Mustang Melody

posted on 29 Dec 2007 18:36 by bosie

(1)   

        อุเอโน่ อู็เอโน่

       เสียงหญิงสาวประกาศชื่อสถานนี้ เลียนเสียงขานชื่อสถานีรถไฟสมัยก่อน

       ซาเอโกะ กดปุ่มซื้อตั๋วหนึ่่งไป หยิบเหรียญ 500 เยนหยอดใส่เครื่องซื้อตั๋ว เหนือศีรษะของเธอคือแผนผังของระบบรถไฟกรุงโตเกียวที่พันกันเหมือนปมไหมพรมหลาดสี

       แต่ก่อนที่ซาเอโกะจะเลือกสถานีปลายทาง เด็กสาวคนหนึ่งวิ่งมาแทรกข้างหน้าเธอ ฉวยกดเลือกสถานีคาชิว่า

       เครื่องจักรหน้าตาประหลาดส่งเสียงขอบคุณที่ใช้บริการ พ่นตัวกระดาษสี่เหลี่ยมใบเล็กๆ ออกมาจากช่อง

       "ขอโทษนะคะ เดี๋ยวฉันมาคืนให้ทีหลังนะ" เด็กสาวแลบลิ้นประหลกหัวขอโทษขอโพย ก่อนวิ่งจากไป

       ซาเอโกะส่ายหัวอารมณ์เสีย เธอหยอดเหรียญอีกเหรียญนึงเข้าไป ได้ตั๋วรถไฟมาอย่างที่ตั้งใจ


(2)

        ซาเอโกะลดเสียงไอพ็อดตัวเอง เพราะชายชราคนนึงมองเธออย่างไม่พอใจเมื่อเสียงเพลงเล็ดรอดออกมาเข้าหูของเขา

        สถานีแล้วสถานีเล่า ประตูด้านซ้ายด้านขวาเปิดออก ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินขึ้นรถไฟ

        แม่บ้านวัยสาวอุ้มลูกไว้ในอ้อมแขน ซารารี่แมนสวมสูทสีหม่น หันไปพูดเสียงดังกับเพื่อนร่วมงาน กลิ่นเหล้าออกมาพร้อมกับลมหายใจ นักเรียนหญิงไฮสคูลคนนึงนั่งพิงหลับสนิทแม้แรงเหวี่ยงจะทำให้ศีรษะของเธอโงนเงนไปมา

        ผมหน้าม้าของเธอปรกปิดตา เสื้อเครื่องแบบสีขาวตัวสั้นเหนือเอว ลูสซ็อคกองอยู่บนรองเท้า

        ซาเอโกะละสายตาจากหัวขโมยตั๋ว รถไฟมาถึงสถานีปลายทางแล้ว


(3)

         เธอเจอเด็กสาวคนเดิม บนรถไฟสายเดิม ซาเอโกะนั่งข้างเธอ เธอกำลังกดโทรศัพท์มือถือ

         ซาเอโกะปรายตามองหน้าจอมือถือนั้นอย่าไม่ตั้งใจ แต่เธอไม่เห็นอะไร เพราะหน้าจอติดฟิล์มเบลอเอาไว้

         เสียงข้อความดังขึ้นที่มือถือของซาเอโกะ สายตาหลายคู่หลิ่วมองเธอเพียงชั่ววินาทีจึงกลับสู่สถาพเดิม ซาเอโกะเปิดมือถืออ่านข้อความ

        
         ฉันหวังว่าคุณจะอ่านข้อความนี้จนจบ ฉันมีความฝัน ช่วยข้อพรให้ฉันเป็นจริงที ส่งเมล์นี้ให้เพื่อนอีก 10 คนของคุณ แล้วความฝันของคุณและฉันจะเป็นความจริง


