Republican Nostalgia

ตอนที่ 2 แมวขโมยปลา

      โจเซฟป้ายน้ำยาย้อมผมสีเขียวก้อนสุดท้ายลงบนเส้นผม เธอใช้หวีพลาสติกเกลี่ยสีเขียวทับสีชมพูเดิมจนสนิท เมื่อเย็นตอนนั่งกินแฮมเบอร์เกอร์กันอยู่ แซลลี่เพื่อนรักท้าให้เธอเปลี่ยนสีผมเป็นสีเขียวสะท้อนแสงไปทรมานใจอาจารย์ ตกเย็นเธอก็เลี้ยวเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อยาย้อมผม แต่สีที่มีก็ยังไม่เขียวแป๊ดถูกใจเธอ
       โต๊ะเครื่องแป้งของโจเซฟเต็มไปด้วยตุ๊กตาเซรามิครูปเจ้าหญิงเจ้าชาย บ้านตุ๊กตารูปปราสาท ที่มุมห้องนึงเป็นโต๊ะเขียนหนังสือของเธอ งานอดิเรกของโจเซฟีนคือการเขียนหนังสือภาพ และตัวละครหลักของเรื่องเกือบทุกเรื่องของเธอคือเจ้าชายและเจ้าหญิงรูปงาม
       โจเซฟได้นิสัยศิลปินมาจากพ่อและแม่ของเธอ พ่อของเธอเป็นนักแสดงละครใบ้ตระเวณอยู่ตามจตุรัสและสวนสาธารณะ ส่วนแม่ก็เป็นช่างตัดชุดแฟนซีมาก่อนแต่ตอนนี้ผันตัวเองมาตัดชุดให้พ่อ
       “องค์หญิงโจเซฟีน กินข้าวได้แล้วจ้า” คุณนายแดนตั้นตะโกนขึ้นมาจากชั้นบน เธอเรียกว่าโจเซฟองค์หญิงเสมอ
       “มาร์ซี่! กินข้าวได้แล้ว!” แม่เรียกน้องชายของโจโซฟที่เล่นเกมอยู่ในห้องนอนพ่อกับแม่
       “เลิกเรียกผมเหมือนชื่อผู้หญิงอย่างนั้นสักทีสิแม่! บอกว่าให้เรียกว่าแม็กซ์ไงเล่า!” น้องชายอายุ 13 ของโจเซฟมีชื่อหลายชื่อ มาซี่คือชื่อที่บ้าน แมกซ์คือชื่อที่โรงเรียน ส่วนแมกซิมิเลี่ยนคือชื่อเต็มในทะเบียนบ้าน   
       “ทำไมอ่ะ ทีโจเซฟีนแม่ยังเรียกว่าโจเซฟได้เลย”
       “ก็ชื่อพี่มันเข้ากว่านี่!”
       โจเซฟเก็บหวีใส่กระบอกรูปม้าอัศวินลงมาชั้นล่าง ตอนนี้พ่อยังไม่กลับบ้านเหมือนเมื่อวาน ช่วงนี้พ่อกลับบ้านดึกเกือบทุกวัน นับตั้งแต่เกิดเรื่อง   
       “วันนี้มีอะไรกินแม่?” โจเซฟถาม ทำจมูกฟุดฟิด กริยาที่น้องชายของเธอเห็นว่าน่ารังเกียจ
       “เนื้อแฮมเบอร์เกอร์จ้า” แม่ส่งจานข้าวกับเนื้อแฮมเบอร์เกอร์รูปหัวใจ กับชามสลัดหลากสีให้
       “น่าร้าก!” โจเซฟอุทาน คุณนายแดนตั้นยิ้มกริ่ม
       “เงียบๆ หน่อย ดูข่าวอยู่” มาซี่จุ๊ปาก
        การปฏิวัติเป็นความผิดพลาด พวกตระกูลฟีเดลพรากราชวงศ์ไปจากพวกเรา เมื่อแปดสิบปีที่แล้วสมัยที่พระเจ้ามหาราชยังอยู่ ประเทศของเราเ คยสงบสุข ผู้คนสามัคคีกัน ไม่แก่งแย่งชิงดีเพราะเราต่างจงรักภักดีต่อองค์ราชาของพวกเรา แต่ตระกูลฟีเดิลทำให้บ้านเมืองแตกแยกเป็นเสี่ยง ข้าวยากหมากแพง ไม่เคยรับฟังประชาชน! เพราะฉะนั้น พี่น้องพี่น้อง! เราจึงต้องนำความสง่างามและความภาคภูมิใจของเรากลับคืนมา!
        ในทีวี ชายชราคนนึงพูดปลุกระดม ผู้คนนับพันเฮลั่นเมื่อเขากล่าวปราศัยจบ กล่าวสรรเสริญและส่งเสียงตะโกนไล่ประธานาธิบดีจอร์จ ฟีเดล
         ทรงพระเจริญ! ฟีเดลออกไป!
         “แก่จะเข้าโลงอยู่แล้ว ยังมาพูดเรื่องสมัยมีราชวงศ์อยู่ได้” มาร์ซี่ทำแก้มตุ่ย
         “หยาบคายนะเรา พูดจาดีๆ หน่อยสิ” คุณนายแดนตั้นเตือนลูกชาย แต่เด็กชายก็ไม่เงียบปาก
         "ก็ม๊อบพวกนี้มันน่าเบื่อนี่นา ผมไปโรงเรียนสายเพราะพวกมันนี่แหละ”
         “ไปโรงเรียนสายนิดเดียว กับชาติล่มจมจะเอาอย่างไหน!”  
