Interview with the protagonist Vol.2 – Ashley Grant

posted on 23 Dec 2006 12:17 by bosie

Profile : แอชลีย์อีลิแดท แกรนท์ (AshleyElidadGrant)
วันเกิด-14 กรกฎาคมอายุ 26 ปี (?)
บ้านเกิด - Austin, Texas, USA
การศึกษา - เอกภาษาอังกฤษจาก Austin Community Colledge, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา Columbia University - New York
ของที่ชอบ - หนังสือ, ดนตรี, ของหวาน, โคโรน่า เอ็กซตร้า, (อเมริกัน) ฟุตบอล, อาหารเม็กซิกัน
ของที่เกลียด - ????????
หนังสือ - "The Maltese Falcon" ของ Dashiell Hammett, "Tender is the Night" ของ F. Scott Fitzgerald, "Animal Farm" ของ George Orwell, "The Picture of Dorien Grey" ของ Oscar Wilde
เพลง - Joy Division, The Cure, Nirvana, Pearl Jam, Radiohead, The Jam, Sex Pistols, The Who
ดารา - Ingrid Bergman
รายการทีวี - The Simpsons, Southpark, King of the Hill, Futurama, Jeopardy, Austin City Limit, NFL
สายตาสั้น 500 หรืออาจจะมากกว่านั้น

Q - ก่อนอื่น... แอชลีย์นี่มันชื่อผู้หญิงไม่ใช่เหรอครับ?
A - ใช่ครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีผู้ชายที่ชื่อนี้นะ อย่าง Ashley Wilkesในหนังเรื่อง Gone with the wind ไงครับ ใช่ไหมครับ คุณคนเขียน?
S - ถูกแล้ว ฉลาดปราดเปรื่องสมกับเป็นพระเอกของเรื่อง ชื่อของ Ashley นำมาจากชื่อตัวละครใน Gone with the wind ครับ เป็นผู้ชายที่สกาเล็ตนางเอกของเรื่องหลงใหลครับ
Q - แล้วทำไมถึงต้องชื่อนี้
S - ผมอยากได้ชื่อที่ไม่ดูผู้ชายจนเกินไปเท่านั้นเอง ถ้าชื่อ จอห์น พอล จอร์จ หรือ ริงโก้ อะไรต้องไม่เวิร์คแน่ๆ เพราะผมไม่คิดว่าแอชลีย์ไม่ใช่ผู้ชายประเภทแม๊นแมน
A - It's working! The Beatles are the best!
S - ง่ะๆ ช่างเถอะ ตายไปครึ่งแล้ว
Q - แล้วนามสกุลล่ะครับ?
S - เอามาจาก นามสกุลของ Ulysses S. Grant ปธน. คนที่ 18 ของอเมริกาครับแล้วชื่อ Ulyssesก็เป็นตัวละครนึงในฟิคเก่าของผม
A -เท่านั้นเองเหรอ!
S -ใช่ เท่านั้น แล้วแกจะสนใจทำไม หุบปากแล้วใช้ชื่อนั้นไปเถอะ ไม่ใช้นามสกุลสมิธหรือบุชก็บุญโขแล้ว!
A - Frankly, my dear, I do give a damn..
Q -......................................... (เงียบ)
S-แบร้...มุกอเมริกันคนไม่เข้าใจ...
A -เออ..จำไว้...
Q - ชื่อกลาง? อีลิแดท?
S -เอามาจากไบเบิ้ล....
A -ใช่...เอามาจาก Bible ...
Q - แปลว่า?
A+S- มีWikipediaทำไมไม่เปิด ถามอยู่นั้นแหละ!!!!!!!!

