ฟิคปีใหม่ - The Cerebrated Recipe

posted on 30 Dec 2006 00:56 by bosie  in Fic

29 ธ.ค. 2549

เทศกาลแห่งความสุขมาถึงแล้ว ร้านรวงและสถานที่ราชการทั่วทั้งกรุงเทพก็ต่างประดับประดาสายรุ้งและต้นคริสมาสต์ที่ส่องแสงไฟกระพริบเมื่อความมืดคืบคลานไปถ้วนทั่ว

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทำงานในปีของข้าราชการในคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ และงานฉลองเล็กๆ ก็กำลังจะเริ่มขึ้น

เมื่อมองย้อนกลับไป... ปี 2549 ช่างเป็นปีที่หนักหนาสำหรับเหล่าอาจารย์และเจ้าหน้าที่ในคณะเหลือเกิน นับตั้งแต่ต้นปีที่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั้งประเทศจนทำให้ตารางเรียนทั้งปีต้องปั่นป่วนไปจนถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่สู้ดีนัก เหตุการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาทำให้ทกคนในคณะพ้องต้องกันอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าพวกเขาควรจะให้รางวัลแก่ตัวเองซะบ้างด้วยการจัดงานปีใหม่เป็นการเฉพาะในเอกหลังจากเมฆฝนทั้งหมดได้หมดไป

แม้จะไม่ได้แสดงออก แต่ความเป็นเด็กในตัวของทุกคนก็ทำให้พวกเขาเตรียมตัวเต็มที่สำหรับงานฉลองอย่างกระตือรือร้น และเมื่อวันงานมาถึงจริงๆ ห้องพักรวมของอาจารย์และเจ้าหน้าที่จึงเต็มไปด้วยอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายชนิดที่ทุกคนจะสามารถสรรหามาได้จากทุกที่วางเรียงอยู่เต็มโต๊ะ เสียงเพลง Here comes the sun ของ The Beatles ปนกับเสียงของผู้คนที่กำลังสนทนากันลอยอยู่ในลมเย็นๆที่พัดมาจากนอกหน้าต่าง

"นี่ น้องเพ็ญเด็ก sec พี่สองคนมันติดเอฟ พี่นะให้มันมามาหาพี่ ดูสิจะเกือบเดือนแล้วมันยังไม่มาเลย เด็กสมัยนี้มันคิดอะไรกันอยู่"หญิงวัยกลางคนตักหอยจ๊อจากถ้วยแล้วปัดสายร้อยแว่นของเธออย่างไม่สบอารมณ์ แต่คู่สนทนาวัยรุ่นลูกของเธอก็ได้แต่ทำหน้ายิ้มแบบเบือนๆ แล้วหัวเราะแฮะๆ มันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ 14 ตุลาแล้วล่ะค่ะคุณป้าขา เธอคิดในใจ

"หอยจ๊ออันนี้อร่อยดีนะคะอาจารย์ขวัญมณี" เพ็ญตัดสินใจตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องก่อนที่งานฉลองวันนี้จะกลายเป็นสีเทา "อาจารย์อุศาแกไปหามาจากไหนคะเนี่ย?"

"ของร้านญาติแกนะ" อาจารย์อาวุโสหันไปมองอาจารย์อุศาที่กำลังคุยกับอาจารย์พงศ์ศักดิ์ "แล้วนี่ มิสเตอร์แกรนท์ไปไหนล่ะ?" เธอถามขึ้นเมื่อไม่เห็นอาจารย์ต่างชาติคนใหม่ในห้อง

"อ้อ เห็นว่าจะไปเข้าห้องน้ำค่ะ"

"แล้วเขาไม่กลับบ้านเหรอ? อาจารย์ฝรั่งคนอื่นเขากลับไปตั้งแต่ก่อนคริสมาสต์แล้วนะ" อาจารย์ขวัญมณีออกเสียงคำว่า "คริสต์มาส" อย่างชัดถ้อยชัดคำ

