Haruki Murakami "Kafka on The Shore" - อีกแฟนตาซีแห่งยุคหลังสมัยใหม่
posted on 16 Dec 2007 11:35 by bosie in Book
อ่าน Kafka on The Shore (ชื่อภาษาไทย คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ) ของ ฮารุกิ มุราคามิ จบแล้วครับ
ไม่ได้หวังอะไรมากหรอก เพราะเคยได้ยินกิตติศัพท์ของมุราคามิมาแล้วว่าชอบเขียนหนังสือแบบอ่านไปเรื่อยๆ ไม่ต้องตีความ เพราะถ้าตีความมันจะปวดหัว ไม่สนุก แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เสียด้วย เพราะเวลาอ่านไป สมองน้อยๆ ของผมไม่สามารถเข้าใจโลกแห่งอุปมาที่มีหนังสือได้ เลยปล่อยให้มันเลยตามเลย ซึ่งทำแบบนั้นแล้วมันก็สนุกดี
คำเปรยหน้าปกหนังสือ เขียนไว้ว่าเป็น "การผจญภัย 2 โลก" อาจจะทำให้หลายคนเข้าใจผิดนึกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นการผจญภัยระหว่าง "สองโลก" "จริงๆ" เหมือนนิยายแฟนตาซีข้ามมิติ ก็จริงอยู่ที่เป็นแฟนตาซี แต่เป็นแฟนตาซีที่ไม่มี ไม่มีนางฟ้า ไม่มีผู้วิเศษ หรืออัศวิน มีแต่แต่คนธรรมดาๆ ที่เข้าไปอยู่ในโลกพิลึกๆ พาลให้นึกไปถึง Evangelion ที่ผมดูจบแล้วก็ "อะไรฟะ แต่แม่งเจ๋ง"
ผมขอชมมุราคามิ ที่ทำให้ผม "หมั่นไส้" ตัวเอกในเรื่องได้ ซึ่งปกติแล้ว เวลาผมอ่านหนังสือ ผมมักจะเอาใจช่วยตัวเอกเสมอไม่ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม แต่เรื่องนี้ ผมกลับอยากให้ไอ้ตัวเอกมันล่มเหลวไปซะ เพราะหมั่นไส้มัน
คาฟกา ทามุระ เป็นเด็กหนุ่มอายุ 15 วัยฮอโมนส์พลุ่งพล่าน ทำตัวงี่เง่า หนีออกจากบ้าน เพื่อพิสูจน์ตัวเอง และเพื่อต้องการปลีกแยกจากสังคม เขาเดินทางไปเรื่อยๆ จนไปหยุดที่ห้องสมุดเอกชนแห่งนึง ได้พบกับบรรณารักษ์ระบุเพศสภาพไม่ได้ และผู้ดูแลห้องสมุดผู้สั่นคลอนความรู้สึกของเขา
ผมไม่ชอบคาฟกา เพราะเขาเป็นเด็กหนุ่มอายุ 15 ที่ตรงกับความเป็นจริงของโลกเหลือเกิน เกรียน ชอบคิดว่าตัวเองเป็นเจ๋ง เป็นผู้ใหญ่แล้ว ทั้งที่ความจริงยังออกแนว "ลูกแหง่" เป็นแค่เด็กชายที่ไม่ประสาเรื่องเพศ (แต่คิดว่าตัวเองแน่แล้ว)
ตัวละครอีกตัวที่ผมชอบมากคือ โอชิมะ บรรณารักษ์ เพราะออกแนว "พี่ชาย" ดี แถมยังมีปมทางจิตใจเรื่องคล้ายๆ กับผมอีก เลยแอบอิน แต่ตัวละครตัวอื่นที่มีความสำคัญกับเรื่องมาก อย่าง นาคาตะ, ซาเอกิซัง หรือ โฮชิโนะ กลับไม่ค่อยได้ใจเท่าไหร่ แม้ในทางการบรรยายสภาวะจิตใจของตัวละครอาจทำได้ดีมาก แสดงให้เห็นปม ความหวังของตัวละครได้ดี แต่ทว่าในการเชื่อมระหว่างตัวละครที่เป็นปัจเจก กับผลในเนื้อเรื่องทั้งหมด ยังทำได้ไม่ดีนัก ในความรู้สึกของผม
เนื้อเรื่องเล่นกับปมโอดิปุส (รักแม่ ฆ่าพ่อ) และญี่ปุ่นสามยุค คือ ก่อนสงคราม หลังสงคราม และเด็กวัยรุ่นยุคปัจจุบันที่สงครามดูจะเป็นเรื่องที่แสนห่างไกล ซ้อนทับไปกับสัญญะประหลาดๆ กับ ภาวะ "Coming of age" ของเด็กวัยรุ่นหนึ่งคน อย่างที่บอก อ่านเรื่องนี้แล้วไม่เข้าใจว่าเนื้อเรื่องมันคืออะไร ต้องการจะสื่ออะไร รีวิวนี้เลยช่วยอธิบายอะไรไม่ได้มาก นอกจากแค่แนะนำหนังสือ เรื่องนี้อ่าน 100 คนก็ตีความกันไป 100 อย่างได้
เคยบอกไปในเอนทรีย์ที่แล้วว่าไม่ชอบบทแปลเลย อ่านไปเรื่อยๆ พยายามทำใจให้ชอบ แต่สุดท้ายก็ไม่ชอบจริงๆ น่ะแหละ แปลจนตัวละครทุกตัวใช้ศัพท์แสงเหมือนกันไปหมด อารมณ์ของตัวละครเป็นตัวละครของผู้แปลมากกว่าที่มันเป็นจริงๆ ใช้คำซ้ำเยอะ (ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีกับการเขียนเลยครับ เพราะมันทำให้คนอ่านรู้สึกว่า "อีกแล้วเหรอ!!" ครั้งหน้าถ้าจะอ่าน คงขออ่านฉบับอังกฤษล่ะ ผมคงไม่ชอบอารมณ์กระโชกโฮกฮากของหนังสือภาษาไทยกระมัง


#1 By noonoon on 2007-12-16 15:10