A Wednesday in Sheffield *Deleted Scene*
posted on 23 May 2008 22:03 by bosie in Fic
ความจริง...ไม่ใช่ฉากที่ตัดออกหรอก เป็นฉากที่เขียนเพิ่มขึ้นมาเพราะเหตุผลบางประการ
ขอรับชม รับเชิญอ่านได้ครับผม
อ่านฟิคแบบแรกได้ที่นี้
http://bosie.exteen.com/20080506/a-wednesday-in-sheffield
------------------------------------------------
“ผมต้องหย่าศึกในครอบครัวบ่อย ปู่กับตาผมไม่ค่อยถูกกัน.. ก็แบบว่า อังกฤษกับฝรั่งเศสนี่นา สิ่งที่คนอังกฤษเกลียดมากกว่าราชวงศ์ห่วยๆ กับอากาศแย่ๆ ก็คงเป็นคนฝรั่งเศส” ชายหนุ่มเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า เขายิ้มให้ไมเคิล เด็กหนุ่มไม่ยิ้มตอบ เขากำลังครุ่นคิดพร้อมกับท้องร้องดังโครก เขาเอ่ยตายที่ร่างกายสั่ง
“คุณต้องเลี้ยงข้าวผม คุณกินป๊อปคอร์นผมไป”
--------------------------------------------------------------------------
มาร์เซลพาไมเคิลมาที่ผับกึ่งร้านอาหารหลังโรงงานทอผ้า ชายวัยทำงานกลุ่มหนึ่งกำลังส่งเสียงเชียร์เทปเกมฟุตบอลอย่างสนุกสนานถึงแม้จะรู้ผลแพ้ชนะอยู่แล้ว ส่วนอีกกลุ่มก็กำลังสาระวนกับการเล่นปาเป้า กลิ่นเหล้ารัมอ่อนๆ พัดมาพร้อมกับเสียงเพลงของวงอาร์คติค มังกี้ วงดนตรีท้องถิ่นของเชฟฟิลดิ์ เด็กหนุ่มมองเมนูอาหารอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาสั่ง ฟิชแอนด์ชิป ถั่วนึ่ง ตับอบหัวหอมกับมันบด ส่วนคนออกเงินสั่งแค่เหล้ายี่ห้อสเตอร่า อาร์โนลด์เพียงขวดเดียว
สาวเสริฟยกจานอาหารมาถึง ไมเคิลไม่รอช้า ระหว่างที่ไมเคิลกำลังสวาปามอาหารทั้งหมด มาร์เซลมองดูท่ากินของคนตรงข้ามอย่างขบขัน
"่ท่าทางเธอคงจะหิวมาก"
"อือ นอกจากป๊อปคอร์นก็ไม่ได้กินอะไรอีก ตู้เย็นที่บ้านก็มีแต่ชีสกับแกงแหยะๆ” ไมเคิลพึมพำเพราะมันบดเต็มปาก “คุณเป็นพวกอนุรักษ์นิยมหรือพวกแรงงาน” เขาเงยหน้าถามมาร์เซล ชายหนุ่มละสายตาจากฟุตบอลในทีวีมาสนใจตอบคำถามแทน
“ผมไม่รู้จะตอบยังไงดี ผมไม่เคยใช้การเมืองมาจำกัดความตัวเอง สิ่งที่ผมอยากทำลายอย่างแรกๆ ในโลกนี้คือการเมืองรัฐชาติเพราะมันเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่งี่เง่าที่สุดของมนุษย์”
“ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นล่ะ การเมืองก็สนุกจะตาย พ่อผมเชียร์พรรคแรงงาน ตอนแบร์ชนะสมัยแรก พ่อเปิดเพลงพรรคแรงงานเสียงดังจนเพื่อนบ้านโทรศัพท์โทรแจ้งตำรวจ ไมเคิลทำหน้าแป้นอวดเรื่องผิดกฎหมายของครอบครัว “ผมว่าคุณน่าจะเป็นพวกพรรคแรงงาน คุณเชียร์ทีมเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ใช่ไหมล่ะ? พวกบ้าบอลก็เป็นแบบนี้ทุกคน ทีมจะแพ้ จะตกชั้นไปเท่าไหนก็ยังเชียร์”
“แล้วเธอเชียร์ทีมอะไร?”