เพ็ญเอาแอบเอาหอยจ๊อเข้าปากในระหว่างที่กำลังตักยำวุ้นเส้นอยู่ ถ้ารุ่นพี่ของเธอได้เห็นมารยาทแบบนี้เธอคงต้องโดนเอ็ดแน่ๆ "เขาบอกว่าซื้อตั๋วไม่ทันน่ะค่ะ" เธอตอบหลังจากที่ปากว่าง จะว่าไปแล้ว เธอหรืออาจารย์ทุกคนก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับ แอชลีย์ แกรนท์มากนัก เธอก็รู้พอๆ กับที่ทุกคนรู้ เธอรู้ว่าเขามาจากเท็คซัส เรียนจบเกรียตินิยมจาก ม. โคลัมเบีย แต่หลังจากนั้นล่ะ?ไม่มีใครรู้เลยเพราะแอชลีย์เองก็ไม่เคยเปิดปากบอกใครแม้แต่กับเพ็ญที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา

"แหม ถ้าพี่สาวๆ กว่านี้หรืออาจารย์แกรนท์เขาเข้ามาตอนตั้งแต่ตอนพี่บรรจุใหม่ๆล่ะก็เห็นทีพี่คงพยายามเปลี่ยนคำนำหน้าของตัวเองไปแล้ว"

เพ็ญรู้สึกวูบวาบเหมือนกับได้ยินคำพูดจาก มรว. กีรติ* ตัวจริงหลังที่ได้ฟังประโยคนี้ เธอเอามือปิดปากตัวเอง พยายามกลั้นหัวเราะไว้ให้อยู่ บางทีการที่คนแก่พยายามทำตัวหรือพูดอะไรเหมือนเด็กวัยรุ่นก็เป็นเรื่องที่น่าขันเหลือประมาณ

"Sorry to keep you guys waiting." ภาษาอังกฤษดังขึ้นจากประตูห้อง หนุ่มฝรั่งร่างสูงผอมกำลังยืนยิ้มแป้น ในมือที่สวมถุงมือกันร้อนทั้งสองข้างเขากำลังประคองถาดกระเบื้องใบใหญ่ เขาเดินเข้ามาวางชามนั้นไว้ที่โต๊ะอาหารแล้วค่อยๆ บรรจงเปิดฝาแก้วของถาดนั้นและควันร้อนตามด้วยกลิ่นที่หอมกรุ่นก็ฟุ่งฟอดออกมาทันที

แทบจะทันทีทันใด ทุกคนที่ยืนอยู่ในบริเวณโต๊ะอาหารต่างก็จ้องมองสิ่งที่อยู่ชามอย่างสนใจและสงสัยไปในคราวเดียวกัน สิ่งที่อยู่ในชามคืออาหารชนิดหนึ่งที่รูปร่างคล้ายขนมทองม้วน แต่สิ่งที่ต่างไปก็คือบนม้วนแป้งที่เรียงกันเป็นตับนี้เต็มด้วยชีสสีเหลืองที่ละลายไปด้วยความร้อน และน้ำซอสสีเขียวสีชะโลมไปทั่วถาด

"This is a kind of Mexican, ah no, Tex-Mex** food called, chicken enchiladas with green sauce, andit's goodtogether with rice.Hope you like it." ชายหนุ่มแนะนำอาหารของเขาด้วยสีหน้าที่ร่าเริงไม่เปลี่ยน

เหล่าคนไทยทั้งหลายที่กำลังมอง "วัตถุที่น่าจะเป็นอาหาร" อย่างเงียบกริบ ไม่มีใครสักคนที่พูดอะไรออกมา อาจารย์พงศ์ศักดิ์กำลังคิดว่าเขาเคยได้ทานอาหารชนิดนี้มาแล้วตอนที่อยู่ต่างประเทศ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยเห็นไอ้แบบที่มันสีเขียวขนาดนี้ ส่วนเพ็ญก็กำลังคิดอยู่ว่า.. เธอไม่กล้ากินไอ้ของแบบนี้เข้าไปแน่ๆ แถมยังกินกับข้าวอีกด้วยนะ!