Q - แอชลีย์หน้าตายังไงครับ?
A - คงไม่ใช่แบบ Graham Coxon แน่ๆ ล่ะ โอ๊ย! (โดนมาเฟียตีหัว) ก็ผมพูดจริงๆ นี่นา! T-T
S - ผมเห็นด้วยในข้อนี้ คงไม่ใช่แบบไอ้โป่นั้นแน่ๆ อย่างน้อยก็ต้องหน้าตาดีหน่อยแหละ ประมาณว่าถอดแว่นทีสาวกรี๊ดหนุ่มตะลึง
A - คะ..คงไม่ถึงขนาดนั้น....
S - แหม.. (หยิบกระดาษ) ขอ quote ข้อความจาก BKK ตอนที่2 "Take of my glasses? Well? เขายังทำท่าเขินๆ และไม่แน่ใจ แต่ในไม่ช้าเขาก็ถอดแว่นออก และในวินาทีนั้นเอง เสียงที่แทบจะเป็นเสียงกรี๊ดอัดกระป๋องของหญิงสาวทั้งหลายก็ดังออกมาเป็นละลอกคลื่น" แล้วก็ ตอนที่ 9 พูดของนายวิษณุ พลหล้ากล่าวว่า "ถ้าไม่ใช่เพราะใบหน้าพาฝันกับรอยยิ้มชวนระรื่นของเขา คงไม่มีใครเชื่อไอ้เรื่องโกหกงี่เง่าแบบนี้หรอก"
Q - ไม่ทราบว่าจะขยายความคำว่า "ใบหน้าพาฝัน" หน่อยได้ไหมครับ?
A - เอ... อันนั้นมันก็เป็นความคิดของวิษณุเขานี่ครับ
Q - แล้วทำไมวิษณุถึงจะต้องพูดแบบนั้นล่ะครับ? เขากำลังชมคุณว่าหน้าตาดีไม่ใช่เหรอครับ? แต่เขาเป็นผู้ชายนะครับ?
A - เอ่อ.. แล้ว.. It's none of my business isn't it?
S - อย่ามาใช้คำตอบปัดรังควานแบบนี่นะ
A - It's none ofyour business..

Q - ปกติคนเท็กซัสน่าจะออกแนวถึกๆ ล่ำๆ เหมือนคาวบอยนี่นาแต่ทำไมแอชลีย์ แกรนท์ดูเหมือนไม่ใช่อย่างนั้นเลย คนเขียนบรรยายไว้ซะทั้งสูงทั้งผอม
S - ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เคะสิ
A - พูดว่าอะไรนะ??
S - อ่ะ..เปล่า...
A - ผมคงต้องอธิบายนิดหน่อย ไอ้เรื่อง Cowboy นี่มันเป็น Stereotype ของ Texas เลยนะครับ คน Texas ทุกคนไม่ใช่ cowboy แล้วก็ไม่ได้แข็งแรง หรือขี่ม้าได้อย่างในหนังด้วย ยิ่งถ้า Austin ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เหมือนนี้มีความเป็น Texas น้อยที่สุดใน Texas แล้วล่ะครับ NME ยังบอกเลยว่าเมืองนี้เป็น The most liberal city in the states พวก cowboy ไม่มีหรอกอีกอย่างผมก็ไม่อยากทำตัวแบบคาวบอยด้วย ผมไม่ใช่พวก red neck* (= คนขาวบ้านนอก)
S - แต่คาวบอยที่เป็นเกย์ก็มีนี่ อย่างแจ็คกับเอนนิส...
A - แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่เราพูดอยู่ครับ?
S - (แคะขี้มูก) เออ ไม่เกี่ยว!

Q - แอชลีย์มีพี่น้องหรือเปล่าครับ?
A - อาจจะมี
S - หมายความว่าไงวะ!
A - ก็หมายความว่าอาจจะมีไง ไม่รู้อ่ะ
S - พิลึกคน...

