แปลมาตอนนึงคนชอบเยอะ เลยขอแปลต่อ 555

ตอนนี้เป็นตอนของอังกฤษ +ญี่ปุ่น ตัวหนังสือสีแดงหมายถึงคำบรรยายของคนเขียนนะครับ



พันธมิตรอังกฤษ-ญี่ปุ่น

อังกฤษตอนนั้นเป็นซึนเดเระ แล้วก็เริ่มรู้ตัวว่าตัวเองไม่มีเพื่อนเลย เขาช่วงเวลาว่าตอนนี้ "การโดดเดี่ยวที่สง่างาม" (Splendid Isolation)
เมื่อก่อนอังกฤษชอบคุยโม้ว่าตัวเองเป็นผู้ดี แต่ต่อมาอเมริกาและเยอรมันซึ่งเพิ่งตั้งประเทศใหม่ๆ ก็ขึ้นมาตีตื้นอังกฤษได้

นอกจากนี้ อังกฤษก็ต้องป้องกันภัยจากรัสเซีย ซึ่งตอนนี้กำลังแผ่อำนาจไปจีน แน่นอนว่าทำเองคนเดียวไม่ได้

ในปี 1902 อังกฤษจึงเริ่มเดินหามิตรประเทศ


อังกฤษพยายามผูกมิตรกับเยอรมัน




ตอนแรกอังกฤษเข้าหาเยอรมันก่อน แต่เยอรมันกลัวว่าถ้าเข้าข้างอังกฤษตัวเองก็จะกลายเป็นศัตรูกับรัสเซีย เลยตอบปฏิเสธ
(โถ น่าสงสารจังเลยพ่อคุณ)

หน้าบ้านของญี่ปุ่นคุง




ในขณะที่อังกฤษกำลังหาเพื่อนอยู่
ญี่ปุ่นก็กำลังหาเพื่อนอยู่เหมือนกัน

ญี่ปุ่นกำลังมีเรื่องบาดหมางกับรัสเซีย
ตอนนั้นญี่ปุ่นคิดอยู่ว่า "จะมีประเทศเกาะเล็กๆ ทางตะวันออกอย่างอังกฤษ มาเป็นเพื่อนกับฉันบ้างไหมนะ?
เมื่ออังกฤษเข้ามาพอดี จึงเป็นโชคของทั้งสองฝ่าย








แต่ทว่า.. ก็มีคนญี่ปุ่นบางส่วนไม่เห็นด้วยที่ญี่ปุ่นจะผูกมิตรกับอังกฤษเหมือนกัน..

คืนนั้น



(ซึนมากกก)


และแล้วพันธมิตรอังกฤษ-ญี่ปุ่นก็ถือกำเนิด



(แหม พออยู่สองต่อสองแล้วทำตัวน่ารักนะ)



(อ่าว..ญี่ปุ่นคุงไม่รู้เหรอว่าเขาปากไม่ตรงกับใจตะหากเล่า)

อังกฤษคิดว่าได้ว่า "ถ้าญี่ปุ่นคุงไปร่วมกับฝ่ายรัสเซีย เราต้องเดือดร้อนแน่" อังกฤษเลยตัดสินใจเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น
ซึ่งการที่อังกฤษตัดสินใจอย่างนี้เป็นเรื่องไม่ธรรมดาเลยทีเดียว และตอนที่ญี่ปุ่นรบกับรัสเซียก็ดูเหมือนญี่ปุ่นจะมีกำลังมาก เพราะได้สินค้านำเข้าจากอังกฤษจำนวนมาก

เราสองร่วมมือกัน!



แน่นอน อังกฤษไม่ให้อภัยคู่แค้นของตัวเอง
ฝรั่งเศสได้ยึดครองรัสเซียได้ทั้งหมดและรบกับพันธมิตรของรัสเซียคือ อิตาลี เยอรมัน และออสเตรีย
ฝรั่งเศสควบคุมการส่งออกไปรัสเซียและปิดท่าเรือ
จุดอ่อนของรัสเซียนี้ได้ไปถึงหูญี่ปุ่น และทำให้ญี่ปุ่นได้เปรียบในสงครามและด้านอื่น
อังกฤษก็ได้ประโยชน์อยู่ข้างหลังเช่นกัน

ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน พ่อคุณชายโจรสลัด!