"เอ่อ.. เอามาจากไหนคะเนี่ย?" อาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวแก่ขัดเพื่อทำลายความเงียบ ทุกคนพยักหน้าตามเป็นสัญญาณว่าจะถามอย่างเดียวกัน

"ผมทำเอง เมื่อกี๊ไปขอแม่บ้านเขาใช้ Microwave หน่อยนะครับเลยมาช้าไปหน่อย"

ทุกคนเงียบยิ่งกว่าเดิมเสียอีกเมื่อได้รับคำตอบจากชายหนุ่ม ก็ใครมันจะไปเชื่อล่ะว่า ชายหน้าเนิร์ดผู้มักจะอ่านหนังสือตลอดเวลาเมื่อมีเวลาว่างจะลุกขึ้นมาจับมีดจับตะหลิวทำครัว แถมยังทำอาหารที่พวกเขาบางคนไม่เคยได้ยินชื่อหรือได้กินอีกตะหาก สรุปคือ...ต้องกินเพราะมารยาทใช่ไหมเนี่ย.. อ.อุศาคิดในใจ เธอมองไปที่อาจารย์ท่านอื่นที่เธอคาดว่าคงต้องคิดแบบเธอ

"เอ่อ..ชีสเยิ้ม.." เพ็ญพลั้งปากพูดความในใจออกมาเสียแล้วและสิ่งที่ตามมาก็คือการที่เธอโดนอาจารย์ขวัญมณีใช้ศอกสะกิดอย่างแรงเพื่อเตือนเรื่องมารยาท

"Low-fat cheese for my ladies and gentlemen." แอชลีย์ส่งพูดแบบรู้ทัน ดวงตาสีฟ้าที่อยู่หลังแว่นของเขาในตอนนี้ช่างเว้าวอนหมายจะส่งสัญญาณว่า "กินมันไปเถอะ พลีส!" ให้กับทุกคน

เพ็ญรู้สึกว่าเธอต้องเป็นหน่วยกล้าตายอีกแล้วในฐานะที่เธอเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในที่นี้ถ้าไม่นับแอชลีย์ เธอตั้งช้อน ค่อยๆ หยิบตักอาหารตรงหน้าด้วยช้อนกลางใส่จานตัวเองก่อนที่จะเอามันเข้าปากไปพร้อมกับข้าวพูนช้อนที่เธอใช้กลบรสชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาแค่ไม่กี่วินาที แต่สำหรับเธอแล้วมันเหมือนการสโลโมชั่นไปหมด

"เอ่อ..." เพ็ญกำลังประมวลผลรสชาติ "อร่อยดีค่ะ รสเหมือนน้ำพริกเลย เผ็ดๆ ดี" เธอไม่ได้พูดตามมารยาท เพ็ญรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เพราะรสของพริกหยวกกับพริกไทยในซอสสีเขียวไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอกำลังทานอาหารต่างชาติอยู่เลย เธอลบความกลัวทั้งหมดออกไปจากหัวแล้วตักขึ้นมาอีกคำ คนที่เหลืออยู่ซึ่งได้ประจักษ์แล้วว่าอาหารของแอชลีย์ไม่ใช่ของกินจากต่างดาวก็ทำตามเพ็ญบ้าง หลังจากที่พวกเขาได้สัมผัสกับอาหารรสเลิศด้วยลิ้นของตนเองแล้วก็เอ่ยปากชมแอชลีย์ทันทีจนเจ้าตัวยิ้มไม่หุบ

อาหารบนจานร่อยหรอลงหลังจากนั้นไม่นาน และอาหารที่ได้รับความนิยมสูงสุดคงจะหนีไม่พ้นอาหารเม็กซิกันของแอชลีย์ ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณทุกคนแล้วในไม่ช้าก็หายออกจากห้องจัดเลี้ยงไปอีก เขากลับมาพร้อมถาดรูปตะกร้าหวายที่ใส่คุกกี้ไว้จนเกือบล้นในมือข้างหนึ่ง และมืออีกข้างก็ถือถึงใส่ของไว้

"ของหวานครับ" แอชลีย์พูดยังไม่ทันขาดคำ ทุกคนก็กรูเข้ามาดูคุกกี้ในถาดของเขาเหมือนเด็กที่ได้รับแจกขนมจากซานต้า

"ทำเองเหมือนกันเหรอคะเนี่ย!" ว้าย... สมบูรณ์แบบเกินไปแล้ว! เป็นได้แค่แม่ก็พอใจแล้วล่ะ อาจารย์ขวัญมณีเก็บน้ำเสียงปราบปลื้มไม่อยู่อีกแล้ว


