Republican Nostalgia
ตอนที่ 9 ตกต่ำ

 

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีราชินี โจเซฟก็มีงานเลี้ยงรับรองตำแหน่งราชินีใหม่ไม่ว่างเว้นแต่ล่ะคืน

งานเลี้ยงคืนแรกเป็นงานเลี้ยงพระกระยาหารแก่ตัวแทนราชวงศ์จากทั่วโลกที่มาร่วมพิธีราชาภิเษก ราชวงศ์และรัฐบาลจากมิตรประเทศคงเห็นว่าในเมื่อราชินีพระองค์ใหม่ทรงมีพระชนมายุเพียงสิบเจ็ดปี เกือบทุกประเทศจึงส่งสมาชิกราชวงศ์วัยเยาว์มาร่วมงาน ซึ่งส่วนมากทุกพระองค์จะมีฐานะเพียงแค่เจ้าหญิงและเจ้าชาย  โจเซฟจึงมีตำแหน่งสูงสุดในงานไปโดยปริยาย

สมาชิกราชวงศ์แต่ละประเทศทรงทรงมีเอกลักษณ์เฉพาะพระองค์ โจเซฟสังเกตทุกพระองค์เผื่อว่าสักวันคงได้ใช้เป็นข้อมูลในนิทานตัวเอง อังกฤษส่งเจ้าชายพระเององค์รองมาเป็นตัวแทนสมเด็จพระราชินี มีนักข่าวตามมาถ่ายรูปตั้งแต่ทรงรถพระที่นั่ง พระองค์ตรัสด้วยสำเนียงอังกฤษแบบควีนอิงลิชน่าฟัง  เจ้าหญิงญี่ปุ่นพระพักตร์ขาวเรียนดั่งตุ๊กตาดินเผา ทรงโค้งพระเศียรถวายบังคมให้โจเซฟีนอย่างนอบน้อม  เจ้าชายน้อยแห่งภูฐานฉลองพระองค์ด้วยเครื่องแต่งกายประจำชาติเป็นเอกลักษณ์สะดุดตา มงกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรเลโซโธทรงมีพระชันษามากแล้วแต่ก็มาทรงมาร่วมงานด้วย เวลาทรงพระสรวลแล้วคนอื่นก็พลอยสนุกสนานตามไปด้วย ราชวงศ์โมนาโคมีเจ้าชายรูปงาม ทรงสุขุม ไม่ค่อยตรัสหรือแย้มพระโอษฐ์  แต่พระเกศายาวสีบลอนด์กับพระพักตร์หล่อเหลา เหมือนนายแบบในนิตยสารแฟชั่นก็ทำให้แขกในงานต้องเหลียวหลังกลับมาชื่นชมพระศิริโฉม

ท่วงท่ากิริยาของทุกพระองค์ช่างสูงศักดิ์เหลือเกิน โจเซฟอึดอัดทำตัวไม่ถูก ทำตามที่มาราตสอนทุกอย่าง แต่จนแล้วจนรอด โจเซฟก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินของงาน เป็นแกะดำที่เข้ากับใครเขาไม่ได้

ถ้ากาฟรีโลเจ้าลูกชายของอดีตประธานาธิบดีมาอยู่ตรงนี้ หากไม่ติดว่ากาฟรีโลเป็นพวกสาธารณรัฐนิยม เกลียดเจ้าเข้าไส้ แม้เป็นสามัญชน เจ้าลูกชายอดีตประธานาธิบดี ก็คงทำตัวได้กลมกลืมกับพวกราชวงศ์เลือดสีน้ำเงินได้ดีกว่าเธอ ดูเป็น เจ้า ได้มากกว่าเธอ โจเซฟได้ประจักษ์แล้วว่านี่แหละนะเขาที่เรียกว่า ชนชั้น

แต่กระนั้น โจเซฟก็ไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจงานนี้ไปซะทั้งหมด งานเลี้ยงนี้ก็มีส่วนดี และเป็นโอกาสที่คนคนหนึ่ง ไม่ว่าจะมีฐานันดรหรือไม่ ก็คงจะหาไม่ได้บ่อยๆ ได้มางานเลี้ยง ได้พบปะราชวงศ์นานาชาติแลกเปลี่ยนความรู้ พบเจออะไรแปลกใหม่ แถมด้วยอาหารเลิศรสถูกปาก ดนตรีแจ๊สสุดสนุก ทั้งหมดก็เกินบรรยาย