Q - คุณบีขอส่วนสูงกับน้ำหนักของราม ไม่ทราบว่าแอชลีย์พอจะรู้ไหมครับ?
A - ผมเกรงว่าผมคงไม่ทราบ เพราะผมก็ไม่รู้ว่าผมจะทราบได้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ ก็คือวิษณุต้องสูงน้อยกว่าผมแน่ๆ เพราะเขาสูงไม่ถึงไหล่ผมด้วยซ้ำ ก็คงจะน้ำหนักไม่มากเท่าไหร่ เพราะก็ตัวผอมๆ ผมก็ไม่เคยลองอุ้มสักที
มึคุง - อุ้มไปกอดเหรอ?
A - ผมจะทำแบบนั้นไปทำไมครับ.... แล้วแค่ hug ทำไมต้องอุ้ม ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย
S - ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย....
Q - เอ แล้วถ้างั้นแอชลีย์สูงเท่าไหร่หนักเท่าไรครับนี่?
A - ...ไม่แน่ใจครับ... แต่ว่าคงประมาณ 6 ฟุตกว่าๆ มังครับนี่ ส่วนหนักก็ไม่รู้..
S - เอ่อ..ช่วยคำนวนเป็นเซนให้หน่อย ..เด็กศิลป์...
A - อ่า..... (นับนิ้ว) .... ผมไม่รู้..ประเทศผมไม่ได้ใช้ระบบเมทริค ... เอ่อ.. ช่วยผมหน่อยสิ
S - 30 ซม...เป็น 1 ฟุต... 180 กว่าๆ
Q - ง่ะ ถ้างั้นแอชลีย์ก็ต้องสูงมากๆ เลยอ่ะดิครับ...
A - ผมไม่ได้สูง พวกคุณมันเตี้ย เอ๊ย! สูงน้อยเองตะหาก

Q - ถ้าไม่ใช่เพื่อเติมความหวานให้ชีวิตอย่างที่บอก ทำไมคุณทานของหวานเยอะจังเลย?
A - อืม น้ำตาลมันทำให้หัวสว่าง
S - เขาเรียกว่าตาสว่าง!
A - เอ่อ..ง่า..ขอโทษครับ.. ใช่ครับ น้ำตาลทำให้ตาสว่าง เวลาจะตรวจ assignment ของพวก student ที่ลายมือห่วยๆ ใช้ gramma ผิดๆ แล้วถ้าได้กินของหวานจะช่วยได้มากเลย
Q - แล้วชอบขนมไทยอะไรบ้างครับ?
A - เอ... ความจริงผมก็ชอบทุกอย่างที่หวานนะครับ แต่ที่ชอบมากๆ คือไอ้ castard ..ไอ้นั้นอ่ะ.. ไอ้ที่มันนุ่มๆ...
Q - สังขยา?
A - คิดว่าไม่ใช่
S - ใส่ไส้
A - ไม่ๆๆๆ คือว่ามัน...
S + Q - ขนมเบื้อง!
A - ทำไมผมต้องชอบเหมือนวิษณุด้วย..
S + Q - งั้นๆๆๆๆๆ ทองหยิบ ทองหยอด ทองนพคุณ ทองเอก จ่ามงกฏ ถ้วยฟู ขี้หนู ข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ข้าวต้มมัด
A - No, no! Stop it! That's enough! มันเป็น castard ที่ใส่ถาดสี่เหลี่ยมๆ น่ะครับ แล้วมีลูกอะไรสักอย่างที่เหมือนถั่วอยู่ข้างใน
Q - ขนมหม้อแกง..
A - นั่นแหละ!!
S - สมกับแกดีนะ..ขนม........หม้อ........แกง...
A - แปลว่าอะไรอ่ะครับ?
S - ไม่ต้องรู้หรอก
A - ใจร้าย...
Q - พี่นุ่นฝากถามมาว่ากินหวานมากๆ ไม่กลัวอ้วนเหรอ?
A - ไม่หรอก ผมมีระบบการเผาผลาญที่ดีเยี่ยมครับ

Q - เพลงที่คุณชอบที่สุดของ Joy Division คืออะไรครับ?
A - เยอะแยะมากมาย แต่ถ้าให้ผมตอบผมก็คงตอบเหมือนคนส่วนมากว่า Love will tear us apart
S - ไมอ่ะ?
A - เนื้อหามันตรงกับชีวิตคนเราดีครับ บางทีความรักนั่นแหละที่จะทำให้คนเราต้องจากกัน
S - นายเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายมากทีเดียวนะ
A - ผมไม่ได้มองโลกในแง่ร้าย ผมแค่มองโลกตามความเป็นจริงเท่านั้น มีคนในโลกนี้หลายคนที่รักกันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน because love is the thing that tear them apart..
S - พูดเหมือนประสบมากับตัวอย่างนั้นแหละ..
A - I just gave a clear example, that's all.

