Republican Nostalgia

ตอนที่ 1 ถ้าประเทศของเรามีราชวงศ์ล่ะก็...

       “อย่างที่ทุกคนรู้ดีอยู่ ประเทศของเราเคยเป็นราชอาณาจักรมาก่อน”

       คุณครูผมบางเปิดหน้าหนังสือวิชาประวัติศาสตร์ เขาขยับแว่นหนึ่งที พยายามให้ตัวเองดูฉลาดแบบไอน์สไตน์ ลูกศิษย์ทั้งห้องเงียบกริบ ไม่ใช่เพราะทุกคนสนใจหรือตื่นกับบทเรียน แต่ทุกคนกำลังกำลังเบื่อ บางก็สัปหงกใกล้หลับเต็มแก่ บางคนก็ท้องร้องนั่งมองนาฬิกาให้เดินถึงเวลาพัก
       “ฮ้าว..” นักเรียนหญิงผมรวบหางม้าย้อมสีชมพูหาววอดใหญ่แต่เสียงเบาขึ้นหลังห้อง เธอแคะขี้ตา ตั้งหนังสือไว้กับโต๊ะเป็นฉากกั้นไม่ให้ครูเห็นเธอหลับ คาบเรียนประวัติศาสตร์ช่างน่าเบื่อเหลือเกิ้น เธอคิด เรียนเรื่องนี้อีกแล้ว อาจารย์สอนเรื่องนี้มาตั้งแต่ เธออยู่อนุบาลได้แล้วมั้ง ตอนนี้เธออยู่ ม.4 ก็ยังได้เรียนซ้ำอีก ไม่รู้ทำไมพวกครูไม่สอนเรื่องอะไรอย่างอื่นบ้างนอกจากเรื่องนี้น้า...
      “วันนี้เราจะเรียนเรื่อง การปฏิวัติแห่งสาธารณรัฐ พวกเธอคงรู้ความหมายของคำนี้ดี การปฏิวัติแห่งสาธารณรัฐเป็นเหตุการณ์ที่ประเทศของเราได้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากมีกษัตริย์ มีราชวงศ์ มาเป็นสาธารณรัฐมีประธานาธิบดีเป็นประมุข หนังสือประวัติศาสตร์หลายๆ เล่มก็บันทึกเหตุการณ์ต่างกันไป แต่มีอยู่จุดนึงที่ทุกคนเห็นพ้องกันว่าเป็นจุดเริ่มของการปฏิวัติแห่งสาธารณรัฐ” คุณครูเงยหน้าจากหนังสือเช็คดูนักเรียนในห้อง แม้จะเป็นเพียงสายตาล่องลอยว่างเปล่า เขาก็พอใจ จนกระทั่งมีอะไรแปลกๆ ดุกดิ๊กอยู่หลังห้อง
       “คุณแดนตั้น โจเซฟีน แดนตั้น ตอบมาซิ” ครูเรียกนักเรียนหญิงหัวชมพูที่ตอนนี้กำลังพล่อยหลับได้ที่
       “โจเซฟ!” เพื่อนที่นั่งข้างพยายามปลุกโจเซฟ แต่ไร้ผล โจเซฟีน แดนตั้นเอาหน้าฟุบโต๊ะ น้ำลายไหลยืด   
       “โจเซฟีน! อาจารย์เรียกตอบ! ตื่นเซ่!” เรียกแบบนี้มีหวังยัยขี้เซานี้คงไม่ตื่นหรอก งั้นก็เหลือมาตรการณ์สุดท้าย... เอาดินสอจิ้มหลังคอมันซะ!