หลังจากที่ร่วมเป็นพันธมิตรแล้ว

 

(ญี่ปุ่นคุงน่ากลัว!!)


เกร็ดแถมพกฉบับย่อยและย่อมาก

- ซึนเดเระ (tsundere) พวกปากไม่ตรงกะใจ หรือหมายถึงพวกที่ปกติชอบทำเหมือนไม่ชอบแต่ ถ้าอยู่ด้วยกันต่อสองแล้วจะทำตัวน่ารักขึ้นมา 

- Splendid Isolation เป็นนโยบายโดดเดี่ยวตัวเองของอังกฤษในปลายศตวรรษที่ 19

- หลายคนอาจจะงงว่าทำไมถึงบอกว่า "เยอรมันเพิ่งตั้งประเทศ" ในตอนแรก ตรงนี้ไม่ได้แปลผิดแต่อย่างใด เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่มีประเทศที่ชื่อเยอรมัน เป็นดินแดนเล็กๆ ต่างๆ มากมาย เพิ่งมารวมกันตอนปลายศตวรรตที่ 19 เองครับ

- อังกฤษเป็นโจรสลัดมาก่อนเป็นผู้ดีจริงๆ เน้อ เพราะอังกฤษยิ่งใหญ่เป็นเจ้าอาณานิคมได้ก็เพราะกองเรือโจรสลัดนี่แหละ ถึงขนาดกองเรือ Spanish Armada ของสเปนที่ใหญ่มาก่อนยังถูกกองเรือโจรสลัดของราชินีอลิซาเบธที่ 1 ตีแตกพ่ายจนกู้ไม่กลับ

- Russo- Japanese War  คือสงครามระหว่างรัสเซียกับญี่ปุ่นในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งสงครามครั้งนี้ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายชนะ ทำให้ประเทศทั้งยุโรปเกิดอาการ "ช็อค" ไปตามๆ กัน เพราะไม่คิดว่าประเทศเอเชียจะสามารถเอาชนะมหาอำนาจของยุโรปได้ เป็นการประกาศให้โลกรูุ้ถึงศักยภาพทางทหารของญี่ปุ่นเลยล่ะครับ

- ตอนที่อังกฤษไปหน้าบ้านญี่ปุ่นแล้วพูดว่า เหย! แก! ความจริงตามต้นที่แปลมา อังกฤษคุงเขาพูดว่า "OI!" ไม่รู้ว่าจงใจเล่นมุกหรือเปล่า คำว่า Oi! (โอ่ย!) คือแสลงส่งเสียงใช้เรียกคนในอังกฤษ เหมือนกับคำว่า Hey! ในอเมริกา นั่นเอง แต่ถ้าแปลเป็นไทยแล้วกลัวว่าจะฟังดูแปลกๆ เลยขอเปลี่ยนนะครับ


ผมชอบตอนนี้มาก อังกฤษซึนได้อีก >w<

ผมไม่ยักรู้มาก่อนว่าอังกฤษกับญี่ปุ่นจะเคยเป็นพันธมิตรกันมาด้วย แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยแน่น เพราะขนาดจะแปลตอนนี้แล้วไปหาข้อมูลใน wiki ยังไม่ค่อยมีเลยล่ะครับ ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์ของญี่ปุ่นแ่น่นแฟ้นกับต่างประเทศ ประเทศแรกที่ผมนึกถึงเลยคือเยอรมัน ญี่ปุ่นได้รับอะไรจากเยอรมันโดยเฉพาะปรัซเซีย (เป็นแคว้นพี่บิ๊กของเยอรมัน) ได้มาทั้งกฎหมาย และรูปแบบของการปกครอง มีการพัฒนาไปในแนวทางเดียว ประเทศเข้าสู่ลัทธิเผด็จการเหมือนกัน เข้าร่วมสงครามด้วยกัน แำำ้พ้ไปด้วยกัน (แต่ทัศนคติของผู้คนหลังสงครามต่างกันอย่างสิ้นเชิง)

สังเกตว่าในการ์ตูนหรือเกมญี่ปุ่น จะมีภาษาเยอรมันอยู่อย่างไม่มีเหตุผล (?) คงจะเป็นอิทธิพลที่ได้มาจากเยอรมันกระมัง (ก็เท่ดี แ่ต่สร้างความปวดหัวให้คนอ่านยิ่งนัก!)