Q - คุณเป็น เดโมแครท หรือ รีพับริกันครับ
A ผมเป็นกลางทางการเมืองครับ
S ไม่ได้ ในสถานการณ์อย่างนี้ต้องเลือกข้าง! การเป็นกลางทางการเมืองมันก็แค่การยอมศิโรราปกับอำนาจที่ไม่ชอบธรรมวิธีนึงเท่านั้นแหละ!
A เอ่อ..! Democrat ก็ได้! แต่ผมก็ไม่ได้ชอบ Democrat นะครับ อย่าเข้าใจผิด
Q แล้วจะเลือกทำไมล่ะครับ?
A เพราะผมไม่อยากจะเลือก Republican ไง ก็เหมือนกับพวกคุณคนไทยที่เลือกประชา beeep- ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ชอบเท่าไหร่ เพราะไม่อยากเลือกอีกพรรคนึงไงครับ
Q คุณคิดยังไงกับจอร์จ บุชครับ?
A เขาคือความอับอายของ Texas
Q ทำไมพูดตรงไปตรงมาจังครับ!
A ผมไม่ได้กำลังพูดถึงนักการเมืองไทยอยู่นี่นา

Q - ประโยคที่พูดยากที่สุดในภาษาไทยคืออะไรครับ?
A - ม้ายม่ายหม้ายไม๊
Q - หา?
A - มะ...ไม่..มา.. ไม่ได้อ่ะ! ม้ายม่ายม้ายไม้ no!
S - ลองแปลดิ๊... ใช้หมอง นั่งมาทิ.. ................................... ไม้ใหม่ไม่ไหม้...
A - Yeah! That's it! I can't say it.... (ถอนหายใจ)

ช่วงคำถามจากทางบ้าน
มีคุง - คิดยังไงกับรามน่ะ
A - ผมก็คิดว่าเขาเป็นนักเรียนที่ smart (เก่ง) คนนึงเลยล่ะครับ
มีคุง - แค่นั้นเองเหรอ?
A - แล้วจะมีแค่ไหนอีก?
มีคุง - แกรนท์พูดไทยได้ไงอ่ะ?
A - ผมเรียน South East Asia Study ที่ New York มา แล้วเขาบังคับให้ผมเขียนครับ
มีคุง - ถ้าให้รามลงเอยกับเบลจะว่าไง
A -ก็ยินดีกับวิษณุด้วยล่ะกันครับ ที่จะได้มีแฟนซะที แต่ผมคงจะเป็นห่วงนิดหน่อยถ้าพวกเขาแต่งงานแล้วมีลูก เพราะผมว่าลูกของพวกเขาจะต้องเป็นเด็กที่ฉลาดจนคุณครูปวดหัว ก็ทั้งพ่อทั้งแม่ได้เกียรตินิยมนี่ครับ ลูงออกมาคง... ไม่รู้สิครับ...

