รีวิวหนังสือรวมมิตร ระหว่างเดินทางไกลช่วงสงกรานต์ - The Boy in Striped Pyjamas, In Cold Blood .. และของแถม
posted on 16 Apr 2008 13:02 by bosie in Book
(รีวิวเปล่าๆ ไม่ใส่สปอย)
1. The Boy in The Striped Pyjamas (เด็กชายในชุดนอนลายทาง) - John Boyne

(ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ คุณ Aijou ด้วยนะครับ ที่แนะนำหนังสือเล่มนี้)
เคยจิตตก เวลาอ่านหรือดูอะไรบ้างไหมครับ?
ตอนนี้ผมจิตตกขั้นรุนแรงหลังจากอ่าน หนังสือของ จอห์น บอยน์เรื่อง "เด็กชายในชุดนอนลายทาง" (The Boy in Striped Pyjamas) ฉบับแปลภาษาไทยของอมรินทร์
ได้ยินชื่อชุดนอนลายทาง ผมรู้ทันทีว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 แน่นอน เพราะชุดนอนลายทางเป็นเครื่องแบบนักโทษในค่ายกักกันชาวยิวของนาซี
ตัวหน้าปกจั่วหัวไว้ว่าเป็น วรรณกรรมเยาวชน ซึ่งผมก็เชื่อเสียด้วยว่าเป็นแบบนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้คงเป็นเรื่องของ "บรูโน่" เด็กชายชาวเยอรมันที่ต้องย้ายบ้านมาที่ "เอาท์วิธ" ที่ทำงานใหม่ของคุณพ่อ บรูโน่ได้เจอเด็กชายใส่ชุดนอนลายทาง แล้วทั้งคู่ก็ก่อเกิดมิตรภาพ มีฉากหลังเป็นสงครามและค่ายกักกัน เด็กทั้งสองคนไม่รู้เรื่องโหดร้ายใดๆ เลยเพราะความไร้เดียงสา
ตามฟอร์มของหนังสือเด็ก ผมเรื่องทุกอย่างจะจบลงอย่างมีความสุข แต่เปล่าเลย บอยน์เชือดคนอ่านอย่างนิ่มๆ ด้วยตอนจบสุดแสนสะเทือนใจ เขาเขียนเรื่องทั้งหมดด้วยมุมมองของเด็กเก้าขวบ ไม่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดออกมาตรงๆ ทุกอย่างสุดแล้วแต่ความรู้และจินตนาการของผู้อ่านเองที่จะเดินทางไปสู่เรื่องราวแสนโหดร้าย และตรงนี้ล่ะ ที่ผมว่าทำให้หนังสือเล่มนี้(โคตร)เศร้า เพราะเด็กทั้งสอง ไม่มีวันรู้เลย ว่าตัวเองจะต้องเจออะไร
อ่านจบ ผมเลยเกิดอาการจิตตก นั่งมึนๆ ถอนหายใจกับตัวเองอยู่สักพัก คิดทบทวนว่า นี้มันเป็นหนังสือเด็กจริงหรือ? หรือเป็นหนังสือที่ทั้งผู้ใหญ่และเด็กอ่านได้ อ่านแล้วหยิบอะไรออกมาจากหนังสือต่างกัน เด็กได้อีกอย่าง ผู้ใหญ่ได้อีกอย่าง
แนะนำให้ซื้อหนังสือเล่มนี้ ให้ลูก ให้หลานอ่านครับ ไม่ว่ามันจะสะเทือนใจแค่ไหนก็ตาม
เพราะบางที ความเศร้าโศก ก็เป็นภูมิคุ้มกันที่ดีนะครับ
- อ่านไปอ่านมา ขอโทษ "คนเยอรมันหมายเลข 1" (code name) ของผมด้วยนะครับ อ่านที่เขาบรรยายหมวดคอทเลอร์ทีไร ก็อดคิดถึงหน้าคุณขึ้นมาไม่ได้จริงๆ T T เหมือนมากกกกกกกก
2. In Cold Blood - Truman Capote