      “โอ๊ยยยยยยย” เป้าหมายร้องลั่น พร้อมๆ กับเสียงหัวเราะของคนทั้งห้อง มีแต่คุณครูคนเดียวที่ตอนนี้คิ้วขมวดเป็นเชือกผูกรองเท้า
      “อาจารย์ถามว่าไงนะ?” โจเซฟเพิ่งจะหยิบหนังสือเรียนขึ้นมา ตาของเธอยังงัวเงีย
      “จุดเริ่มของการปฏิวัติแห่งสาธารณรัฐ!”
      “จุดเริ่ม?”
      “เออ จุดเริ่ม!”
      “อ่อ เริ่มที่ เออร์เนสโต้ ฟีเดล วิสเคาท์แห่งเมืองบายอห์น รององคมนตรีฝ่ายกฎหมายในตอนนั้น ลอบปลงพระชนม์พระเจ้าเมลเลอร์ที่สี่ค่ะ” โจเซฟลุกขึ้นยืนตอบครู น้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะเพิ่งตื่นขึ้นมาฟังครูสอนเมื่อกี๊นี้เอง
      “อืม.. ดะ..ดี..ดีมาก” คุณครูผิดหวังเล็กน้อยที่นักเรียนตัวแสบตอบได้ เพราะเขากำลังจะเรื่องให้เธอไปยืนถือถังน้ำหน้าชั้นเรียนอยู่แล้วเชียว
      โจเซฟปล่อยตัวลงเก้าอี้อย่างโล่งอก เตรียมนั่งหลับอีกรอบ วิชาประวัติศาสตร์น่ะได้คะแนนแค่เกรดพอใช้ก็พอแล้ว แต่ทันใดนั้นเองก็มีบางอย่างมาขวางการนอนกลางวันของเธอ
      “อาจารย์ครับ...” นักเรียนชายตรงเก้าอี้ข้างหน้าต่างยกมือเรียก
      “มีอะไร? คุณฟีเดล?” คุณครูยิ้มเล็กน้อยก่อนมองไปที่เด็กหนุ่มตัวผอมริมหน้าต่าง แดดจากข้างนอกสะท้อนลงน้ำ
      “เออร์เนสโต้ ฟีเดล วิสเคาท์แห่งเมืองบายอห์น ผู้ลอบปลงพระชมน์พระเจ้าเมลเลอร์ คุณปู่ของผม ในตอนนั้นถึงจะมีอายุเพียง 23 ปี แต่ท่านก็เชี่ยวชาญเรื่องกฏหมายมาก เลยได้ดำรงตำแหน่งเป็น เสนาบดีฝ่ายกฎหมาย เพราะฉะนั้น ที่คุณแดนตั้นบอกว่าเป็นแค่รอง จึงผิดนะครับ”
      โจเซฟ หาวกลบเกลื่อนอาการเสียหน้า แต่คุณครูยิ่งทำหน้าปลาบปลื้มเข้าไปใหญ่ราวกับตัวเองได้ฟังเลคเชอร์ของนักวิชาการอัจฉริยะยังไงอย่างนั้น
       “ขอบใจมากคุณฟีเดล อย่างนี้สิที่เขาเรียกว่า แหล่งข้อมูล ของจริง”
       คุณครูปิดท้าย แล้วบอกให้นักเรียนทุกคนกลับไปอ่านบทหนังสือบทต่อไปเป็นการบ้าน