กว่างานพิธีทั้งหมดจะเสร็จก็กินเวลาไปอีกเดือน มาราตเห็นว่าสองพี่อยหยุดเรียนมามากพอแล้ว เลยเห็นสมควรให้โจเซฟับมาร์ซี่กลับไปโรงเรียน (และแล้วมาร์ซี่ก็งอแงไม่อยากไป) เรื่องเรียนไม่ทันไม่ใช่ปัญหาของโจเซฟ เพราะเธอก็ไม่ค่อยสนใจวิชาอื่นนอกจากการเขียนกับศิลปะ แต่ที่เธอกังวลคือเพื่อนของเธอ โดยเฉพาะแซลลี่ รู้สึกอย่างไรเมื่อเด็กสาวหายไปจากโรงเรียนและบ้านนายเกือบเทอมจะกลับมาอีกครั้งในฐานะราชินี

ช่วงที่ทั้งสองพระองค์มาอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลมาราต ดิฉันให้คนทำทีเป็นพระญาติโทรศัพท์ไปบอกโรงเรียนแล้วว่าพระองค์ต้องเสด็จไปต่างประเทศกะทันหันเพราะเรื่องพระอัยยิกา มาราตเผยแผนทั้งหมด พวกคนในวงการของมาราตจัดการเรื่องแบบนี้เป็นอาชีพกันหรือไง ถึงได้ดูเชี่ยวชาญนัก?

เช้าวันกลับไปเรียน โจเซฟเอาหนังสือเรียนของตารางเรียนวันจันทร์ใส่กระเป๋าหนังสีดำแทนที่จะเป็นกระเป๋าเป๊สีชมพูลายฮัลโหล คิตตี้อันเก่า ชุดนักเรียนของทั้งโจเซฟและมาร์ซี่ถูกเปลี่ยนใหม่ ให้กระโปรงและกางเกงยาวขึ้น และผ้าที่ใช้ก็เป็นผ้ามัสลินเนื้อดี อาหารเช้าก็ไม่ใช่แค่คอนเฟรคเคลือบน้ำตาลกับนมแต่เป็นขนมปังปิ้งคู่กับแยมผลไม้หลากรส เคียงกับไข่ดาวและไส้กรอก สองพี่น้องไม่ต้องเดินไปหน้าปากซอยเพื่อเบียดขึ้นรถเมล์ เพราะมีเมอร์ซีดีสคันหรูมารอรับอยู่ถึงหน้าบ้าน

 

หน้าโรงเรียนมีป้ายอันใหญ่ เป็นภาพของโจเซฟในวันราชาภิเษกและข้อความ ทรงพระเจริญ

พวกอาจารย์เกณฑ์นักเรียนดีเด่นและนักเรียนความสามารถพิเศษ มารับเสด็จพระราชินี และให้ดรัมเมเยอร์ของนำช่อดอกคาร์เนชั่นสีขาวมามอบให้โจเซฟทันทีที่ก้าวลงจากรถ วงโยธวาทิฑเล่นเพลงมาร์ชราชอาณาจักรต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ครูใหญ่ซึ่งปกติจะทำหน้าบอกบุญไม่รับมาตลอดกลับยิ้มให้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ครูใหญ่ไม่เคยชายตามองนักเรียนชั้นธรรมดาอย่างเธอด้วยซ้ำ

ราชินีเสด็จแล้ว!” นักเรียนคนอื่นๆ ต่างตะโกนเรียกเพื่อนให้มามุงดูราชินีกันตามระเบียงตึก ตอนนี้เลยเวลาคาบแรกไปแล้วแต่ทั้งครูทั้งนักเรียนก็สนใจมาชื่นชมพระบารมีของพระราชินีมากกว่างานประจำ โรงเรียนมัธยมปลายไวร์มาร์ที่เคยจืดชืดหม่นหมองกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาด้วยช้าวันพิเศษ