“ผมชอบคริกเกตมากกว่า”
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็ควรรู้ไว้ซะว่า ทีมสหราชอาณาจักรสู้ทีมออสเตรเลียกับอินเดียไม่ได้แล้ว แต่เธอก็ยังคงเชียร์ทีมชาติอยู่ ทุกคนมีสำนึกของชาติกำเนิดเสมอไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นเกลียดบ้านเกิดตัวเองขนาดไหนก็ตาม”
“อย่างที่คุณก็ยังเชียร์ทีมวันพุธนั่นต่อไป ส่วนผมก็ยังเชียร์คริกเกตทีมชาติต่แไป” ไมเคิลเติมประโยค “รู้หรือเปล่า? เขาบอกว่าพวกที่เชียร์พรรคแรงงานจะดูบอล พวกอนุรักษ์นิยมจะชอบคริกเกต บางทีผมก็อาจจะเป็นอนุรักษ์นิยมอยู่นิดๆก็ได้นะ”
“เขาน่ะใคร?”
“ผมคิดขึ้นมาเอง”
“ทำไมเธอถึงคิดอย่างนั้น?”
“ก็เวลาคุณเล่นบอล ถึงคุณมีแค่ลูกบอล ประตูก็จินตนาการเอาเองได้ แค่นี้คุณก็สนุกกับฟุตบอลได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าเป็นคริกเกต คุณมีแต่ไม้กับลูกไม่พอหรอก คุณต้องใส่ชุดขาวกับมีพักครึ่งดื่มน้ำชาด้วย และนั่นล่ะคือสัญลักษณ์ของความเป็นอนุรักษ์นิยม”
“ช่างเจ้าทฤษฎีนะ ผมว่าเธอคงได้เป็นนักอนุรักษ์นิยมที่ดีที่สุด นับตั้งแต่... นับตั้งแต่เมื่อไหร่นะที่อนุรักษ์นิยมเคยดีกับผม ผมจะบอกว่าแทชเชอร์... แต่เธอก็เป็นสุภาพสตรีที่ยุ่มย่ามกับเรื่องชาวบ้านมากเกินไป ผมอยากเป็นคนฝรั่งเศสมากกว่าก็ตรงเรื่องการเมืองนี่แหละ เพราะว่าถ้าเป็นการเมืองฝรั่งเศส ผมตอบได้อย่างเต็มปากเต็มว่าผมเป็นพวกพรรคโซเชี่ยลลิสต์"
“แทชเชอร์! คุณอย่าพูดอะไรที่คนรุ่นผมไม่เข้าใจสิ! แต่จะว่าไป ยังไงคุณก็ดูเป็นฝรั่งเศสมากกว่าอยู่แล้วหนิ”
“ผมควรจะถือว่านั้นเป็นคำชมหรือตำหนิดีล่ะไมเคิล? แต่ผมก็ยังรักอังกฤษและการเป็นคนอังกฤษอยู่ เพราะอังกฤษมีเหล้าอร่อยๆ แบบนี้ไง" ชายหนุ่มยกขวดเหล้าอังกฤษขึ้นชูยกย่อง ไมเคิลได้แต่มองกลืนน้ำลาย คิดฝันไปว่าสเตอร่า อาร์โนลด์ของหนุ่มลูกครึ่งจะมีรสชาติเป็นเช่นไร เขาหยิบมันทอดชิ้นสุดท้ายแก้อาการ
“คุณมีบุหรี่สักตัวไหม?” ไมเคิลมองไปรอบร้านอย่างลุกลี้ลุกลน ไม่มีป้ายห้ามสูบบุหรี่ในร้าน ก็ตีความได้ว่าเขาสูบบุหรี่ได้
“เธอน่าจะเห็นใจเจ้าของร้านหน่อย เขาให้เธอแต่งเครื่องแบบนักเรียนเข้าผับก็นับว่าปรานีแล้ว ถ้าเธอยังสูบบุหรี่อีกเขาคงเดือดร้อน”
“ความเห็นใจจะมีค่าต่อเมื่อมีคนอยากรับ ถ้าเจ้าของร้านอยากรับความเห็นใจเขาคงไม่ยอมให้ผมเข้าร้านแต่แรก”
“ผมไม่สูบบุหรี่”
“จริงเหรอ!”
