Republican Nostalgia

ตอนที่ 8 อยู่ชั่วนิรันดร์

 

             แบบนี้มันผิดกฎหมาย! แบบนี้มันผิดกฎหมายไม่ใช่เหรอ!”

ชายชราร่างเล็กคำรามเสียงดัง ปาหนังสือพิมพ์ที่อยู่ใกล้มือที่สุดลงบนโต๊ะกาแฟ เขาทำเสียงในจมูกฟึดฟัด ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ เส้นผมปัดเป๋

กาฟรีโลนั่งอยู่ที่โซฟารับแขกตรงกันข้ามกับชายชรา ในมือซ้ายถือปากกาหมึกซึม มือขวาคือสมุดจด เด็กหนุ่มเขียนข้อความลงในนั้น

ฉันไม่ปล่อยไอ้พวกทหารมันไว้แน่!” ชายชรายังก่นด่าไม่เลิก ต่างกับเด็กหนุ่มที่ไม่ได้สนใจ ได้แต่อ่านสมุดจดของตัวเอง

 

ข้อเท็จจริง

เมื่อเวลาประมาณ 1.30 น. วันที่ 14 สิงหาคม (คืนหลังจากวันปฎิวัติ) ปีเตอร์ เจอร์ราร์ด หัวหน้าพรรคประชาเสรีถูกปลุกขึ้นมากลางดึกเพราะมีเสียงทุบประตู เจอร์ราร์ดเปิดประตู ถือปืนลูกซองติดมือไปด้วยเพราะคิดว่าเป็นคนเมา แต่พอเขาเปิดประตู เขาก็พบผู้บัญชาการมนฑล(มณฑล)ทหารที่สี่ ผู้บัญชาการสั่งลูกน้องให้เข้ามาในบ้านและคุมตัวเขาไว้โดยใช้อาวุธปืน เจอราดถูกนำตัวขึ้นรถกระบะไปที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง ตอนที่อยู่ที่เซฟเฮาส์เจอราดให้การว่าเขาถูกซ้อม ทหารบังคับให้เขาเปิดเผยรายชื่อนักการเมืองที่ทุจริตโครงการสร้างทางรถไฟและบังคับให้เขาเลิกเล่นการเมือง (ลูกความเล่าข้อเท็จจริงได้ไม่น่าเชื่อถือ บอกว่าตัวเองโดนซ้อมแต่ไม่ปรากฎว่ามีบาดแผล น่าจะพูดไปด้วยโทสะ) เจอราดไม่ยอมบอกและถูกกักตัวไม่มีอาหารและน้ำ (ไม่น่าเชื่อถือ) เป็นเวลาสามวัน ทหารจึงพาเขาไปปล่อยทิ้งไว้ข้างมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าไปตะวันตก

ไอ้วาเรน บาคมันชักจะเหิมเกริมไปแล้ว คิดว่าที่ตัวเองได้ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารบกได้เป็นเพราะใคร!” เจอราดสบถชื่อของนายทหารผู้ทำการปฏิวัติ

ใช่ครับ เรื่องนี้ผิดกฎหมายถ้าอยู่ในสถานการณ์ปกติ แต่ตอนนี้มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกที่ให้อำนาจทหารในการตรวจค้นและกักบริเวณบุคคล การกระทำของทหารจึงชอบด้วยกฎหมาย เด็กหนุ่มเอ่ยหลังจากที่นั่งเงียบฟังอยู่ข้างเดียวมานาน เขาแปลกใจที่แม้แต่หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเจอราดยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่ร่วมมือกับผู้บัญชาการวาเรน บาค ทำรัฐประหารคือตัวประธานาธิบดีเอง

 แล้วจะเอาผิดทางอาญาเลยไม่ได้หรือไง? พวกมันเขาอยู่ดีๆ ก็บุกเข้ามาในบ้านฉันกลางดึกแล้วก็เอาตัวฉันจับไปขัง อย่างนี้หยามน้ำหน้ากันนี่หว่า!”