แต่ทว่า ก็มีบุคคลเพียงคนเดียวในโรงเรียน ที่ดูจะไม่สนุกไปตามกระแส

กาฟรีโลเป็นนักเรียนดีเด่นผลการเรียนอันดับหนึ่ง และอาจารย์ก็แจ้งให้เขามาร่วมงานรับเสด็จพระราชินีแล้ว แต่แน่นอน เขาไม่มีทางมาร่วมสังฆกรรมกับไอ้พิธีการไร้สาระแบบนี้

เด็กหนุ่มปลีกตัวไปหลบอยู่ที่ระเบียงชั้นสามซึ่งไม่มีคนเดินผ่าน มองผ่านหน้าต่างลงมาที่อาจารย์และเพื่อนร่วมโรงเรียน น่าสมเพชเหลือเกิน เขาคิดในใจ ประเทศซึ่งแต่ก่อนเคยชิงชังราชวงศ์เห็นเป็นเนื้อร้ายต้องกำจัด ไม่ใช่พวกประชาชนคนธรรมดาหรอกหรือที่ตะโกนสาปแช่งหมายเอาชีวิตของพระราชา ไม่ใช่ปู่ย่าของพวกเขาหรือที่เคยเดินขบวนขับไล่ จนนำไปสู่การปฏิวัติล้มราชวงศ์?  แต่ตอนนี้คนรุ่นลูกหลานทั้งหลายกลับสรรเสริญราชวงศ์ที่ไม่เคยมีบุญคุณอะไรกับพวกเขา เป็นดาราหน้ากล้อง คนที่เคยสละชีวิตเพื่อให้ได้สาธารณรัฐมาคงนั่งร้องไห้น้ำตานองหน้าอยู่บนท้องฟ้า

เขาเดินกลับไปที่ห้องเรียน ถ้าไม่ใช่เพราะอมุนด์เซนหัวหน้าพ่อบ้านรบเร้าให้เขามาโรงเรียน เขาก็คงไม่โผล่หน้ามาให้ตัวเองรำคาญใจเล่น สังคมเรามันก็ได้เท่านี้แหละ! พวกคนที่อ้างว่าตัวเองมีการศึกษาดูถูกคนหาเช้ากินค่ำว่าเป็นตัวถ่วงประชาธิปไตย แต่สุดท้ายพอตัวเองจนตรอก เห็นว่าตัวเองกำลังจะเสียผลประโยชน์ คนมีการศึกษาพวกนี้ก็ใช้วิธีนอกระบบ หันหาอัศวินม้าขาวเสมอ !

คุณครูอุษา ครูประจำชั้นพาโจเซฟีนไปที่ห้องเรียน ครูเดินก้มตัวต่ำ นำทางโจเซฟ อย่างกับว่าโจเซฟไม่เคยมาโรงเรียนมาก่อน นักเรียนหลายคนยกกล้องมือถือถ่ายรูป บางคนก็ถึงขั้นใช้กล้องดิจิตัล พร้อมกันก็มีเสียงคุณครูตะโกนต่อว่านักเรียนที่ใช้แฟลช นี่เธอกลายเป็นสัตว์ในสวนสัตว์ที่มีป้ายติดว่า กรุณางดใช้แฟลชไปแล้วหรือ? โจเซฟอย่างบอก ให้ทุกคนกลับมาเป็นเหมือนปกติ ถ้าให้ต้องเจอแบบนี้ทุกวันมีหวัง ราชินีคงทรงประสาทเสียไปก่อน

เพื่อนร่วมชั้นของโจเซฟีนนั่งประจำ ที่ของตัวเอง เงียบกริบผิดปกติ

เอ่อ.. ครูอุษากล่าวกับโจเซฟ ดูประหม่าไม่ใช่น้อย ดิฉัน.. เอ่อ.. กระหม่อมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ห้องเรียนของกระหม่อมได้ต้อนรับฝ่าบาทอีกครั้ง จากนั้นครูก็บอกกับนักเรียนว่าเป็นเกียรติเพียงใดที่จะได้ศึกษาในเทอมที่เป็นพระสหายร่วมกับพระราชินี นักเรียนต่างพนักหน้าหงึกๆ ไม่มีนักเรียนชายถามคำถามกวนอารมณ์ พูดจบครูอุษาก็โค้งคำนับลาพร้อมกับออดคาบสองดังขึ้นพอดี