         “เคเบิลมีช่องให้ดูตั้งเยอะแยะ มานั่งดูแต่ข่าวการเมืองอยู่ได้ น่าเบื่อ!” โจเซฟกดรีโมทเปลี่ยนช่องเป็นละครก่อนเกิดสงครามกลางครัว
         “อย่าเปลี่ยนเดะ!” แมกซ์ประท้วง เตรียมจะหยิบรีโมทคือ แต่เจอโจเซฟตีมือเข้าให้
        “ก็เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่าม๊อบน่าเบื่อ ก็เปลี่ยนสิ!”
        “กลับมาแล้น!” เสียงตะโกนอย่างยิ่งใหญ่ดังขึ้นจากหน้าบ้าน คุณแดนตั้นหอบกระเป๋าพะรุงพะรัง หน้าของพ่อยังมีคราบแป้งแต่งหน้าขาวๆ ติดอยู่ คุณแดนตั้นเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม มีหนวดหนาๆ อยู่ใต้จมูก ผิดกับคุณนายแดนตั้นที่เป็นแม่บ้านร่างผอม
        “พ่อ! รองเท้าที่ผมบอกให้ซื้อล่ะ!” แมกซ์ดีใจจนหน้าบานเมื่อเห็นพ่อ รีบลุกกระโดดใส่
        “เดี๋ยวก่อนๆ ขอนั่งกินน้ำกินท่าก่อนสิ” คุณแดนตั้นยิ้มด้วยรอยยิ้มของนักแสดงละครใบ้ก่อนหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเจมส์ บอนด์ “แต้น!” พ่อโชว์รองเท้าติดสปริงค์ยืดกระโดดได้ แม่กับโจเซฟร้องว้าว มาร์ซี่กลับทำหน้าผิดหวังอย่างแรง
         “โถ่ พ่อ ผมอยากได้รองเท้ากีฬาอันใหม่อ่ะ”
         “เอาไอ้นี้ไปก่อนน่า!”
         “แสดงวันนี้เป็นยังไงบ้างคะคุณ” คุณนายแดนตั้นนำอาหารเย็นมาเสริฟให้สามี
         “คนดูเยอะเลยล่ะแม่ อ้อ โจเซฟ คนดูชอบเรื่องที่ลูกแต่งให้ เรื่องเจ้าชายกับมะเขือเทศพูดได้ มากๆ นะ”
         “จริงเหรอคะ! ดีจัง!”
         “ทำไมพ่อไม่เอาเรื่อง “เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับเพราะว่าคนข้างบ้านเปิดข่าวการเมืองทั้งคืน” ของผมไปเล่นบ้างล่ะพ่อ”
         “แกจะบ้าเหรอ!  ฉันเป็นหัวหน้าครอบครัวนะเฟ้ย ถ้าฉันโดนจับเข้าสังเตขึ้นมาใครจะหาเงินมาเลี้ยงพวกแกฟะ ...อ๊ะ.. ขอบใจจ๊ะ ฮันนี่” พ่อเปลี่ยนจากสีหน้าจากเดือดดาลเป็นในหนึ่งวินาที “ดาร์ลิ่งจ๊ะ ด้วยช่วยเย็บชุดให้พ่อหน่อยนะ มันขาดอีกแล้ว”
         “เป็นเพราะพ่อกินเยอะไปน่ะสิ”
         “จ๊ะ พ่อจะกินให้น้อยลง เพราะ...จากนี้ไปพ่อก็คงต้องกลับดึกขึ้น...กว่าเดิม.. แล้วพ่อก็ต้องออกทำงานตอนวันเสาร์อาทิตย์..ตอนดึกด้วย”
         “อะไรกัน! พ่อสัญญาแล้วนี่นาว่าคืนวันเสาร์พ่อจะไปดูผมแข่งบอล!”
         “แมกซิมิเลี่ยน!” เมื่อไหร่ที่แม่เรียกชื่อของมาร์ซี่ด้วยชื่อเต็ม นั้นก็แสดงว่าเกิดวิกฤตการณ์แล้ว โจเซฟทำหน้างง ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ดีๆ พ่อถึงยกเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วทำไมแม่ถึงอารมณ์เสียขนาดนี้
         “ทำไมเหรอคะพ่อ? มีอะไรเหรอคะ?”
         คุณแดนตั้นนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร จนเข็มนาฬิกาตีผ่านไปหลายนาที อาหารในจานเริ่มเย็นชืด พ่อถึงยอมเล่าเรื่องทั้งหมด
        “ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วพ่อขอพูดเรื่องคุณยายเลยล่ะกันนะทุกคน...”
สมาชิกในครอบครัวแดนตั้นทุกคนเงียบกริบ แม้แต่แมกซิเมเลี่ยนที่ปกติจะไม่เคยอยู่สุขก็นั่งนิ่งตั้งใจฟังพ่อ
        “วันนี้พ่อไปดูอาการของคุณยายที่โรงพยาบาลมา......” คุณแดนตั้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก  “หมอบอกว่า...อาการของคุณยาย... โอกาสหายยาก... ถึงจะหาย...คุณยายก็..อาจจะเป็นอัมพาตไป”
         ทุกคนได้แต่นั่งนิ่ง ไม่ได้ตกใจกับข่าวร้ายนี้มากไปกว่าเดิมเลย คุณยายล่มลงขณะเดินเล่นเมื่ออาทิตย์ก่อน แล้วหลังจากนั้นคุณยายก็อยู่ในห้อง ICU ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย หมอบอกว่าคุณยายเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตก จะทำการผ่าตัดก็ไม่ได้เพราะร่างการของคุณยายไม่สามารถทนการผ่าตัดไหว สมาชิกทุกคนในครอบครัว