       -------------------------------------------------------

      โจเซฟีน แดนตั้น หรือที่เพื่อนๆ เรียกว่า โจเซฟ กำลังเดินฟาดหัวฟาดหาง
      พฤติกรรมของกาฟรีโล ฟีเดล เพื่อนร่วมชั้นของเธอ ทำให้เธออารมณ์เสียอย่างรุนแรง!
      แซลลี่ เพื่อนที่ช่วยปลุกเธอขึ้นมาตอบคำถาม เดินตามแล้วตบไหล่โจเซฟไปด้วย แต่ก็ไม่ได้ช่วยดับอารมณ์โกรธของเพื่อนสนิทได้มากนัก
      “เชอะ ฉีกหน้าฉันในห้องเรียน รองหรือไม่รองแล้วทำไม แค่จะอวดล่ะสิ ว่าเป็นคุณปู่ของผม!!”
      “แต่กาฟรีโลเขาเท่ออกน้าโจเซฟ เขาฮอตจะตาย รูปหล่อ บ้านรวย มีผู้หญิงทั้งประเทศรอเป็นสะใภ้ตระกูลฟีเดลอยู่นะยะ”
       “มันไม่เกี่ยวกันสักหน่อยยัยแซลลี่เอ๊ย เท่แต่มารยาทติดลบแบบนี้ใครเขาจะเอา ฉันก็ไม่เห็นไอ้หมอนั้นมันจะดูดีตรงไหนเลย ดูพี่แกแต่งตัวสิ! เข้าออกงานไหนก็สีดำตลอด! แถมชอบใส่หมวกโบราณๆ อีก หยั่งจะไปม๊อบที่ไหนอยู่ตลอดเวลาอย่างนั้นแหละ!” กาฟรีโล ฟีเดล ลูกชายประธานาธิบดีคนปัจจุบัน และหลานชายของ เออร์เนสโต้ ฟีเดลบิดาแห่งการปฏิวัติ คือหนุ่มที่ฮอตที่สุดของประเทศในขณะนี้ นิตยสารกอสซิบ หนังสือพิมพ์แทบลอยด์เอาเขาขึ้นหน้าปกบ่อยๆ และทุกครั้ง เขาก็จะปรากฏตัวด้วยเครื่องแต่งกายและหมวกสีดำ
      “ฉันว่าแกน่าจะดูสีผมตัวเองก่อนนะ..” แชลลี่พึมพำใส่เพื่อนหัวชมพู
       “ลูกชายประธานาธิบดีแล้วไง ฉันไม่เห็นจะชอบเลย วันๆ พูดแต่เรื่อง คุณปู่ของผมเป็นผู้นำการปฏิวัติ คุณปู่ของผมเป็นวีรบุรษ คุณปู่ของผมๆๆ ถ้าไม่มีคุณปู่ที่รัก เราก็คงมีเจ้าชายงามๆ ทรงพระสิริโฉมให้ชื่นชมพระบารมี กันแล้วแท้ๆ”
       “แล้วองค์หญิงโจเซฟีน ก็ตรัสเรื่องอดีตอันสวยงามของราชวงศ์อีก... งดงามมากค่า..” แซลลี่บ่นประชดเบาๆ ถ้ายัยโจเซฟพูดเรื่องการเมืองประเทศนี้ทีไร ก็ไม่วายบ่นเรื่องเทพนิยายเจ้าหญิงเจ้าชายให้จนได้
      “ขอทางหน่อยครับ! ขอทางหน่อย! ขอโทษนะครับ!” ชายร่างสูงสามสี่คนเดินผ่าเข้ามาในกลุ่ม นักเรียน โจเซฟกับแซลลี่ต้องเขยิบหลบให้แม้ไม่เต็มใจ นี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเลิกเรียนทุกวัน กาฟรีโล ฟีเดล เดินตามหลังกลุ่มชายร่างสูง มือนึงเสื้อโค๊ทสีดำกับหมวก มือนึงถือกระเป๋านักเรียน เขาก้าวเดินยาวๆ ท่วงท่าเชิดหยิ่งเป็นธรรมชาติ กลุ่มชายร่างสูงซึ่งบอร์ดี้การ์ดส่วนตัวทำวันยาหัตถ์ลา แต่ก่อนเขาจะก้าวขึ้นรถหน้าตึกเรียน เขาหันมามองโจเซฟแว่บหนึ่ง หน้าตาของเขาดูไม่พอใจ
      “ฉันว่า เขาได้ยินที่แกพูดล่ะโจเซฟ” ซัลลี่เขย่าตัวโจเซฟ ตอนนี้เพื่อนตัวดีของเธอกำลังงึนงันทำอะไรไม่ถูก
      “ไปหาเรื่องลูกชายประธานาธิบดีเข้าจนได้..... แกหาเรื่องใส่ตัวแล้วล่ะ”