ทหารไม่ใช่เจ้าพนักงานของรัฐจึงไม่ผิดฐานเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เรื่องนี้จะเอาผิดทางอาญาคงไม่ได้ พร้อมกันนี้เด็กหนุ่มก็ขีดฆ่าคำว่า บุกรุกยามวิกาล ข่มขืนใจและ กักขังหน่วงเหนี่ยว ในสมุดออกไปด้วย

แต่ฉันมีสิทธิของฉันตามรัฐธรรมนูญ สิทธิมนุษยชนที่พวกมันต้องเคารพ เรื่องแบบนี้มันก็อยู่ในกฎหมาย

กาฟรีโลพยักหน้าตาม แต่ในใจนึกรู้สึกสมเพชนักการเมืองลายครามผู้นี้ขึ้นมาจริงๆ พวกเจ้าพ่อแบบนี้ คือตัวเลือกสุดท้ายของนักการเมืองในอุดมคติ แต่เป็นตัวเลือกแรกของนักการเมืองในความเป็นจริง เส้นสายมาก เงินเยอะ ปากหวาน หว่านล้อมชาวบ้านได้  คนพวกนี้ก็คิดว่าตัวเองเป็นนักการเมืองแล้วก็รู้กฎหมายทุกอย่าง  คิดว่าตัวเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยเอะอะก็อะไรก็อ้างสิทธิเสรีภาพ เห็นรัฐธรรมนูญเป็นยาวิเศษรักษาโรคได้ทุกชนิด

            รัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐฉบับเก่าได้ถูกยกเลิกไปแล้วด้วยประกาศของคณะปฎิวัติ และตอนนี้ก็มีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวซึ่งรองรับกฎอัยการศึก ดังนั้นการปฎิบัติตามกฎอัยการศึกจึงชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ คุณเจอราดจะอ้างรัฐธรรมนูญขึ้นมาตอนนี้ไม่ได้ครับ

เด็กหนุ่มพูดต่อ และคำพูดของเขาก็ไปเร่งความโกรธเกรี้ยวของชายชรา

ศาลไงเล่า! ฉันจะฟ้อง!”

ทำไมเข้าใจยากเข้าใจเย็นอย่างงี้ว้า..  กาฟรีโลเริ่มความอดทนกับลูกความอวดรู้ ศาลปกครองกับศาลรัฐธรรมนูญถูกยกเลิกไปตามรัฐธรรมนูญ เหลือแต่ศาลยุติธรรมและผมไม่คิดว่าศาลยุติธรรมจะรับคดีเช่นนี้ไว้พิจารณาเพราะไม่ใช่หน้าที่ของท่าน เด็กหนุ่มวางปากกาลง มองดูใบหน้าที่ว่างเปล่าไร้ความเข้าใจของนักการเมือง เขาถอนหายใจเบาๆ เรียบเรียงคำพูดใหม่ให้เป็นภาษาคนธรรมดา พูดง่ายๆ ก็คือ คุณเจอราดไม่สามารถเอาผิดทหารตามกฎหมายในเวลานี้ได้เลย จนกว่าจะมีรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณ... เอ่อ..ราชอาณาจักฉบับใหม่ แต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่คงเขียนนิรโทษกรรมให้ทหารอยู่ดี เพราะฉะนั้นก็เอาผิดกับทหารไม่ได้

            จะทำอะไรไม่ได้เลยเหรอวะ! กฎหมายมันไร้ประโยชน์แบบนี้ไงประเทศถึงได้ล่มจม!”

ใจเย็นๆ ครับ กาฟรีโลยกไม้ยกมือปราม ผมพอมีวิธีอยู่เพียงแต่คุณเจอราดจะต้องเอาตัวเองเข้าเสี่ยงสักหน่อย และอย่าโวยวายผมด้วยถ้าเลือกจะใช้วิธีนี้

เออ! อะไรก็เอามาเหอะ!” ชายชราพูดไม่คิดหน้าคิดหลัง ไม่ว่าจะใช้หนทางไหนขอให้ได้แก้แค้นเป็นพอ!

ขอโทษนะครับ..
            กาฟรีโลกระซิบเบาๆ ทันใดนั้นก็กำหมัดต่อยลงไปที่เบ้าตาของนักการเมือง  ชายชราล้มกลิ้ง ก่อนจะลุกขึ้นมา กุมตาทำหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด เขาปล่อยคำผลุสวาท

สัตว์! เอ็ง! ไอ้เด็กเปรต ทำบ้าอะไรของมึงวะ!

คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะไม่โวยวาย กาฟรีโลยักไหล่ ไปหาหมอที่รู้จักแล้วให้ออกใบรับรองแพทย์บอกว่าต้องรักษาเกินหนึ่งอาทิตย์ แล้วไปที่กองบัญชาการทหารบกร้องเรียนกับผู้บังคับบัญชาของทหารที่มาบุกบ้านคุณ คงพอเอาผิดทางวินัยได้ อย่าลืมเรียกนักข่าวไปด้วยเยอะๆ ด้วย ผมแนะนำได้แค่นี้ กาฟรีโลเก็บเอกสารใส่กระเป๋าถือสีดำ แขวนเสื้อสูทสีดำไว้กับแขน สวมหมวก

อ้อ.. จะทำแผลเพิ่มให้สมจริงกับที่บอกว่าโดนซ้อมก็ได้นะครับไม่ว่ากัน

เด็กหนุ่มพูดทิ้งทวน จบเรื่องสักที จากนี้ไปเจอราดต้องทำตามที่เขาบอก และหลายกรณีก็พิสูจน์มาแล้วว่า ถ้าไม่อยากแพ้คดี ก็จงทำตามที่เขาบอก

เมื่อออกมานอกบ้าน กาฟรีโลก็ต้องยกมือขึ้นมาป้องหน้าเพราะแสบตา เขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้เจ็ดโมงเช้าแล้ว เด็กหนุ่มถูกเรียกตัวมาที่บ้านนักการเมืองชราตอนตีสาม และต้องนั่งฟังตาแก่บ่นเรื่องทหารและศักดิ์ศรีของแกในห้องมืดทึม

เสร็จงานแล้วเหรอ?”

มีคนทักกาฟรีโล เด็กหนุ่มยิ้มให้เจ้าของเสียงทันที ภีมะโบกมือให้ เขาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีขาวเหมือนเดิม เบื้องหลังพิงรถสปอร์ตแอสตัน มาร์ตินสีขาว ภีมะเปิดประตูข้างที่นั่งคนขับให้

ครับ ขอบคุณที่มารับนะครับ เด็กหนุ่มกล่าว ขึ้นมานั่งข้างพี่ชาย ภีมะสตาร์ทเครื่อง รถเริ่มแล่น

ปีหน้าก็สมัครตั๋วทนายได้แล้วสินะ จะได้ไม่ต้องมาทำงานเป็นทนายความเงาแบบนี้ ตั๋วทนายที่ภีมะพูดถึงใบอนุญาตว่าความ ทนายความทุกคนต้องมีใบอนุญาตว่าความเสียก่อนถึงจะว่าความในศาลหรือให้คำปรึกษาในสำนักงานทนายความได้ ซึ่งตามกฎของสภาทนายความคนที่จะเข้ามาสอบไม่จำเป็นต้องเรียนกฎหมาย กาฟรีโลที่ยังไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยเลยสอบใบอนุญาตได้ตั้งแต่ปีหน้าที่เขาจะมีอายุครบสิบแปดปี

การมีนักกฎหมายดีๆ ไว้ในมือคือการครอบครองอาวุธร้ายแรงที่สุดทางการเมือง จะชนะหรือแพ้ก็ตัดสินกันด้วยมือกฎหมาย กาฟรีโลทำงานเป็นทนายความเงาให้กับพรรคของพ่อ ถึงจะไม่มีใบอนุญาตเป็นเรื่องเป็นราว และถึงจะเป็นเด็กอายุแค่สิบเจ็ดปี แต่เขาก็ช่วยทีมทนายของพรรคร่วมรัฐบาลมาหลายคดี คนสุดท้ายก็ได้เข้ามาทำงานเป็นทนายความเงาอยู่ข้างหลังด้วยตัวเอง

รถติดไฟแดง ภีมะเอื้อมมือไปวางไว้ที่ท้ายทอยเด็กหนุ่ม ปลอบให้ผ่อนคลาย เขาพูดกับน้องอย่างเอ็นดู

แย่นะ จะทำงานแต่ละทีก็ถูกเรียกมากล