"ครับ" ชายหนุ่มรับ

"อร่อยจัง เอากลับบ้านได้ไหมเนี่ย" เพ็ญที่เพิ่งกัดหัวมนุษย์ขนมปังขิงเข้าไปแซวชายหนุ่มพ่อครัว

"ถ้างั้นก็" แอชลีย์ควานหาอะไรบางอย่างจากถึงพลาสติกที่เขาหิ้วมา สักพักเขาก็ยื่นถุงเล็กๆ ที่ทำจากผ้าตาข่ายพันด้วยริบบิ้นสีฟ้าสดใสไว้ที่ปากให้เพ็ญ ข้างในถุงเล็กๆ น่ารักนั้นมีคุกกี้หลากชนิดและหลากรูปร่างใส่บรรจุอยู่"Merry Xmas and happy new year!" เขากล่าวพร้อมๆ กับที่ทะยอยให้ถุงคุกกี้แก่อาจารย์แต่ละท่านถึงมือ

"โห ขอบคุณค่ะ!" ความเป็นเด็กของเพ็ญกลับมา เธอมองถุงคุกกี้ตาโต แต่ก็เสียก็รู้สึกเสียดายที่สุดท้ายก็ต้องแกะถุงสวยๆ นี่อยู่ดี

"ขอบคุณคุณแม่บ้านเถอะครับ พวกเขาช่วยกันทำถุง ผมแค่ทำคุกกี้เอง"

อ่า..ดีแล้วล่ะ... เพ็ญรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด ถ้าแอชลีย์นอกจากทำอาหารแล้วยังมานั่งทำไอ้ถุงจิ้มลิ่มด้วยล่ะก็.... คงสยองพิลึก

"เอ่อ ขอโทษนะคะ อาจารย์...แกรนท์..." เสียงเรียกของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น และคนที่ถูกเรียกก็หันไปตามเสียงทันที นักศึกษาสองคนยืนอยู่หน้าประตู คนหนึ่งไว้ผมสั้นซอยใส่กระโปรงทรงกระสอบ ส่วนอีกคนที่ใส่แว่นเป็นหญิงสาวผมยาวดูเรียบร้อย กระโปรงพรีทของเธอยาวลากถึงข้อเท้า

"Eh?" แอชลีย์เดินไปหาเธอทั้งสองที่กำลังทำหน้าตาประหม่า เขายังนึกไม่ออกว่าจริงๆ ว่าลูกศิษย์ทั้งสองคู่มีธุระอะไรกับเขา "Hey.. Lakshmi, Suwimol, what's up?"

"คือ อันนี้ฝึกเขียนวิเคราะห์ที่อาจารย์บอกให้ส่งวันนี้วันสุดท้ายน่ะค่ะ คือหนูกับเพื่อนทำมาอีก แต่จะไปส่งที่ห้องแล้วไม่เจออาจารย์..ก็เลย.." สาวน้อยผมสั้นเอ่ยแล้วทำท่าเหมือนจะส่งกระดาษให้อาจารย์ของเธอ

"อ้า ขอโทษจริงๆ ครับ ลืมไปว่ากำหนดให้ส่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย แต่ดันมาอู้อยู่แถวนี้ซะได้" ชายหนุ่มรับกระดาษคำตอบจากมือหญิงสาว ท่าทางที่นอบน้อมของเขาทำให้สีหน้าที่เคยประหม่าของนักศึกษาของเขาเปลี่ยนเป็นสดใส แอชลีย์หยิบถุงคุกกี้สี่ห้าห่อส่งให้สาวผมยาวกำลังงงว่าเขาทำอะไรอยู่

"ของขวัญปีใหม่ครับ...แต่ลักษมี.." เขาหันไปที่คนผมยาวแล้วค่อยหันกลับมาที่คนผมสั้น "หรือสุวิมลอย่าบอกนะครับว่าผมทำหรือผมให้ เพราะเพื่อนบางคนในกลุ่มของรู้ผมว่าผมทำ เขาต้องเอาไปโยนทิ้งแน่ๆ"

ทั้งลักษมีและสุวิมลต่างก็ไม่เข้าใจว่าที่แอชลีย์พูดหมายความว่าอะไร แต่เธอก็รับถุงขนมจากอาจารย์ฝรั่งก่อนที่จะกล่าวขอบคุณด้วยความเคารพ