พี่นุ่น - ประสบการณ์น่าอายของคุณคืออะไร?
A - เอ... ก็.... uh.. um.. ผมก็ไม่ใช่คนความจำดีเท่าไหร่.. ความจริงก็มีหลายเรื่องอยู่ งั้นก็เอาเรื่องที่เกิดขึ้นล่าสุดดีกว่า ก็คือตอนที่ผมมาสอนที่มหาวิทยาลัยนี้ใหม่ๆ ผมไปเดินที่ตลาดข้างหลังมหาวิทยาลัยแล้วก็เห็นคนแก่นั่งขายขนมลูกชุบ ที่มันคล้ายๆ กับผลไม้น่ะครับ ผมก็ซื้อมา ไม่ได้เอามากินหรอกครับ เพราะผมไม่รู้ว่ามันเป็นของกินน่ะสิ
Q - อ่าว! แล้วคิดว่าเป็นไรอ่ะ?
A - ผมนึกว่ามันเป็นของประดับบ้าน
S - แกไม่คิดบ้างเลยเหรอว่าเขาใส่ในโฟมนะเว้ยไม่ใช่ถุงธรรมดา
A - จะไปรู้ได้ไงล่ะ ก็คนไทยยังเอาถุง plasticมาใส่น้ำอัดลมกินกันเลยนี่นา ประหลาดจะตายชัก
Q -ช่างเถอะ แล้วไงต่ออ่ะครับ?
A - ผมก็เลยเอามันไว้วางไว้บนโต๊ะที่ office แล้วเสาร์อาทิตย์ก็กลับบ้านไป พอมาทำงาน แม่บ้านที่ทำความสะอาดก็ทำหน้าตกใจวิ่งมาบอกผมว่า อาจารย์ โต๊ะอาจารย์มีแต่มดแถมมีจิ้กจกอีกตะหาก! อาจารย์เอาของกินวางไว้บนโต๊ะทำไม! ผมโดนดุเหมือนเด็กๆ เลยครับ..... แล้วซ้ำร้าย... มดเข้าไปทำรังในหนังสือของ Dan Brown ที่ผมเพิ่งซื้อมาด้วย...
S - และคงจะหน้าอายกว่านี้อีกถ้าไปบอกเขาว่าไม่รู้ว่าไอ้ที่ซื้อมาเป็นของกิน....
A - ถูกต้องนะค้าบ..
Q - แล้วคุณทำไงกับลูกชุบนั้นต่อครับ?
A - ล้างน้ำแล้วเอามากินต่อ
ยัยมาเฟีย - น่าเกลียด...
A - I'm just kidding..............

Q - แฟนเก่าของแอชลีย์เป็นใคร?
S - นั้นสิ เป็นใคร ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่เป็นคนชาติอะไร อ้วนหรือผม เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เป็นเกย์ เป็นไบ เป็นทอม เป็นดี้ หรือเป็นอะไร?
A - หู่ฮู้..หู่ฮู...หู่ฮู้วว (ฮัมท่อนอินโทรของเพลง "หู่ฮู้" ของ Day Tripper โบกมือแล้วจากไป)
Q - เดี๋ยวมิสเตอร์แกรนท์!
S - จับให้ได้นะ!


(ยังมีต่อ แต่ไม่มีคำถาม เพราะฉะนั้นหากท่านผู้ชมทางบ้านจะส่งคำถามอะไรมาก็เชิญได้เลยครับ ส่วนยาดๆ.. ขอบคุณที่มาแจม 555 (ขออนุญาตเขาหรือยังวะ - -) )

อธิบายมุกแป๊กของแอชลีย์
Frankly, my dear, I do give a damn.. มาจากประโยค Frankly, my dear, I don't give a damn.. เป็นประโยคเด็ดจากตอนจบของหนังเรื่อง Gone with the wind ดังพอๆ กับ Play it again, Sam, Playitจาก Clasablanca หรือ I am the king of the world ของ Titanic เลยทีเดียว


Now Playing
Day Tripper "หู่ฮู้"

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แก้ลิ้งค์เพลงใหม่ด้วยนะ มันไม่ขึ้น
ว่าแต่แฟนเก่าอ่ะ จับให้ได้นะ

#1 By *** on 2006-12-23 12:29

ทำไมแกล้งยังไงก็ดูเหมือนนายคนนี้จะไม่ทุกข์ร้อนเลยน้า แกล้งยังไม่ถูกจุดรู้ไหมคุณโซ ไม่ยอมๆๆๆ แกล้งอีกๆๆๆ จะหวงตัวละครน่าเตะคนนี้ไปถึงไหนครับคุณคนเขียน

เขียนได้มีเบื้องลึกเบื้องหลังดีนะครับ ให้ความรู้สึกว่ามีตัวมีตน มีสิ่งที่เรายังไม่รู้ อะไรแบบนั้น