โจเซฟเดินแหวกความเงียบ รู้สึกถึงสายตาของเพื่อนร่วมชั้นที่แอบมองตามมาข้างหลัง มานั่งที่ที่นั่งเดิมข้างๆ แซลลี่ โจเซฟนั่งลงแล้วทักทายเพื่อนสนิทที่ไม่ได้พบกันนาน

หวัดดี เป็นไงบ้าง?”

เอ่อ...แซลลี่โค้งให้โจเซฟีนอย่างทุลักทุเล โจเซฟเห็นท่าทีที่แปลกไปของเพื่อนสนิทจึงเอ่ยถาม

เป็นอะไรไป?”

ดิฉัน..เด็กสาวครุ่นคิด ดิฉันไม่รู้คำราชาศัพท์เลยเพคะ เลยไม่รู้ว่าจะพูดกับพระองค์..ยังไงดี...เธอพูด หน้าแดงกร่ำด้วยความอาย ตัวงอหลบสายพระเนตรของพระราชินี ฝ่ายโจเซฟก็หัวเราะเสียงดังลั่น

จะบ้าเหรอ! พูดตามปกติก็ได้ ฉันไม่ได้เป็นราชินีมาตั้งแต่เกิดนะ! ฉันก็เป็นโจเซฟคนเดิมแหละ!” โจเซฟยังหัวเราะ แต่ในใจลึกๆ ก็รู้สึกโมโหพวกครูที่บังคับให้เพื่อนๆ ทำอะไรงี่เง่าไม่เป็นเรื่อง

เฮ้อ! ค่อยยังชั่ว!” แซลลี่ถอนหายใจโล่งออก ฉันนึกว่าจะต้องพูดอย่างนี้ตลอดไปซะอีก! อาจารย์อุษาบอกให้พวกเราพูดคำราชาศัพท์กับโจเซฟ  เอาป้าแก่ๆ ข้างนอกมาสอนเลยรู้หรือเปล่า! แล้วก็บอกให้พวกเราต้องรักษากริยามารยาทต่อหน้าพระราชินี ห้ามเดินนำหน้าราชินี เวลาเจอราชินีก็ต้องถอนสายบัวให้ อีดอัดจะตาย!”

เวอร์ !ไม่เห็นต้องทำขนาดนั้นเลย ถ้าทำแบบนั้นไม่ใช่ ฉันก็อึดอัดเหมือนกันแหละ อีกอย่างนะ ให้ทำท่าสุภาพเรียบร้อยก็ไม่เห็นจะเข้ากับเธอสักนิด

เธอหายไปเป็นเดือนเลย มือถือก็ปิด โทรไปที่บ้านก็ไม่มีใครรับ แล้วอยู่ๆ อาจารย์ก็มาบอกว่าเธอย้ายไปอยู่เมืองนอกแล้ว แซลลี่น้ำตาคลอเบ้า โจเซฟเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนดี ในระหว่างที่เก็บตัวฝึกอยู่ที่คฤหาสน์ของมาราตเธอก็เสียน้ำตา เธอจับมือแซลลี่ไว้เป็นการปลอบ

ขอโทษนะ เขาบอกให้ปิดไว้เป็นความลับน่ะ

เมื่อเห็นแซลลี่คุยกับพระราชินีได้ปกติ เพื่อนร่วมชั้นที่อยากรู้อยากเห็นอยู่เต็มอกก็เข้ามารุมคุยกับโจเซฟ  เริ่มถามโจเซฟว่า ตลอดเวลาที่หยุดเรียนไปไปทำอะไรมาบ้าง?  ตอนพระราชพิธีตื่นเต้นไหม? มงกุฎของจริงหนักหรือเปล่า? โจเซฟตอบคำถามทุกคำถามอย่างละเอียด เล่าให้ฟังทุกช็อต ยินดีบันเทิงเพื่อนๆให้หัวเราะด้วยการเล่าเรื่องอย่างที่เธอถนัด หยุดเรียนไมได้เจอหน้าเพื่อนๆ ไปนาน ต่อให้มีเวลาคุยกันอย่างนี้ทั้งวันก็คงไม่พอ