____________________________________

หลังวันหยุดปีใหม่ ชีวิตของนักศึกษาก็เริ่มขึ้นเหมือนเดิม แต่อากาศที่หนาวชวนผิวแห้งที่ค้างมาตั้งแต่ปลายปีก่อนก็ยังอยู่

"คุกกี้นี่เบลทำเองเหรอ?" ชายหนุ่มหน้าตี๊ หุ่นกลมบ๊อก พูดขึ้นขณะกำลังเขมือบคุกกี้รสนมรูปดาว

"หร่อยแรง!" หนุ่มอีกคนซึ่งไว้เคราะแพะ ทรงผมรกรุงรังพยายามเลียนแบบสำเนียงชายใต้ แต่มันก็ไม่ได้ความเลย

"เปล่า เพื่อนแม่เขาทำมาให้น่ะ" เบลรักษาสัญญาที่เธอไว้ให้กับคนที่ทำคุกกี้พวกนี้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ค่อยรู้เหตุผลของเขาก็เถอะ

งั้นเหรอ...ฦโถ่... ความคิดเหนื่อยหน่ายลอยเข้าหัวชายหนุ่มคนที่สามที่นั่งอยู่ด้วยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขากำลังให้ความสนใจกับหนังสือนิยายภาษาอังกฤษตรงหน้าที่กำลังจะอ่านจบ และความเหม่อลอยบนหน้าของเขาก็เพิ่มขึ้นทุกที

"ลองกินดูดิราม" หญิงผมสั้นเชื้อเชิญ รามเอานิ้วขั้นหนังสือ หยิบคุกกี้ขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วก็กลับไปสู่โลกของวรรณกรรมต่อ เขาเคี้ยวคุกกี้ไปเรื่อยๆ แต่สักพัก รสชาติที่ผิดปกติของมันก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะพูดบางอย่างที่ทำให้ทุกคนต้องพยักหน้าหงึกเห็นด้วย

"คุกกี้ที่ไหน...ทำไมมันหวานโคดอย่างงี้วะ..."


---- END ----

*หม่อมราชวงศ์กีรติ คือนางเอกจากนวนิยายรักเรื่องข้างหลังภาพ เธอหญิงโสดที่ยังคงงดงาม กีรตินางเอกที่มีถ้อยคำการพูดแบบผู้ดีในวังมากๆเลยทีเดียว
** Tex-Mex อาหารเม็กซิกันแบบที่กินในเท็คซัส

Enchiladas (อ่านว่า เอ็นเฌอลาด้า) อาหารเม็กซิกัน ชนิดหนึ่ง ในรูปไม่ใช่แบบที่แอชลีย์ทำ แต่ก็อร่อยน้า



หวังว่าคงชอบฟิคนี้กัน Happy New Year นะครับทุกท่าน ^ ^

edited - แก้วันที่ๆๆ ขอบคุณมีคุงมากครับ ^ ^'

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หึๆ
เด่วก็สังหรณ์ใจได้เองว่า แอชลี่ย์ทำ ว่าแต่แกรนท์กูรู้ตัวนะว่าเค้าไม่ค่อยชอบขี้หน้า ฮ่าๆ แต่ว่าทำไปคิดถึงรามไปป่ะเนี่ยออกมาหวานซะ แย่งเค้ากินมา

#1 By *** on 2006-12-30 01:07

อ่านไปยิ้มไปเลยค่ะ ชอบที่บรรยายหน่วยกล้าตายคนแรกจัง ฮ่าๆ เลยอดที่จะลุ้นไปด้วยไม่ได้

แหมลุงแกรนท์ทำกับข้าวได้ด้วย ฮิๆๆ น่ารักจังงิ

แม้จะแอบกัดแกรนท์เสมอ แต่เราชอบมากที่คุณแกรนท์สุภาพกับแม่บ้านและผู้ให้บริการค่ะ

แหม...ใครบางคนเอาไปโยนทิ้งหึๆๆๆ

ใจสื่อถึงกันหรือเปล่า ทำไมรามเหมือนจะคุ้นๆ

#2 By noonoon on 2006-12-30 01:16

อ๊าววววว หิวอ่า ยินดีด้วยครับคุณโซ ในที่สุดลีเวดก็พบสิ่งที่ชอบในตัวนายแกรนท์แล้วล่ะ อ๊าง แพ้คนทำกับข้าว