         "อ๊ะ คุณได้ข้อความของฉันนี่!" เด็กสาวร้องลั่นเมื่อเธอเห็นข้อความในมือของซาเอโกะ "ใครส่งมาให้คุณ?"
         "เพื่อน" ซาเอโกะวางกระเป๋านักเรียนไว้บนตัก เธออยากเปลี่ยนที่นั่ง
         "เพื่อนชื่ออะไร?"
         "อาโอะมุระ"
         "ชื่อ?" 
         "อาโอะมุระ นิชิเอะ"
         "นิจจัง! ว่าแล้วเชียว นิจจัง เอ่อ.. นิชิเอะจังเป็นเพื่อนสมัย ม.ต้น ของฉันเอง คุณอยู่โรงเรียนเอกชนคาวายะโคโค ใช่ไหมคะ? นิจจังหัวดี เข้าโรงเรียนดังๆอย่างนั้นได้แล้วล่ะ โลกกลมจังเลยนะคะที่เรามีเพื่อนคนเดียวกัน เพราะฉะนั้น ถ้ามองตามตรรกะแบบหยาบๆแล้ว เราก็เป็นเพื่อนกันเนอะ จริงไหม?"

          ซาเอโกะทำทีเป็นฟัง พับมือถือเก็บ ใจลอยไปนอกหน้าต่าง หลังคาบ้านเรื่อนรายทางหลอมรวมเป็นเส้นตรงหนึ่งเดียว

          "คุณจะไม่ส่งข้อความต่อเหรอคะ?"

          ซาเอโกะรีบเปิดมือถืออีกครั้ง กดส่งข้อความเมล์ลูกโซ่ไปให้คน 10 คนที่เธอไม่รู้จักแต่มีเบอร์ ดับความรำคาญให้ตัวเองในเวลาไม่ถึงนาที เท่านี้คงจบเรื่องแล้วใช่ไหม?

         "ขอบคุณนะคะ เท่านี้ความฝันก็อาจจะสำเร็จไปก้าวนึง" เด็กสาวยิ้มแป้นหน้าแดง โค้งเล็กๆ ให้ซาเอโกะ
         "ความฝัน?"
         "ค่ะ! ฉันอยากนั่งฟอร์ด มัสแตงไปเที่ยวดีสนี่ย์แลนด์"
         "แค่นี้น่ะเหรอ?" 
         "แค่นี้? แต่ถึงจะเป็นแค่นี้.. ฉันก็ไม่เคยนะคะ" 

         เด็กสาวทำตาเศร้าเมื่อพูด ซาเอโกะเสียใจที่เธอพูดแบบนั้น

         "เขาว่ากันว่าคำอธิษฐานทางเมล์ได้ผลจริงๆ นะคะ เพื่อนฉันคนนึงอยากให้แม่หายป่วยเลยส่งเมล์แบบนี้ แล้วต่อมาแม่ของเธอก็หายป่วยจริงๆ" เธอยิ้มอย่างเชื่อมั่น แต่สำหรับซาเอโกะแล้วเรื่องนี้ก็เป็นเพียงความงมงายในยุคอินเทอร์เน็ต เด็กสาวพูดไม่หยุด เธอเล่าเรื่องตำนานเมล์ข้อพร เล่าเรื่องเพื่อนคนอื่นๆ ของเธอที่ทำแบบเดียวกันจนรถไฟจอด พนักงานขับรถไฟประกาศชื่อสถานีแทนเสียงจากเครื่องอัด

        "ขอโทษ ฉันต้องลงสถานีนี้" ซาเอโกะลุกขึ้น บอกลาอย่างไม่ใส่ใจไยดี
        "ฉันอยากทราบชื่อของคุณไว้"
        "โทริชิมะ
        "ชื่อ?"
        "ซาเอโกะ"
        "ค่ะ ซาเอโกะซัง ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อ โฮตารุค่ะ"


(4)

        ซาเอโกะเดินจากสถานีมาจนถึงบ้าน แม้จะสี่ทุ่มแล้ว แต่คุณตาข้างบ้านก็ยังเล่นเปียโนเพลง Fantasie Inpromtu ของโชแปงอยู่ ซาเอโกะไขกุญแจเปิดประตู ภายในบ้านเงียบสนิท ไม่มีสัญญาณของผู้อาศัย

        เธอเหวี่ยงกระเป๋าลงโซฟา เดินทะลุห้องอาหารผ่านไปห้องครัว อ่านกระดาษโน้ตของแม่บ้านบนแม่เหล็กติดตู้เย็น