      -------------------------------------------------------

      ประตูทำเนียบประธานาธิบดีเปิดรับรถยนต์เยอรมันคันใหญ่ รถแล่นไปจอดอยู่ที่หน้าบ้านพักประธาธิบดีซึ่งเป็นคฤหาสมาก่อน กาฟรีโลก้าวลงมาจากรถ ส่งหมวกกับเสื้อโค้ทให้แม่บ้านที่ยืนรอต้อนรับอยู่
      “สวัสดีค่ะ คุณกาฟรีโล” แม่บ้านวัยกลางคนทักทาย แต่กาฟรีโลแค่พยักหน้า เขาดึงเนคไทออกจากคอ เหนื่อยเกินกว่าจะมายืนคุยกับแม่บ้านอย่างเคย เขาเข้าไปในคฤหาสที่เขาพอใจจะเรียกว่าเป็นแค่บ้านของเขาเท่านั้น
      ห้องรับแขกของบ้านพักประธานาธิบดีโอ่โถงและหรูหราสมศักดิ์ศรีของผู้นำประเทศ รูปวาดของเออร์เนสโต้ ฟีเดล ตั้งตระหง่านอยู่กลางทางขึ้นบันได เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นคือของมีค่าที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยราชอาณาจักร แม้ว่ารูปปั้นหรือภาพวาดของเจ้าของเก่าส่วนมากจะถูกบริจาคให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไปเกือบหมดแล้ว แต่งานศิลปะล้ำค่าอย่างรูปภาพของโมเน่ต์ รูปปั้นฝีมือโรแดง ก็ยังอยู่เป็นสมบัติส่วนตัวขอตระกูลฟีเดลอยู่
     “ไง กาฟิล” คนที่เรียกกาฟรีโลอย่างฮ้วนๆ มีอยู่แค่คนเดียว ชายหนุ่มผมทอง ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว ข้างๆ ของเขาคือ จอร์จ ฟีเดล ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ พ่อของกาฟรีโล กำลังดื่มน้ำชาจากถ้วยดินเผาอยู่
     “กลับมาแล้วเหรอครับพี่ภีมะ? สวีเดนเป็นยังไงบ้าง?”
     “เหนื่อยใช้ได้เลยล่ะ แข่งคราวนี้ยากหน่อย แต่ก็ไม่เกินความสามารถของทีมชาติเรา” ภีมะพูดถึงการแข่งขันยิงปืนชิงแชมป์โลกที่สวีเดนซึ่งเขากับเพื่อนร่วมทีมได้เหรียญทองมา
     “คุณพ่อคงคุยธุระกับพี่ภีมะอยู่ใช่ไหมครับ ถ้างั้นผมจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องก่อนนะครับ”
     “เดี๋ยวสิ ไม่เป็นไรหรอก นั่งก่อนเถอะ นี่ชาทไวน์นิ่งคัดพิเศษที่นายกอังกฤษส่งมาให้เชียวนะ อีกอย่าง เราก็ไม่ได้นั่งคุยอย่างนี้กันมานานแล้ว มานั่งก่อนเถอะ” ภีมะรินน้ำชาใส่ถ้วยเปล่า ส่งให้กาฟรีโล ไม่ลืมเติมน้ำผึ้งให้อย่างน้องชายชอบด้วย กาฟรีโลยอมตามโดยดี”
     “น้ำชารสยอด” กาฟรีโลจิบน้ำชา เขาคว้าขนมปังสโคนเข้าปากต่อ
     “ภีมะกับพ่อมีเรื่องอยากจะคุยกับลูกหน่อย” ท่านประธานาธิบดีวางถ้วยน้ำชา เขาขยี้ศีรษะที่ไม่ค่อยจะมีผม ริ้วรอยบนหน้าผากเด่นชัด “ลูกรู้จักเด็กผู้หญิงคนนี้หรือเปล่า?”  ประธานาธิบดีส่งรูปของเด็กผู้หญิงคนนึง เธอใส่เครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนเดียวกับกาฟรีโล หน้าตาเฉยเมย บูดบึ้ง เป็นธรรมดาของรูปถ่ายติดบัตร กาฟรีโลจ้องแล้วจ้องอีก แต่ก็ยังนึกไม่ออก จนเมื่อเขาเปลี่ยนผมสั้นสีดำเป็นผมสีชมพูแสบๆ นั้นแหละ เด็กผู้หญิงในรูปก็กลายเป็นโจเซฟีน แดนตั้น ยายตัวร้ายที่กวนประสากเขาเมื่อเย็น
