
เจ็บนะครับ..วิษณุ
_____________________________________________
สวัสดีครับ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านฟิคจิตหลุด (ยืมศัพท์มาจากพี่คนเขียนการ์ตูนเรื่อง 13 ครับ เหะๆ) เรื่องนี้มาตั้งแต่แรก และผู้ที่เปิดเข้ามาเจอครับ ฟิคตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไรเลยเนอะ แต่ตอนหน้าคงมีอะไรแน่นอนครับ (อะไรที่มันมีมันคืออะไรวะ - - )
เจอกันตอนหน้านะฮะ
มาปั่นจั๊กที่รังสิตกะพี่ไหมน้อง!

....
อันนี้เข้าใจในความงี่เง่าเพราะเราเคยเจอรุ่นพี่ที่เพื่อนเราจีบอยู่มาชอบเรา แต่เราไม่เล่นด้วยเพราะไม่งั้นเพื่อนมันต้องโกรธแน่ แล้วก็จริงอย่างคิด " ถ้าเธอคบกับพึ่เขาฉันเกลียดเธอแน่ ๆ " เอากับมันสิ คงประมาณว่ากูจีบไม่ติด เขาไปชอบคนอื่นไม่เป็นไรแต่เพื่อนฉันห้ามยุ่งนะเว้ย มันเป็นการ
ดูเหมือนว่าทุกคนจะใส่กันซะมันส์เลยตอนที่กำลังตึงเครียดนี่ (น่าสงสารโดนชกเลย)

อ่านๆไป ไหงอิมเมจเป็นคู่หูนักสืบอะไรซักอย่างอ่ะ แบบ อีแกรนท์เป็นลูกพี่ ส่วนเจ้ารามเป็นคู่หูโชตะๆ โอ้ย นี่มันอยู่มหาลัยแล้วนะเฟ้ย(ตบแก้มๆ)
เพื่อนง่าวๆก็เลิกคบไปเหอะ
แอบเชียร์ เบลกะราม(แบบปกติ
แบบไม่ปกติก็ แกรนท์กะราม หุๆ คู่หูยอดนักสืบ วู้)<<<ดั้นบ้าไปแล้ว
#1 By *** on 2006-11-14 23:52