Scanlation from:  http://community.livejournal.com/hetalia/105965.html

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เค้าว่าราชนาวีอังกฤษเป็นต้นแบบของราชนาวีญี่ปุ่นนะ
ประมานว่าอังกฤษเป็นผู้วางรากฐานกองทัพเรือสมัยใหม่ให้กับญี่ปุ่น
อ่านเจอในซิปัง

#1 By บาส (118.174.161.150) on 2008-10-31 01:06

ชอบตอนนี้มากเหมือนกัน อังกฤษซึนได้อีกกก ยิ่งตอนที่รู้ว่าญี่ปุ่นอาจจะเข้าพวกกับรัสเซีย สงสารก็สงสาร แต่ก็ซึนได้น่ารักน่าแกล้งมากๆ confused smile

แปลได้อารมณ์ดีจริงๆ ยังไงอ่านไทยก็สนุกสุดแฮะ 55

#2 By chibi on 2008-10-31 01:25

จริงอย่างคุณchibiว่าค่ะ แปลเป็นไทยแล้วได้อารมณ์มาก อ่านแล้วสนุกสุดๆไปเลย!!!!

อังกฤษซึนม๊ากกกกกก ขำก๊ากตอนพี่แกบอกว่าไม่แคร์! ฮ่าๆๆๆ โอ๊ยย น่าร้ากกกกก

ชอบที่แปลจังเลยค่า นอกจากจะแปลแล้วยังลงเกร็ดความรู้เล็กน้อยและรายละเอียดประวัติศาตร์ย่อยให้อีก เป็นส่วนที่ลืมไปแล้วทั้งนั้นเลยล่ะค่ะ confused smile sad smile

#3 By 【いくみ】 on 2008-10-31 01:51

กร๊ากกก ตอนที่สอนภาษาอังกฤษฮามาก

สองคนนี้น่ารักจริงๆ เลยน๊า~ แก้มแดงทั้งคู่เลย

คุณโซขยันมากค่ะ cry

#4 By Aijou~ on 2008-10-31 08:30

จริงๆใช้คำว่าเฮ้ย!!.... ไปเลยก็ได้ อารมณ์ไม่น่าจะเปลี่ยนเท่าไหร่ แต่คำว่า เหย!! แก!! เนี่ย สายตาไม่ดี มองผ่านๆเป็นเหยเก เลยงงเล็กน้อย ต้องอ่านอีกรอบ (แก่แล้วก็แบบนี้แหละ เฮ้อออ)

โอ้ยยย อังกฤษ กับ ญี่ปุ่น ชักจะแหววขึ้นทุกทีที่เลื่อนลง open-mounthed smile

ความเห็นที่1 เพิ่งรู้อ๊ะ!!!wink

ขอบคุณสำหรับการ์ตูนและคำแปลที่สนุกๆนะคะ

#5 By ป้าแดง underground on 2008-10-31 13:47

ฮ่าๆ ชอบตอนนี้เหมือนกันค่ะ พอแปลไทยแล้วได้อารมณ์ดี ขอบคุณนะคะ พออ่านเรื่องนี้แล้วค่อยรู้ว่าเยอรมันสนิทกับญี่ปุ่นมานานแล้ว

ตอนนี้ไม่แปลกใจแล้วค่ะที่เห็นเด็กเยอรมันได้อิทธิพลจากญี่ปุ่นเยอะมากไม่แพ้บ้านเราเลย ถึงกับมีวงเยอรมันวิช่วลเจร็อค ตั้งชื่อตัวเอง เป็นชื่อญี่ปุ่นอีก แรกเห็นนี่ขำแทบตายเลยค่ะ แบบ Holy Shit!! น้องเป็นเอามากอ่ะ แบบอย่างกับคอสเพลย์มาเลย

แต่ตอนนี้เข้าใจละๆ โลกมันเปลี่ยนไปแล้วนี่เนอะ เดี๋ยวนี้เอเชียกำลังอิน!