ประตูห้องเรียนเปิด กาฟรีโลทำหน้าบึ้งตึง เดินถือแฟ้มเอกสารกับกระเป๋าเข้ามาในห้อง เด็กหนุ่มไม่พูดไม่จา ไม่ทักทายใครเหมือนเคย เขาตรงมาที่โต๊ะของโจเซฟ นักเรียนที่มุงอยู่ถอยฉากและเก็บปากเงียบโดยอัตโนมัติ กาฟรีโลกับโจเซฟมองหน้ากัน เด็กสาวยังไม่ลืมวีรกรรมวีรเวรของกาฟรีโล กำลังจะเอ่ยปากหาเรื่องว่ามีอะไรมายืนจ้องหน้ากันอยู่ได้ แต่ไม่ทันจะได้พูดเด็กหนุ่มก็วางชีทปึกหนึ่งบนโต๊ะเรียนของโจเซฟ

นี่ชีทวิชาประวัติศาสตร์ตอนที่เธอขาดเรียนไปกาฟรีโลพูดเสียงสงบ เด็กหนุ่มที่เคยมีแต่เกรี้ยวกราดสาดใส่โจเซฟกลายเป็นคนดีมาเก็บชีทไว้ให้ โจเซฟตกใจเกือบตกเก้าอี้

 เอ๊ะ? เอ๋?”

...อาจารย์ให้เอามาให้ กาฟรีโลรีบยั้งไว้ก่อนโจเซฟจะคิดไกล เขาไม่อยากให้ยัยนี่เข้าใจผิดว่าเขาหวังดีหรือต้องการประจบพระราชินี เช้านี้เขาแค่เดินผ่านอาจารย์สอนประวัติศาสตร์แล้วก็ถูกวานมาเท่านั้น เสร็จภาระกาฟรีโลก็เชิดหน้าเดินจาก ไม่มีการโค้งคำนับแสดงความเคารพใดๆ ทั้งสิ้น

หึ! เรียกพระราชินีว่าเธอเหรอ พ่อตัวเองโดนปฏิวัติไปแล้วยังหยิ่งได้อยู่อีก!” แซลลี่กระซิบนินทา

เอาน่าๆโจเซฟปราม กาฟรีโลมันน่าหมั่นไส้อยู่ก็จริง แต่โจเซฟคิดว่าถ้าตัวเธอเองไม่อยากอึดอัดเพราะพิธีรีตอง เธอก็ไม่ควรให้คนอื่นมาอึดอัดด้วยเหมือนกัน

กาฟรีโลวางเอกสารอีกชุดบนโต๊ะครู คาบนี้อาจารย์ไม่เข้า ให้เอาชีทไปทำการบ้านกันเอง เขาบอกเพื่อนร่วมชั้น แต่ไม่มีใครสนใจเขา ทุกคนต่างจับกลุ่มคุยกันหัวเราะเสียงดังลั่น ปฏิบัติเหมือนกาฟรีโลเป็นแค่ฝุ่นอากาศไม่มีตัวตน โจเซฟเห็นความเปลี่ยนแปลงของเพื่อนๆ ได้อย่างชัดเจน แต่เธอก็ไม่ได้เห็นใจเด็กหนุ่มผู้โอหังเลย เพราะเธอเห็นว่ามันก็สาสมดีแล้ว