“จริงสิ” ชายหนุ่มพยักหน้ายืนยันกับไมเคิลผู้ซึ่งทำท่าไม่เชื่อว่าเขาไม่สูบบุหรี่ “นิโคตินไม่เคยทำให้ผมมีความสุขได้เลย แล้วความจริงเธอก็ไม่สูบบุหรี่เหมือนกันใช่ไหมล่ะไมเคิล? เธอแค่อยากใช้โอกาสนี้ลองสูบบุหรี่ เธอไม่ได้ตัวผอมเพราะสูบบุหรี่จัด แต่เธอตัวผอมเพราะว่าเธอเป็นเด็กชายที่ยังไม่โต สีผิวของเธอซีดขาวไม่ใช่เพราะเธอสุขภาพไม่ดีแต่เพราะเธอไม่ค่อยออกกลางแจ้ง ชุดนักเรียนของเธอก็ไม่มีกลิ่นบุหรี่ เธอไม่ได้สูบบุหรี่หรอกไมเคิล” มาร์เซลบรรยายลักษณะของเด็กหนุ่มมาสรุปรวมเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งมันก็เป็นการคาดเดาที่ถูกต้อง ไมเคิลไม่สูบบุหรี่ เขาแค่อยากลองดูว่ามันเป็นอย่างไรเท่านั้นเอง เด็กหนุ่มเลียนิ้วติดน้ำมัน เขาเจ็บใจที่มาร์เซลรู้ทันแต่ก็ทึ่งในตัวชายหนุ่ม
“คุณทำให้ผมประหลาดใจได้อยู่เรื่อยเลย คุณจะบอกว่าความจริงแล้วคุณเป็นมนุษย์ต่างดาวอีกใช่ไหม?”
มาร์เซลไม่ตอบทันที เขาเอานิ้วปาดหยาดน้ำจากขวดเหล้า ไปเช็ดที่รอบปากของไมเคิล
"เธอประหลาดใจหรือเปล่าที่ตัวเองกินจนน้ำเกรวี่เลอะปาก" เขากระซิบปลายนิ้วสัมผัสกับริมฝีปากคนตรงกันข้าม “เธอจะมาดูหนังอีกหรือเปล่า?
“ผมไม่อยากโดดเรียนอีก ผมโดนทันฑ์บนมาสองรอบแล้ว ถ้าผมโดนอีก..ผมโดนไล่ออกแน่..”
“ไม่ชอบไปโรงเรียนสินะ”
“โรงเรียนคือโรงงาน.. ผมคือตุ๊กตาบนสายพานให้พวกครูใช้กาวติดหูติดตาติดแขนขา”
“เธออยู่เกรดอะไร?”
“เกรดสิบ”
“เกรดสิบเองเหรอ?”มาร์เซลนั่งกอดอก เขามองไมเคิลด้วยสายตาครุ่นคิด
“มีอะไร?”
“กำลังคิดอยู่ว่า...ถ้าเธอไม่กลับบ้านคืนนี้ พ่อแม่เธอคงแจ้งตำรวจตามหาตัวให้ว่อน”
“แล้วถ้าคุณโดนจับได้ คุณก็จะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ และอย่างอื่น...”
------------------------------------------------
หา?? อะไรนะ?? ไม่ใช่อะไรที่คาดหวังไว้เหรอ?? อ่าว ไม่รู้อ่า
ความจริงฟิคนี้อยากใส่บทสนทนาไปเยอะๆ อยู่แล้ว เลยดำเนินเรื่องด้วยบทสนทนามากกว่า หวังว่าคงชอบนะครับ > <


"เธอประหลาดใจหรือเปล่าที่ตัวเองกินจนน้ำเกรวี่เลอะปาก"
ไม่ประหลาดใจหรอก ผมตั้งอกตั้งใจ
เอามาแยกกันเป็น deleted scene อย่างนี้แล้วสวยดีค่ะไม่ต้องรวมกันหรอกเนอะๆ ชอบที่เก็นพี่โซเล่นกับฟิคตัวเองเยอะๆ เป็นวิญญาณนักเขียนดีนะ อ่านสนุกดีจ้า
#1 By เห็ด rosy on 2008-05-25 15:37