เรื่องลูกชุบสนุกดี

ถ้าให้ถามคำถามนายแอชลีย์ อืม... ถามว่า... "คิดว่าข้อเสียของตัวเองคืออะไร?" "คิดว่าจุดอ่อนของตัวเองคืออะไร?" "เคยมีใครบอกไหมว่าคุณน่ะน่าหมันไส้ชะมัด?" หึๆๆๆ แต่ผมว่าคุณครูแอชลีย์จะต้องตอบกวนตีนอีกแน่เลย...
55555 ขำจริง ๆ แต่แอชลีย์นี่รสนิยมดีมากเลยนะทั้งเพลง หนังสือ.......
ชอบขนม ...หม้อ...แกงเหรอจ๊ะแอชลีย์
หน้าตาพาฝัน หุ่นผอมบางหรือ .. อืมแบบริชชี หรือ เฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ ไกล้เคียงป่ะคุณโซ แล้วแอชลีย์อยากชอบแบบไหนเหรอ (หน้าตา รูปร่าง นิสัย เพศ ฯลฯ )
ช่างเป็นบทสัมภาษณ์ที่โดนใจแฟนคลับจริง หึ

#3 By b (58.9.62.66) on 2006-12-23 17:03

มุขสัมภาษณ์คุณแกรนท์นี่ สุดยอดจริง
ฮ่าๆๆๆ ตลกดีจังเลย โดยเฉพาะลูกชุบ

แกล้งอีก แกล้งอีก 5555 สะใจอย่างบ้าคลั่ง

#5 By noonoon on 2006-12-24 09:42

โอ้ สัมภาษณ์แอชลีย์แล้วรึ
พี่โซใส่บุคลิคแอชลีย์ได้ดูดี มากเลยค่ะ
สมเป็นครูจริงๆ เท่ห์ๆ เป็นคนตรงจิงๆเหมาะสมกับรามจัง (เอ๊ะยังไง)
ราม+แอชลีย์ - เหมาะสม?
เรย์ - (คิดคำแก้ตัวอย่างรวดเร็ว)เอ่อ...หมายถึงเหมาะสมที่จะเป็นครูผู้ดูแลนักเรียนแบบรามน่ะ
ราม + แอชลีย์ - เฮ้อออ..แล้วไป!!!
ตลกลูกชุบ เฮียแกคิดได้ไงอ่ะ ของตั้งโชว์อยากขำจิงๆ 555+

อืมมมม คำถามจากทางบ้านเหรอค่ะ
"ช่วยบอกคำจำกัดความเกี่ยวกับตนเอง 3 คำค่ะ"


#6 By Just_AM mania on 2006-12-24 20:56

ฮ่าๆ ไอ้นี่มันตายด้านจริง
แล้วนี่ตาแกรนท์เป็นยาดกับแอลรึไง พวกบ้าของหวาน

บ้ารึเปล่าเห็นลุกชุบเป็นของตกแต่ง แค่จับกับได้กลิ่นก็รู้แล้วนะเว้ยยย

คำถาม = แกรนท์คิดยังไงกับลุงผ้าเหลืองนามว่าโซ กัลลาเกอร์?

#7 By devines มาเฟีย on 2006-12-26 17:10

55555 น่ารัก เหมือนแอชลี่ย์มีตัวตนจริงๆ
นายคนนี้แอบเท่นะเนี่ย ดูลึกลับ (แต่หลุดง่าย) ยังไงก็คิดว่าแอชลี่ย์หน้าเหมือนโป่อยู่ดีแฮะ

เท่าที่อธิบายมา นายรามเคะมาก..

คำถาม : ทำไมถึงชอบคุยกับรามมากกว่านักเรียนคนอื่นๆล่ะ

#8 By ฮิปโป on 2006-12-26 22:08

เอ่อ สวัสดีค่ะ
(จะดูแปลกๆ มั้ยเนี่ย แต่ก็ช่างเถอะ!)

วันนี้นั่งอ่าน BKK ตั้งแต่แรก จนถึงตอน 11 แล้วก็มีเรื่องนึงค้างมากๆ อ่ะค่ะ ตั้งแต่ตอนที่ 6 แล้ว จนถึงตอนที่ 11 ก็ยังไม่เห็นมีใครจัดการอะไรกับมันซักที...