      “โจเซฟีน แดนตั้น แต่เพื่อนๆ เรียกว่า โจเซฟ เหมือนชื่อผู้ชาย อยู่ห้องเดียวกับผม” เขาตอบ วางรูปทิ้งลงโต๊ะ”
      “เธอเป็นคนยังไง?”
      “พูดยาก ผมก็ไม่ค่อยได้สนิทกับเขาเท่าไหร่ แต่เขาชอบทำสีผมแปลกมาเรียน อาจารย์ว่าหลายรอบจนเดี๋ยวนี้” แม้จะสงสัยที่พ่อถาม แต่กาฟรีโลก็ตอบไปตามที่เขารู้
      “เป็นเด็กผู้หญิงห้าวๆ ที่ไม่เรียบร้อยเหรอ?” ภีมะถามบ้าง
      “ยิ่งกว่านั้นอีกครับ พอถึงวิชาพละก็ลงไปเตะบอลกับผู้ชาย แทนที่จะเล่นปิงปองหรือว่ายน้ำ
ยัยนั้นชอบหลับในห้องเรียนเป็นประจำ วิชาที่เก่งก็เป็นวิชาที่ใช้ประโยชน์ตอนเข้ามหาวิทยาลัยเท่าไหร่อย่างพวกพละหรือคหกรรมอะไรแบบนี้”
      “แล้วนิสัยล่ะ?”
      “ผมก็เห็นเขาเข้ากับเพื่อนได้ดี” กาฟรีโลยังเล่าไม่หมด เขาไม่ได้เล่าว่าโจเซฟน่ะเป็นพวกเพ้อฝันและใช้ชีวิตอยู่ในเทพนิยายแค่ไหน  สรุปได้ว่า เธอเป็นพวกที่มีทัศนคติน่ารำคาญต่อปกครองระบอบสาธารณรัฐ และยิ่งเขาคิดเรื่องเมื่อเย็นเขาก็ยิ่งรำคาญ “ว่าแต่ คุณพ่อมีอะไรเหรอครับถึงถาม?”
      “เธอเป็นเชื้อสายน่ะ เป็นตัวเลือก” ภีมะตอบให้แทน
      “เชื้อสาย? ตัวเลือก? เรื่องอะไรเหรอครับ?”
      “ถึงเวลาที่ต้องใช้แผนการแล้วล่ะ.......” จอร์จ ฟีเดล พึมพำขึ้นมา ภีมะจิบน้ำชาอย่างสงบเสงี่ยม ต่างจากกาฟรีโลที่วางถ้วยน้ำชาลงโต๊ะดังปึง
      “ไม่นะครับ! ผมก็บอกคุณพ่อไปแล้วไงว่าผมไม่เห็นด้วยกับแผนการนี้!” เขาร้องลั่น แต่ประธานาธิบดีและพี่ชายกลับไม่แสดงท่าทางใดๆ เลย
      “เรื่องของผู้ใหญ่เขา เด็กไม่เกี่ยว”
      “ถึงผมจะเป็นแค่เด็ก แต่ผมช่วยคุณพ่อเรื่องกฎหมายมาหลายเรื่องนะครับ! ถ้าเราเอาแผนการนั้นมาใช้ คุณพ่อก็รู้ว่ามันเสี่ยงแค่ไหน เราอาจจะ... เราอาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีก! พี่ภีมะ ช่วยพูดอะไรทีสิ! ”
      “ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่การตัดสินใจของประธานาธิบดี แต่เป็นการตัดสินใจของสมาชิกพรรค แล้วยังต้องอภิปรายเรื่องนี้ในสภาอีกหลายรอบ อีกอย่างก็ไม่แน่ใจว่า ถ้าหากมีคนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูลตีความว่าแผนนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญหรือเปล่า ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น กาฟีลไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกน่า” ภีมะนั่งไขว้ห่าง ท่าทางสบายอดสายใจ เขากัดคุกกี้รสใบเตยของโปรดของตัวเอง
       “พี่! คุณพ่อ!”
       “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ลูกก็ต้องจับตาดู โจเซฟีน แดนตั้น ให้ดี เธอเป็นคนสำคัญของสาธารณรัฐ” ประธานาธิบดียื่นคำขาด กาฟลียืนขึ้นกำมือแน่น มองพ่อตัวเองอย่างเดือดดาล
        “พี่ภีมะ.... ผมจะไปรอที่ห้องล่ะครับ!”
        แล้วกาฟรีโลก็กระแทกเท้าเดินขึ้นบันไดไป