พิมพ์ผิดพิมพ์ตกอีกแล้ว แต่รู้สึกจะเขียนออกมาเร็วมากเลยนะ เก่งจังครับ

ผมชอบตอน "Low-fat cheese for my ladies and gentlemen." น่ารักดี แล้วก็ชอบตอน "ได้เป็นแค่แม่ก็พอใจแล้ว" อ่ะ ตลก กร้ากกๆๆๆ อ้อ แล้วก็ชอบตอนที่คุณเพ็ญคิดว่า ดีแล้วที่แกรนท์ไม่ได้ทำถุงเอง ตลกดี ชอบๆๆ

โดยรวมเป็นฟิคที่เรียบง่ายแต่ก็ให้ความรู้สึกสบายใจ แล้วก็หิววววววววว... แฮ่!

เออ เดี๋ยวกลับบ้านน้าเพ็ญของรามก็บอกเองว่าเอาคุกกี้มาจากไหน แล้วรามก็... โว้กว้าก กินเข้าไปแล้วววว... อะไรแบบนี้อ๊ะปะครับ ฮิๆ

Happy New Year ครับ
วันอาทิตย์มาเคาท์ดาวที่เอมดีมะ เหอๆ
มากันครบๆก็ดีนะ เฮ้อ

#4 By *** on 2006-12-30 20:33

ไอ้มุขมรว.กีรติ ทำขำตายหน้าคอม

แอชลีย์ซังคึเก่งแถะ
อ่านแล้วได้บรรยากาศดีจังครับ

#6 By ihBUNG's(ihบึง) on 2006-12-30 21:21

แกรนท์ทำกับข้าวน่ากิน แต่อยากกินของลุงทำ เพราะท่าทางจะท้องเสีย

#7 By devines มาเฟีย on 2006-12-31 22:56

ตะโกน
โซคะ แก้วันที่อย่างด่วนเลยค่ะ เดือนผิด กี๊ซ เพิ่งจะเห็นนะ
รึว่าตั้งใจเนี่ย หา

#8 By *** on 2007-01-01 14:22

ตอนพิเศษของ BKK เหรอค่ะเนี่ยยย
ยิ่งตอกย้ำให้ตัวละครในฟิคมีชีวิตเหมือนคนจริงๆ ด้วย แหมเหมือนโลกที่ขนานกันเลยนะค่ะ
มีตัวละครใหม่มากมายเลยยย
แล้วก็เป็นการสะท้อนมุมมองเรื่องแนวใหม่ด้วย
ทั้งที่ปกติแนวเรื่องจะโฟกัสไปที่ความคิดของรามส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้แนวเรื่องกลับโฟกัสไปเป็นวงกว้างได้ความรู้สึกดีไปอีกแบบค่ะ

พึ่งรู้นะค่ะเนี่ยว่าแอชลีย์ทำอาหารเก่งด้วย โหออกแนวเพอร์เฟ็คแมนชะมัด
อยากเห็นคุ้กกี้อย่างแรงๆ
หุๆๆๆ

สังสัยคนในกลุ่มที่แกรนด์หมายถึงคงเป็นรามแน่นอน
เพราะรามไม่ชอบของหวานเว้นอย่างเดียว
ขนมเบื้องไงล่ะ
ขนาดตอนที่เบลเอาคุ้กกี้ไปแจกเพื่อนในกลุ่มทุกคนบอกว่าอร่อย ยกเว้นรามซะงั้น !!!!

ตลกดีค่ะ

#9 By Just_AM mania on 2007-01-01 20:23

ฮ่าๆๆๆ อาจารย์แต่ละคน น่ารักกันจริงๆ โดยเฉพาะแอชลีย์
อ่านแล้วทำให้นึกถึงเวลาต้องเข้าไปในห้องพักครูแล้วได้ยินอาจารย์เค้าเม้าท์กัน อารมณ์ประมาณนี้เลยค่ะ

โอยย หิว~~ อยากลองกินอาหารฝีมือแอชลีย์บ้างจัง น่าอร่อย เป็นพวกชอบหวานอยู่แล้ว

#10 By ::widchii:: on 2007-01-02 03:05

Recommend

free counters