เลยอยากถามคุณแกรนท์อ่ะค่ะ ว่าตอนที่ 6 ที่พูดว่า

"Because I think screwing a boy wouldn

#9 By Aijou~ on 2007-08-23 13:56

#9 ตอบคุณ Aijou~ ครับ

อ่านคำถามของคุณแล้ว ส่วนตัวผม ผมคิดว่าก็จริงนะ มันเป็น sexaul harassment และการอนุมานนั้นก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

(ผมย้อนไปดูมา) ในตอนนั้นผมเม้นท์ว่า "Screw ...ไม่มีอะไรครับ ข้ามเรื่องนี้ไปเถอะ..." เป็นเพราะว่าผมรู้จักคนเขียนอยู่บ้าง พูดไม่ได้ว่าสนิทแค่ไหน ก็นับว่ารู้จักอยู่บ้าง ทำให้ตอนอ่านตีความเจตนาคนเขียนไปโดยอัตโนมัติ ตอนที่อ่านเลยรู้สึกว่ามันซอฟท์กว่าที่คุณเห็น

พอคุณติงขึ้นมา ผมเลยคิดว่า การที่แกรนท์พูดประโยคนี้ แล้วหลังจากนั้นไม่มีบทแก้หรือทำให้จุดนี้เคลียร์ในทางที่ผ่อนคลาย นับได้ว่าเป็นความตั้งใจที่จะใช้ sexual harassment ในการดำเนินเรื่องจริงๆ แต่ผู้เขียนมีเจตนาที่ไร้เดียงสา ไม่ได้จงใจที่จะตีค่ามันว่าเป็นสิ่งที่ถูกที่ควรหรือไม่ ซึ่งก็ไม่แปลกในบริบทของนิยายที่เป็นเรียลลิสต์มากขนาดนี้

ส่วนตัวผม ผมคิดว่า การนำเสนอความรุนแรง 'ที่ไร้เหตุผล' ไม่ควรมีอยู่ในงานอาร์ท (ที่ไร้เหตุผลเช่น จู่ๆก็ทำร้ายกัน เพื่อสนองเดดอินสตริงท์ของคนทำโดยไม่มีบริบทอื่นเลย) ส่วนการตีความว่าไร้เหตุผลหรือไม่เป็นอีกประเด็นหนึ่ง มีบางสถานการณ์ที่มันดูไร้เหตุผล แต่ผู้นำเสนอไร้เดียงสา ซึ่งอันนั้นก็นำไปสู่กระบวนการแก้ไขต่างๆต่อไป

ผมคิดว่างานชิ้นนี้ ถ้าจะผิดพลาด ก็ตรงการจัดการเหตุผลให้แน่นพอและเหมาะเจาะ ส่วนเจตนาของผู้เขียน เผอิญผมตีค่าได้ง่ายเพราะรู้จักกันพอดีอยู่แล้ว

ว่าตรงๆ... หุๆๆ ผมคิดว่าคุณโซอยากเล่นแสลงเฉยๆ เพราะรามเป็นเด็กไทย เป็นการเล่นคอนฟลิคท์ด้านความแตกต่างของถิ่น ซึ่งเป็นจุดสำคัญของเรื่องอยู่เหมือนกัน แล้วตัวแกรนท์ก็มีคาแรกเตอร์ที่สามารถพูดอะไรแบบนี้ได้ แม้ส่วนตัวแล้วผมจะไม่ชอบคนแบบแกรนท์เท่าไร แต่ถ้ามองว่าแกรนท์สามารถพูดแบบนี้ได้ไหม? ผมรู้สึกว่าได้นะ

รอเจ้าตัวมาตอบอีกทีแล้วกัน อันนี้แค่ความคิดเห็นของผมครับ
อ่านคอมเม้นต์ที่คุณ #9 ถามมา ขอยอมรับว่า ไม่เข้าใจอารมณ์ของคุณเคลียร์ๆเลยค่ะว่าจะสื่ออะไร จึงขอเดาเอาเองว่า คุณไม่พอใจประเด็นที่แกรนท์คุกคามทางเพศรามใช่ไหมคะ? งั้นเราในฐานะคนที่อ่านทุกๆตอน จึงขอแสดงความคิดเห็นด้วยล่ะกันนะคะ