        ฉันทำความสะอาดเสร็จแล้ว คุณพ่อคุณแม่ของคุณบอกว่ามีอาหารเย็นอยู่ในตู้เย็น

         หญิงสาวมองกระดาษอยู่นาน เธอดึงโน้ตของวันนี้และของวันที่ผ่านมาออก ไปที่ห้องเขียนหนังสือ หย่อนโน้ตทั้งหมดลงในเครื่องทำลายเอกสารแล้วกลับมาเปิดตู้เย็นในห้องครัว โปเตโต้สลัดข้นมายองเนสน่าขยะแขยงนอนนิ่งอยู่ในกล่องพลาสติก ซาเอโกะหยิบมันขึ้นมา แกะพลาสติกห่อออก โยนลงถังขยะ หาของในตู้เย็นต่อจนได้เบียร์กระป๋องหนึ่งของพ่อ 

        เธอวางเบียร์ไว้บนโต๊ะ นั่งลง เปิดมือถือดูอัลบั้มรูปถ่าย รูปของเธอ รูปของกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียน รูปของเพื่อนชายคนแรกของเธอ ปล่อยให้นาฬิกาเดินไปอย่างไร้ค่า ทั้งที่ความจริงแล้วเพิ่งผ่านมา 20 นาทีเท่านั้น 

        Fantasie Inpromtu เปลี่ยนเป็นคอนแชร์โต้ของโมซาร์ท ซาเอโกะหลับตาฟังเป็นเพลงกล่อม จินตนาการภาพของโรงละครและปราสาทแห่งเทพนิยายผสมกับทุ่งดอกแดนดีไลอ้อน 

        ซาเอโกะลุกขึ้นจากเก้าอี้เมื่อคุณตาเล่นถึงโน้ตตัวสุดท้าย เร่งฝีเท้าวิ่งออกจากบ้าน ฉวยหยิบกุญแจอันหนึ่งจากที่แขวนไปด้วย

(5)

        รถฟอร์ดมัสแตงสีแดงเปิดประทุนรุ่นปี 1974  เรียกความสนใจจากผู้คนหน้าสเตชั่น มอลล์ สถานีคาชิว่าได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่เป็นจุดสนใจยิ่งกว่า คือเด็กสาวมัธยมปลายผมยาวผู้ยืนพิงอยู่ข้างรถ

        ซาเอโกะมองตามผู้คนทุกประตูทางออก ไม่มีวี่แววคนที่เธออยากพบ

        ยิ่งดึกลงคนก็ยิ่งน้อยลง แต่เธอก็ยังรอคอย

        ร้านรวงทะยอยกันปิดทำการ เสียงครืดของประตูเหล็กดังขึ้น คนจากร้านขนมปังฝั่งตรงข้ามมองดูลาดเลาไม่ให้ใครเห็นถุงขนมปังหมดอายุในมือ 

        รถไฟเที่ยวสุดท้ายกำลังจะมาถึง

        ซาเอโกะกลับขึ้นไปนั่งบนรถ ใส่เทปเพลงของชูเบริทเล่นในวิทยุ เปิดเสียงเบาที่สุด เธอปาดน้ำตาที่คลอเบ้า แสร้งบอกตัวเองว่าเป็นแค่ฝุ่นเข้าตา

        หญิงสาววางมือไว้ที่เกียร์รถ ตัดสินใจ เธอมองสถานีคาชิว่าในความมืดมิดเป็นครั้งสุดท้าย ฝันถึงความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง เธอเล่นกีตาร์ร้องเพลงอยู่กลางสถานีรถไฟ ผู้คนที่เดินผ่านโยนเหรียญเงินให้เธอแล้วปรบมือให้

        มือสตาร์ทรถ แต่สายตายังไม่ถอนออกจากภาพของสถานี ซาเอโกะเห็นร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งเดินออกมาประตูเดียวที่ยังเปิดอยู่ 