 -------------------------------------------------------

 รีพับลิกัน นอสทัลเจีย ตอนต่อไป

กาฟรีโลต้องติดตามดูโจเซฟตามคำสั่งของพ่อซึ่งเป็นประธานาธิบดี  แล้ว “ตัวเลือก” และ “แผนการ” คืออะไร?

“ไร้สาระน่า พวกเจ้าน่ะน่ารังเกียจจะตายไป วันๆ อยู่เป็นปรสิตดูดเงินภาษีประชาชน”
“อย่ามาดูถูก ความฝันของฉันนะ!”
“ยัยบ้า! น่ารำคาญที่สุด!”
“เดี๋ยวต้องไปดูละครกับคู่หมั้นน่ะครับ”

Comment

Comment:

Tweet

big smile open-mounthed smile confused smile

#7 By โหลดเพลงฟรี (125.25.32.242) on 2010-02-18 14:47

มีภีมะก็ต้องมีหนุมานconfused smile open-mounthed smile big smile sad smile

#6 By สาวิตรี (125.26.28.201) on 2009-04-27 09:16

โจเซฟเนี่ย ดูบอยๆนะ big smile อย่างเช่นตอนที่เสียหน้าเนี่ยดูหงุดหงิดแบบห้าวจริงๆ หรือเรื่องที่ฝันๆเรื่องเจ้าชายเจ้าหญิงจะอยากเป็นเจ้าชายเสียเอง? ประมาณว่า ถ้าฉันเป็นอย่างงั้นคงสุขนิยมน่าดู ได้ขี่ม้ายูนิคอร์นอะไรประมาณนั้น ฮ่าๆ นุ่นแค่คิดมั่วๆเล่นๆนะ

ลื่นไหลดีโซ อ่านหนุกๆ ไอ้เจ้าพระเอกแต่งตัวคงเท่เด่นน่าดู

#5 By นุ่น (58.8.111.213) on 2008-12-14 13:37

ว้าววว ฟิคเรื่องใหม่ของพี่โซ

ชอบพล็อตเรื่องมากๆ เลยค่ะ สนุกดี ดูนิยายมากๆ
อีกอย่างคงเพราะ ตัวเอกอยู่ในวัยๆใกล้เร เลยยิ่งอิน ฮ่าๆๆ
แหวกแนว BKK เลยทีเดียว เรื่องนี้ดูใส เด็กๆ และการ์ตูน แต่พี่โซยังคงกลิ่นอายความเป็นพี่โซ จิงๆค่ะ

โจเซฟีนเท่ห์ งี้ดดด ผมสีชมพู ออกรั่วๆ พอน่ารัก
เปรี้ยว เก๋ ค่ะ

ฟีเดล โฮะๆๆๆ เพอร์เฟ็คแมนมาเอง :)

#4 By Unknown on 2008-08-22 20:49

แอบสะดุดตรงฟีเดล

เรื่องนี้เบาๆสบายๆดีนะ(?)

ว่าแต่ภีมะเป็นภาษาอะไรเหรอ แล้วมันหมายถึงอะไรอ่ะ embarrassed

รออ่านตอนต่อไป อิอิ

ปล. แล้วบีเคเคล่ะคะ?

#3 By ป้าแดง underground on 2008-06-23 13:40

กร๊ากกก ตั้งใจให้ตลกให้มั้ยคะ ยินดีด้วยค่ะคุณโซ คุณทำสำเร็จแล้ว

แต่เจ็บเล็กๆ เฮะ sad smile วันหลังต้องเอายาทาแผลมาเตรียมไว้ก่อนอ่านสินะ...

#2 By Aijou~ on 2008-06-23 09:12

ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ กร๊ากconfused smile