ตอนที่ผมจะเขียนเอ็นทรี่นี้ ผมยังลังเลและตัดสินใจไม่ถูกว่าผมระหว่างอัลบั้มแรกกับอัลบั้มสองของ The Thrills ผมควรจะรีวิวอะไรดี นั่งคิดไปคิดมาสักพัก ก็ตัดสินใจเลือกอัลบั้มแรกจะดีกว่า (ถึงมันจะออกมาค่อนข้างนานแล้วก็ตาม) เพราะผมยังไม่ได้ฟังอัลบั้มที่สองของวงนี้อย่างเต็มสักที ก็เลยขอเขียนถึงอัลบั้มนี้นะครับ

ความชื่นชอบของผมต่อสถานที่แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติหรือบรรยากาศชนบท มักไม่ใช่ตามแบบของการนิยามของคนทั่วไปผมไม่ชอบเล่นน้ำทะเล น้ำตก การเดินป่า ไม่ชอบคลุกคลีกับชาวบ้านท้องถิ่น หรือทำตัวกลมกลืนเพื่อค้นหาอะไรบางอย่างที่ตัวเองไม่เคยมี ผมไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไรนะ เพียงแต่ผมไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงหรือทำอะไรที่ผิดแผกไปจากความเคยชินของตัวเอง เพราะมันมีแต่ทำให้ผมลำบากใจมากกว่าจะสนุกไปกับมัน

แผนการหลบหนีจากเมืองใหญ่ในฝันของผมคือ คือ การมีบ้านสไตล์โคโรเนี่ยลอยู่ในฟาร์ม เลี้ยงวัว เลี้ยงหมา เลี้ยงแมว ทำปศุสัตว์ ปลูกผัก(ที่ตัวเองกินได้) หรือเป็นที่ทะเล ผมก็จะนั่งอ่านหนังสืออยู่ริมชายหาด ก่อประสาททรายถลก ขับรถกินลม ฟังเพลงไปเรื่อยๆ ดูอาจเพ้อฝัน และอาจจะไม่ต่างจากไลฟ์สไตล์ของคนเมืองเท่าไหร่ แต่มันเป็นวิธีชาร์จแบตให้ตัวเองที่ผมอยากทำเหลือเกิน

ผมชอบฟังเพลงเย็นๆ เวลาที่ผมต้องการจะพักผ่อน และนี้ก็เป็นเหตุผล ว่าทำไมผมถึงหลงรัก อัลบั้ม So Much for the City ของ The Thrills ได้อย่างง่ายดาย (เพราะแน่นอน... ว่าผมคงไม่ฟัง Nevermind ของ Nirvana เวลาที่ผมอยากชิวแน่ๆ (55) )


(ทะเล! ทะเล! ทะเล!)

จุดขายของอัลบั้มนี้ รวมไปถึงตัว The Thrills คงหนีไม่พ้นเสียงดนตรีแนวแคลิฟอร์เนีย เสียงแบนโจ คีย์บอร์ดคิกขุอาโนเนะ เสียงคอรัสแบบวงบีชบอย คอนเซปตามชื่ออัลบั้มที่อยากจะสลัดความเป็นเมืองของไปซะ อยู่ในชนบทได้ในใจถึงแม้ว่าร่างกายจะต้องวุ่นวายให้กับชีวิตคนเมือง พวกเขาแคลิฟอร์เนียกันเหลือเกิน ฟังเพลงแล้วภาพของทะเลกับบิกินี่ก็ลอยไปลอยมา จนผมลืมไปว่า... ทุกคนในวงนี้มันเป็นไอริช!!

ซึ่งนี้... ก็หมายความว่าพวกเขามาจากประเทศที่ไม่มีทะเลสวยๆ ไม่มีแสงแดด ไม่มีไร่ส้ม ไม่มีฮอลลีวู๊ด ไม่มีเขตตากอากาศ Big Sur แต่พวกเขาดันทำเพลงออกมาได้คาลิฟอร์เนียนอย่างดั้งเดิม พวกเขาไม่ใช่ wannabe แล้วผมก็คิดว่า การสร้างสรรค์งานเพลงมันไม่มีขอบเขตทางภูมิศาสตร์ใดๆ อยู่แล้ว ต่อให้คุณอยู่ที่ขั้วโลกใต้ คุณก็สามารถทำเพลงแบบอัฟริกันได้เหมือนกัน

ขอเตือนไว้ก่อนว่า ถ้าใครคิดจะมาฟังเพลงอัลบั้มนี้เพื่อซึมซับ เนื้อหา บทกวี หรือปรัชญาอะไรในเนื้อเพลงล่ะก็ มันไม่มี! อย่าหาเลย หรืออย่าไปนั่งตีความอะไรด้วย เพราะเนื้อเพลงของ The Thrills นั้นน้ำเน่า และไร้สาระจนถึงที่สุด แต่เพราะมันน่าเน่าและไร้สาระนี่แหละทำให้มันใสซื่อ เนื้อหาของเพลงอย่าง Big Sur หรือ Santa Cruz ก็เกี่ยวกับการโหยหาบรรยากาศบ้านนาและหญิงคนรัก คำที่ใช้ในเพลงก็ง่ายแสนง่าย เสียงร้องของ Conor Daisy น่ารักและออดอ้อนลูกแง่ลูกงอนตามประสาหนุ่มบ้านนา

สรุปคือ วงนี้มันน่ารักโคตรๆเลย!!