ก่อนปฎิวัติ ไม่ว่าบุตรชายประธานาธิบดีจะพูดอะไรทุกคนในชั้นก็จะรีบทำตาม เพราะเกรงกลัวอำนาจเบื้องหลัง และอีกส่วนก็เป็นเพราะกาฟรีโลเป็นคนเพียบพร้อมไปทุกอย่าง ทั้งสายตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในตัวเองเมื่อมองมาก็ยากที่จะปฏิเสธ แต่ตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว พ่อของกาฟรีโลหมดสิ้นซึ่งอำนาจและถูกตราหน้าตลอดไปว่าเป็นประธานาธิบดีตกอับที่ถูกทหารขับไล่ กาฟรีโลเปลี่ยนสถานะมาจากลูกคนรวยมีอำนาจ มาเป็นลูกคนธรรมดาที่ครอบครัวอาจถูกยึดทรัพย์ มีหลายคนริษยากาฟรีโล และด้วยความริษยาและชิงชังทำให้พวกเขาสะใจที่ครอบครัวฟีเดลต้องสะดุดแทนที่จะให้ความเห็นใจตามมนุษยธรรม เมื่อไม่มีอำนาจเป็นเกราะกำบัง ความเกลียดชังและความอิจฉาริษยา กลั่นออกมาเป็นการปฏิบัติอย่างเย็นชาต่อเด็กหนุ่ม ไม่มีใครเกรงใจกาฟรีโลอีกแล้ว

กาฟรีโลเดินกลับที่นั่งริมหน้าต่างหลังห้องของตัวเอง ตั้งแต่ชั้นประถมเขาก็นั่งอยู่ที่นั่งหลังห้อง ไม่เคยมีเพื่อนสนิท ไม่เคยสังสรรค์กับเพื่อนหลังเลิกเรียนเพราะมีต้องร่วมงานกับที่บ้าน เข้าชมรมยิงปืนกับคริกเก๊ตไปก็เพื่อเล่นกีฬาไม่ได้เอาไว้หาเพื่อน เวลาจับกลุ่มทัศนศึกษาหรือทำรายงาน ไม่มีใครเลือกเขาเอาเข้ากลุ่มเพราะเห็นความเป็นเพื่อนสนิทมาก่อน แต่เอาเขาเข้ากลุ่มเพราะอยากได้ชื่อว่า ฉันเป็นเพื่อนกับลูกชายประธานาธิบดีอีกเพื่อใช้มันสมองของเขา กาฟรีโลรู้เรื่องนี้มาตลอดแต่ไม่ได้เอามาเป็นปมด้อยให้ต้องสนใจ เขาแค่เล่นไปตามบท มองคนที่ผ่านมาผ่านในชีวิตแค่ผิวเผินเป็นตัวแสดง คติของเขาคือยิ่งมีคนใช้ประโยชน์ ก็จะต้องใช้ประโยชน์จากคนๆนั้นให้มากกว่า

จากนี้ไปกาฟรีโลคงทำตัวแบบเดิมไม่ได้อีก เขาก็คงต้องปรับตัวจริงๆ อย่างที่ภีมะเคยบอก แต่เขาจะไม่ยอมรับว่านี้คือคราวตกต่ำของชีวิตเด็ดขาด เพราะสักวันไอ้ระบอบการปกครองนี้จะต้องจบลง ระหว่างนี้เขาก็จะไม่กราบกรานยกใครให้ไปเป็นเจ้าชีวิต

ประตูห้องเรียนเปิดอีกครั้ง คราวนี้เรียกเสียงฮือฮาจากนักเรียนได้ทั้งห้อง เพราะคนที่เปิดประตูเข้ามาคือคลอทด์ โรแรงค์ หนุ่มเซอคนดังของโรงเรียน

คลอทด์สวมเสื้อแจ็คเก๊ตหนังสีดำกับกางเกงแสลคและรองเท้าหนังขัดมันวาว ใส่น้ำมันที่เส้นผมดำคลับ ไว้ลายเด็กแนวแบบย้อนยุค เขาเดินเข้ามาหยุดที่กลางห้อง ยิ้มให้โจเซฟ  และไม่มีสัญญาณบอกใดๆ ไปมากกว่านั้น โจเซฟสลัดภาพของราชินีเป็นเด็กสาวธรรมดา ลุกจากเก้าอี้ไปโผเข้าไปกอดคนรักไว้แน่น

 เธอรั้งตัวเขา ตลอดระยะเวลาที่ไม่ได้เจอเป็นเดือนนั้นยาวนานเหมือนเป็นปี ทุกครั้งที่คิดถึงแต่ไม่มีทางไปหาได้ ไม่มีทางได้สัมผัสตัวจริงนอกจากจินตนาการ โจเซฟร้องไห้ ปล่อยความทรมานที่อัดอั้นอยู่ด้วยน้ำตาแทนคำพูด