เราคิดเหมือนกันกับคุณ lived ว่า ในฐานะเป็นคนที่รู้จักกับคนเขียน ทำให้การที่แกรนท์คุกคามทางเพศราม มันดูอ่อนลงกว่าคนนอกมองงานเขียนชิ้นนี้ เราจึงข้ามประเด็นนี้ไปเมื่อตอนเม้นต์งานชิ้นนี้ แม้จะรู้สึกในตอนที่อ่านว่า การกระทำของแกรนท์ต่อรามเป็นการกระทำที่ไม่สมควร

แต่เราคิดว่า ฟิคชั่น ไม่จำเป็นจะต้องใส่เฉพาะการกระทำที่ตัดสินค่าแล้วว่าถูกต้อง หรือต้องมีการลงโทษด้วยวิธีใดๆก็ตามต่อทุกๆการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพียงเพื่อให้ประเด็นการตัดสินค่าเชิงศีลธรรมนั้นไม่ค้างคา เราคิดว่ามันไม่จำเป็น งานอาร์ตหลายชิ้น เป็นงานสไตล์แบบเปิดกว้าง บ้างก็มีเจตนาที่จะสะท้อนความเป็นจริงมากกว่าการนำเสนอค่าอุดมคติใดๆ ซึ่งเราคิดว่า งานBkk เป็นงานที่มีความเป็นเรียลลิสท์สูง (แม้ตัวละครอย่างแกรนท์จะเป็นคนที่ชอบให้ค่ากับสิ่งต่างๆในเชิงอุดมคติก็ตาม แต่เขาเป็นส่วนหนึ่งของความเรียลลิสท์ของฟิคนี้)

ส่วนตัวคิดว่า ใช่ การกระทำของแกรนท์เป็นการคุกคามทางเพศลูกศิษย์ตัวเอง แต่เราคิดจริงๆว่าบุคลิกลักษณะตัวละครแบบแกรนท์ตามที่ผู้เขียนปูเรื่องมาตลอด สามารถกระทำการคุกคามทางเพศได้จริงๆ พูดภาษาง่ายๆคือ ตามความเห็นเรา แกรนท์มัน Sadism มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ส่วนรามที่ไม่ยอมห่างแกรนท์เลย ทั้งๆที่โดนหักหาญน้ำใจมาตลอด เพราะรามมีลักษณะ masochism ค่อนข้างชัดเจน มันประเด็นเชิงจิตวิทยาน่ะสำหรับเรา ซึ่งการที่ตัวละครมีลักษณะทางจิตวิทยาในแง่นี้ มันไม่ใช่เรื่องผิดที่จะใส่ไว้ฟิคชั่น

สำหรับเรา เราเองก็ไม่นิยมการทำร้ายร่างกาย (ไม่นิยมหมายถึงเผอิญขัดแย้งกับค่านิยมส่วนตัว) แต่คิดว่า ในงานอาร์ตสามารถมีได้ การตัดสินค่าทางศีลธรรมนั้นอาจมีได้ตามแต่ผู้รับสารต้องการ แต่ไม่ควรมีการตัดสินค่าดังกล่าวเพื่อการคัดกรองสารที่ผู้เขียนคิดมาอย่างดีแล้วว่าสมควรจะใส่ เรารู้สึกว่าความรุนแรงไม่ควรมีในงาน หากมันไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอ (อย่างที่คุณ lived บอกมา) แต่หากมันเป็นการขับเคลื่อนเรื่องราวที่ผู้เขียนได้กลั่นกรองแล้วอย่างละเมียดละไมก็สมควรแล้วที่จะใส่ไว้

กรณีวุฒิภาวะของผู้รับสาร เป็นอีกกรณีหนึ่งแล้ว เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดเรทงานมากกว่า ซึ่งขอไม่พูดในที่นี้ค่ะ

#11 By noonoon on 2007-08-23 18:39

ฮาอ่า ^o^

แอชลีย์ เคะหรือ?? =[]=

ท่าทางจะมีคนจิ้นเหมือนกันนะนี่ confused smile

#12 By † ゚A゚ k ! r a † on 2008-05-22 14:01

Recommend

free counters