ใครอยากชิว อยากพัก อยากปล่อยใจให้มันลอยไปทะเล อัลบั้มนี้แนะนำเลยครับ ^ ^v


(ผู้หญิงสองคนบนปก ไม่ใช่สมาชิกในวง แต่น่าจะเป็นแฟนครับ อิอิ)

เพลงที่ชอบในอัลบั้ม

Big Sur – ชอบเสียงแบนโจกับเนื้อเพลง Just don't go back to Big Sur/Hangin' around, lettin' your old man down/Just don't go back to Big Sur/Baby baby please don't go อะไรจะลูกทุ่งปานน้าน!

One Horse Town – เป็นเพลงแรกของ The Thrills ที่ผมได้ฟัง เสียงคีย์บอร์ดทื่อๆ ไม่มีโน้ตในเพลง มันชวนขยับจริงๆเลย

Your Love Is Like Las vegas – เพลงป๊อบ..ใสมาก..กก.. ไม่ต้องคิดมากเวลาฟัง

The Thrills - One Horse Down

Yeah you're burning
Oh you're burning
My ears with your travelling tales
But my in-laws
Oh baby, my in-laws
Well they're trying to tie a young man down

Oh I never should have settled down
Hanging around in a one horse town
When everyone starts sleeping around
Well I never should have settled down
Hanging around in a one horse town
When everyone starts sleeping around

But this feeling
Oh that I'm feeling
Well you're praying at her, tear her heart

So this evening
Oh baby I'm leaving
On a one way ticket tonight

Well I never should have settled down
Hanging around in a one horse town
When everyone starts sleeping around
Well I never should have settled down
Hanging around in a one horse town
When everyone starts sleeping around

Well my friends they don't go settled down
Hanging around in a one horse town
When everyone starts sleeping around
Guess I never should have settled down
You see, hanging around in a one horse town
Does nothing for your state of mind

Get this widget |Share |Track details

Comment

Comment:

Tweet

big smile open-mounthed smile confused smile

#7 By โหลดเพลงmp3ฟรี (125.25.32.242) on 2010-02-18 14:48

Hi K.So
I\\\\\\\'m one of the Britpop remnant from your very fuckin\\\\\\\' old travisfan:webboard, yes that thaimisc something-somethings

I\\\\\\\'d like to say \\\\\\\"Good review!\\\\\\\" \\\\\\\"Good wrinting\\\\\\\" and sometimes \\\\\\\"Good Otaku-ness\\\\\\\" lol

I\\\\\\\'m really enjoy myself while visiting er blog keep up all the good stuff!!!

#6 By DJbez (58.9.72.127) on 2008-10-19 00:13

เคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยฟังเพลงวงนี้เลยค่ะ เพิ่งได้มาฟังรุจักจากรีวิวพี่โซอ่ะล่ะจากการฟังคำแรกที่โผล่งขึ้นมาในใจคือ
เพลงมันสดใสดีเนอะ มีเสียงกรุ๊งกริ๊งน่ารักๆ วงจากไอริชจริงอ่ะ ไม่เชื่อๆๆ

เด๋วลองไปหามาฟังเพิ่มค่ะ
ขอบคุนพี่โซมากๆค่ะ ที่หาวงดีๆ มารีวิวให้ฟังอีก

#5 By Unknown on 2007-07-07 22:28

อยากมีบ้านติดทะเล ไว้เบื่อ ๆ พักบ้างก็ดี หาดทราย สายลม แสงแดด ได้ฟังเพลงเพลิน ๆ

ว่าแต่อิจฉา 2 สาวบนปกนั่นจัง โฮะ ๆ

#4 By บี (58.9.59.52) on 2007-07-05 16:44

เคยฟังเคยชอบเคยซื้อ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้หยิบมาฟังเลยล่ะครับ
บางอัลบั้มก็เป็นแบบนี้ฮะ ซื้อมาก่อนค่อยรู้ตัวว่ามันยังไม่ใช่ของเราเท่าไร

ตอนที่ชอบๆก็เพราะเสียงคีย์บอร์ดนั่นแล กรุ๊งกริ๊งมากๆ

คิดมาตลอดเลยนะเนี่ยว่าเป็นอเมริกัน
เพิ่งกลับจากไปเที่ยวมา ก็เอาเลยนะ
ฟังเมื่อสมัยนานนมมาแล้ว จำไม่ค่อยได้แล้วแฮะว่าเพลงเป็นยังไง

แต่พอจังลางๆได้ว่า พ่อนักร้องนำร้องคำว่า Santa Cruz~~~ ได้หวานใสงุ้งงิ้งเป็นที่สุด

ตอนแรกที่ฟัง+เห็นอิมเมจแล้วคิดว่าเป็นวงมาจากฝั่งอเมริกาเหมือนกันนะ
เอ๋า...เป็นคนบ้านไอริชหรอกเหรอเนี่ย

เพลงยังไม่ได้ฟังนะจ้ะ เปิดลำโพงไม่ได้ตอนนี้ ยังไงๆเดี๋ยวมาฟังเน้อ ขอบคุณจ้า

"มีบ้านสไตล์โคโรเนี่ยลอยู่ในฟาร์ม เลี้ยงวัว เลี้ยงหมา เลี้ยงแมว ทำปศุสัตว์ ปลูกผัก(ที่ตัวเองกินได้) หรือเป็นที่ทะเล ผมก็จะนั่งอ่านหนังสืออยู่ริมชายหาด ก่อประสาททรายถลก ขับรถกินลม ฟังเพลงไปเรื่อยๆ" >>> นี่สไตล์เศรษฐีอเมริกันบ้านนอกดีเน้อ
อยากหาแฟนรวยๆ คาวบอยๆบ้างจัง ฮ่าๆๆ

#1 By noonoon on 2007-07-02 13:04