#6 By gallantfoal on 2008-10-31 14:02

อันแรกสงสารอังกฤษจัง อุตส่าห์พยายาม (แถมยังหน้าแดงอีก >[]<)

ญี่ปุ่นในชุดยูคาตะ...โฮกกกกกกกกกกกก ฆ่ากันให้ตายเลยดีกว่า!!

หว๋าย อังกฤษ ซึนได้อีก

ผมนึกว่ามันมีไม่กี่ตอนซะอีก มีอีกหรือนี่ ชอบๆ >w<

#7 By † ゚A゚ k ! r a † on 2008-10-31 23:58

อังกิดตลกดี แก้มแดงตอนเขินด้วยอ่ะ อิๆแปลได้สนุกดี

#8 By บี (58.9.64.221) on 2008-11-12 13:18

เพิ่งรู้ว่าอังกฤษกับญี่ปุ่นเคยสนิทกันมาก่อน
ตอนที่ฝรั่งเศสยึดครองรัสเซียมันยุคนโปเลียนหรือมันเลยมาแล้วอ่ะคะ(พอลืมแล้วก็เอายุคโน้นนี้มาผสมกันมั่วทุกที -///-)
อ่านเฮตาเลียแล้วต้องกลับไปทบทวนประวัติศาสตร์ด่วนที่สุด~ อ้ากกก

ปล.
แปลดีจังค่ะ ชอบๆ
ญี่ปุ่นคุงโผล่มาฉากแรก.. โฮกกกกกก น่าร้ากกกกก

#9 By °°Greenpenguin°° on 2009-01-17 01:08

โอย อ่านตอนนี้แล้วขำหน้าอังกฤษคุงมาก เวลาเธอซึนเธอโดดเดี่ยวอย่างสง่างามเนี่ย ทำอะไรไม่ได้นอกจากขำนะคะ (/โดนเขวี้ยงกาน้ำชาใส่)

ญี่ปุ่นคุงน่าร้ากกกกก เวลาอยู่ด้วยกันกับอังกฤษแล้วยิ่งน่าร้ากกก สองคนนี้น่ารักอ่ะ คนนึงก็ซึนไปไหนนน อีกคนก็ไม่รู้อะไรบ้างเลยยย กรรมจริงๆ sad smile

ขำตอนสอนภาษา..แบบว่าอเมริกา.. อืมม์ ญี่ปุ่นคุง เราเ้ข้าใจเธอนะ... sad smile

#10 By Tam-ichi / mhapia on 2009-02-01 22:05

อังกฤษซึนเดเระน่ารักcry เพิ่งรู้เหมือนกันค่ะว่าอังกฤษเคยเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น-*- แอบสมน้ำหน้าฝรั่งเศสนิดๆ ฮ่าๆๆ ชอบตอนที่ว่า "อังกฤษ...กูเกลียดมึงว่ะ" ฮ่าๆๆๆ

ชอบอ่านแปลจากบล็อกนี้จังค่ะ มีเกร็ดประวัติศาสตร์อยู่ตอนท้ายด้วย รู้อะไรเยอะขึ้นมากเลย

#11 By Clownie n'Clowdy on 2009-03-15 22:43

อ้ะเหอ! อังกฤษคุงซึนได้อีค่ะ! น่าร๊ากกกกก
แต่ญี่ปุ่นคุงก็ดันไม่รู้ตัวซะงั้น
(ก็งี้ล่ะฮะ ซึนเจอกับซึน)

ขอบคำว่า "อังกฤษ กูเกลียดมึงว่ะ" มากเลย กร๊าซซซซซซ

ภาษาอังกฤษของคนญี่ปุ่นก็....

#12 By Mine「クルタ・ミネ」 on 2009-04-04 15:57

โห อังกฤษนี่ช่างซึนจริงๆหนอ~
ขอบคุณสำหรับคำแปลค่ะ

#13 By ma_ki on 2009-04-23 01:23

Recommend

free counters