"อ่ะ..หื้อ...... หนังสือคณะนิติศาสตร์เลยเหรอ!"
ผมพึมพำ เมื่อเห็นตัวปั๊มที่หน้าปกหนังสือห้องสมุด ทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงมาอยู่คณะนิติศาสตร์หนอ?
วันที่ 15 พฤศจิกายน 1959 ณ เมือง โฮโลคอม เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในรัฐแคนซัส เกิดคดีที่สั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ
สมาชิกสี่คนของครอบครัวคลัทเตอร์ถูกสังหารด้วยปืนลูกซองภายในบ้านของตัวเอง คดีนี้สร้างทำให้ทั่วทั้งเมืองตกอยู่ในความหวาดกลัวและความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน เพราะครอบครัวคลัทเตอร์เป็นครอบครัวเคร่งศาสนา เป็นที่นับถือของคนทั้งเมือง แล้วใครกันทีสังหารผู้บริสุทธิ์ทั้งสี่?
คดีเริ่มวุ่นวายเมื่อตำรวจพบว่าทรัพย์สินที่หายไปจากบ้านก็มีไม่กี่อย่าง และสภาพศพของผู้ตายก็พิลึกพิลั่นสุดๆ เพราะดูเหมือนทั้งสี่คนจะโดนยิงตายในสภาพที่ "สบายที่สุด" เพราะนอนอยู่บนเตียงบ้าง มีหมอนรองศีรษะให้ หรือคนร้ายจะยังมีเมตตา เกิดสำนึกขึ้นมา แต่ทำไมต้องฆ่า?
สุดท้ายแล้ว ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยได้สองคน คือ ดิก ฮิชคอก และ แพร์รี่ สมิธ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ได้สำรวจเข้าไปในจิตใจของคนร้าย ก็ได้พบความจริงบางอย่างที่อาจไขปริศนาทั้งหมดได้
หนังสือเล่มนี้อยู่ในหมวด Non-fiction ครับเรื่องที่อยู่ในหนังสือ ทรูแมน คาโปตี้ ได้มาจากปากคำของผู้พยาน ผู้เกี่ยวข้องกับคดี หรือจากเอกสารของทางราชการ แค่คาโปตี้นำข้อมูล หรือ fact ทั้งหมดมาประติดประต่อกันเป็นหนังสือความยาว 300 กว่าหน้าได้อย่างไม่น่าเบื่อ เล่าเรื่องเป็นเรื่องเป็นราว ไม่มีความรู้สึกเหมือนอ่านสารคดีอยู่เลย
อ่านไปเกือบจบเล่ม ก็ถึงบางอ้อว่าทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงอยู่ในคณะนิติศาสตร์ เพราะมีการพิจาณาคดีอยู่นี่เอง การพิจารณาคดีในสหรัฐอเมริกาจะเป็นการพิจารณาคดีแบบ Common Law ทนายความของทั้งแต่ละฝ่ายจะต้อง ประจันหน้าโต้คารม ยกหลักฐานมาโน้มน้าวใจคณะลูกขุน (ทำให้เราเลยเห็นหนังสู้คดีในศาล Common Law มากกว่า เพราะว่ามันต่อปากต่อคำมันกว่าไงครับ) กระบวนวิธีพิจารณาของระบบนี้อาจดูเป็นการวัดฝีปากของทนายมากกว่า พิจารณาคดีกันไปตามความจริง แต่ต้องยอมรับว่า แต่ละประเทศก็มีพื้นฐานต่างกันไป เลยต้องใช้ระบบต่างกัน
คาโปตี้ เล่าเรื่องทั้งหมดไปตามเนื้อผ้า และความจริงของคดีที่เกิดขึ้น เดินทางไปตามการคลี่คลายคดีที่สนุกจนวางไม่ลง แล้วผู้อ่านแต่ละคนจะตัดสินเองว่า จะเลือก "เห็นใจ" "ฆาตกรเลือดเย็น"หรือไม่? (แต่โดนส่วนตัว ผมไม่เห็นใจแม้แต่นิดเดียว คนทุกคนมีปัญหาเป็นล้าน แต่ก็หาทางออกจากปัญหาได้เป็นล้านเหมือนกันไม่ใช่หรือ?)
สรุปคือ...... สนุกครับ แนะนำอย่างแรง!!
3. Steppenwolf - Hermann Hesse, Women in Love - D.H. Lawrence

สองเล่มนี้ ยังไม่ได้อ่านครับ เพราะเพิ่งซื้อมาจากคิโน่มาเมื่อวาน
Steppenwolf ซื้อเวอร์ชั่น "มึงเอาไปเขียนปกเองนะ" ของเพนกวิน บุ๊ก รู้สึกสิ้นหวังจริงๆ ซื้อหนังสือมา แล้วได้แค่หน้าปกเป็นกระดาษขาวเปล่าๆ ต้องไปเขียนหน้าปกเอง = =! สุดท้ายเลยเขียนชื่อญี่ปุ่นของหนังสือลงไป ชื่อ "โควยะ โนะ โอวคามิ" แต่แน่นอน.. ข้างในสอดไส้ภาษาอังกฤษนาครับ แฮ่ๆ
ช่วงนี้อ่านนักเขียนเยอรมันเยอะจัง อิ๊อั๊ง >///<
ส่วน Women in Love ไม่เคยอ่านของ D.H. Lawrence เลยครับ แต่ได้ยินกิตติศัพท์มาว่า ของเขาแรงจริงๆ เลยลองดู หึหึ

#1 By noonoon on 2008-04-16 16:07