        ร่างของโฮตารุหลุดพ้นจากความมืดสู่แสงสว่าง

        ซาเอโกะกระโจนลงจากรถไปคว้ามือโฮตารุไว้ โดยไม่พูดคำอื่น เธอจูงโฮตารุจนถึงมัสแตง

        "นั่งสิ" ซาเอโกะนั่งลงหลังพวงมาลัย เชิญโฮตารุที่กำลังงุนงง แต่ไม่ช้าก็ก้าวขึ้นลงนั่งข้างๆ คนขับรถ

        "สถานีต่อไป... ดีสนี่ย์แลนด์.." โฮตารุกระซิบเบาๆ ใต้เสียงเปียโนของชูเบิร์ต  

        "ค่าโดยสาร 500 เยน....... ถูกจริงๆ!" ซาเอโกะจับพวงมาลัยแน่น เหยียดคันเร่งสุด หัวเราะเสียงดัง แล้วรถมัสแตงก็ออกจากสถานี

---------------------------------------------------------



ไม่อยากเรียกว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้ว่าฟิค นิยาย หรือ เรื่องสั้น อยากเรียกว่าบทกวีที่ระลึกมากกว่า อยู่ดีๆ ก็อยากเขียนบางอย่างด้วยประโยคสั้นๆ ไม่มีพล็อต ไม่มีเหตุผล เก็บความทรงจำไว้ขึ้นมาเท่านั้นแหละ

Comment

Comment:

Tweet

#10 By Abe Torkelton (64.5.40.122) on 2008-03-20 06:02

ว้าว ชอบจังopen-mounthed smile

#9 By ลิงยักษ์ on 2008-03-07 19:31

#8 By Abe Torkelton (64.5.40.122) on 2008-01-22 05:14

โลกกลมจังเลยนะคะที่เรามีเพื่อนคนเดียวกัน เพราะฉะนั้น ถ้ามองตามตรรกะแบบหยาบๆแล้ว เราก็เป็นเพื่อนกันเนอะ จริงไหม? >>> น่ารักอ่ะ ดูนาวเพลย์อิ้งแบบใสๆ

"ค่ะ! ฉันอยากนั่งฟอร์ด มัสแตงไปเที่ยวดีสนี่ย์แลนด์"
"แค่นี้น่ะเหรอ?"
"แค่นี้? แต่ถึงจะเป็นแค่นี้.. ฉันก็ไม่เคยนะคะ"
>>> เป็นบทสนทนาที่น่ารักและจังหวะดีจังเลยค่ะ surprised smile

#7 By noonoon on 2008-01-05 09:55

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เพิ่งมีโอกาสได้อ่าน อยากบอกว่า ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

ชอบสุดๆ ชอบมากๆๆๆ >W<

เราชอบตัวละครโฮตารุจังเลย บทสนทนาอะไรๆของเด็กคนนี้ ถูกใจเีราหมดเลย

เราชอบมากกกกกก

หวานๆ ฝันๆ เด็กๆยังไงไม่รู้ เราชอบมาก

เรื่องภาษาโซเขียนได้เก่งเหมือนเิหมือนเดิมเลย

#6 By noonoon on 2008-01-05 09:52

เหวย ชอบอ่าาา
เวลาเห็นป๋าโซเขียนแบบตัวหนังสือเยอะๆแล้วจะมึนนิดๆ(เพราะหมาไฟเรามันตัดอักษรไม่ได้ด้วยมั้ง)
แต่พอสั้นๆ เป็นจังหวะแล้วรู้สึกอ่านง่าย เนื่อเรื่องก็น่ารักดี

#5 By watabo on 2007-12-30 12:29

ง่า แนวแปลกดีอางับ~

#4 By A r c h i r a on 2007-12-30 12:15

เอ่อะ.. มาอีกคนนึงแล้ววุ้ยยย

เปล่าน้า.. ถึงจะอ่านมุราคามิจบมาหมาดๆ แต่เขียนไว้ตั้งแต่ก่อนอ่านแล้วนู้น

ไม่น่าใช้โลเคชั่นเป็นญี่ปุ่นเลย - -

#3 By So Gallagher on 2007-12-29 19:22

ทำไมเรานึกถึงมุราคามิ .. embarrassed

#2 By soundsyndrome on 2007-12-29 19:14

ยังกะฮารุกิsad smile