คลอทด์ลูบเส้นผมของโจเซฟกระซิบบอกเด็กสาวให้หยุดร้อง แซลลี่ทำตาโต หน้าร้อนผ่าว แต่ในใจเป็นปลื้ม เพื่อนร่วมผิวปากยินดีที่ได้เป็นศักขีพยานฉากรักของพระราชินีกับหนุ่มจิตรกร

หลังเลิกเรียนเจอกันที่เดิมนะคลอทด์บอก เช็ดน้ำตาจากแก้มโจเซฟ  เด็กสาวพยักหน้าตกลง ปล่อยตัวรุ่นพี่ไป

ที่เดิมอะไรเหรอจ๊ะ?” แซลลี่กระทุ้งถามพระราชินี โจเซฟเขินหน้าแดงเป็นลูกตำลึงรีบแก้ตัวเสียงแข็ง ไม่มีอะไรหรอกน่า!” แซลลี่หัวเราะท้องแข็ง  โจเซฟก็ยังเป็นโจเซฟคนเดิม และไม่มีใครเหมาะกับเธอไปมากกว่ารุ่นพี่คลอดทด์

ระหว่างนั้น กาฟรีโลแอบจ้องมองโจเซฟผ่านขอบหนังสือที่ยกขึ้นมาอ่าน

พระราชินีทรงคบหาอยู่กับคลอทด์ โรแรงค์ จริงๆ อย่างที่ได้ยินมา....

 

-----------------------------------------------

 

เลิกเรียน โจเซฟมาหาคลอทด์ที่ห้องชมรมศิลปะ ที่เดิม และเป็นสถานที่นัดแห่งเดียวของเธอกับคลอทด์ เธอให้พวกบอดี้การ์ดไปพัก และบอกว่าพระราชินีทรงต้องการเวลาเป็นส่วนตัว โจเซฟหวังจะได้เจอคลอทด์ทันทีเมื่อไปถึง แต่พอเปิดประตูเข้า ไป ร่างที่เธอได้เห็นกลับกลายเป็นบุคคลที่ไม่คาดคิด

กาฟรีโลนั่งอยู่บนเก้าอี้วาดรูป เปิดหนังสือรวมภาพถ่ายเล่มหนึ่ง ดูภาพอย่างพินิจพิเคราะห์ ที่แล้วมาโจเซฟีนนึกตลอดว่าคนอย่างกาฟรีโลคงไม่มีทางชื่นชมกับความสวยงามของศิลปะได้ คงได้แต่อยู่ชุมนุมยิงปืนที่มีแต่การทำลาย ทำลาย ทำลาย หรือไม่ก็หนังสือกฎหมายจืดชืด แล้วทำไมกาฟรีโลถึงมาอยู่ที่นี้ได้? โจเซฟถามตัวเอง แต่เธอก็ยังหาเหตุผลดีๆ ไม่ได้

เด็กหนุ่มรีบมาที่ห้องชุมนุมศิลปะหลังเลิกเรียน กาฟรีโลคิดไว้อยู่แล้วว่า ที่เดิมที่ได้ยินตอนแซลลี่แซวโจเซฟคงไม่พ้นห้องชุมนุมศิลปะ ที่ที่คลอทด์จะอยู่ในโรงเรียนนี้ก็มีแค่ห้องชุมนุมศิลปะนี้กับสนามรักบี้ เขามารอที่นี้เพื่อให้เห็นกับตาว่าสมมุติฐานของเขาถูกต้องและต้องการศึกษางานภาพวาดของคลอทด์ก่อนที่จะเริ่มแผนการ

งานของรุ่นพี่โรแรงค์สวยจริงๆ ลายเส้นบางเบาแต่ก็ให้อารมณ์รุนแรงกาฟรีโลเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน เขามองดูภาพวาดสีน้ำรูปตึกของโรงเรียนฝีมือคลอทด์ที่วางอยู่บนชั้น แต่งานของรุ่นพี่ก็ยังขาดความเป็นตัวของตัวเองอยู่มาก อิทธิพลที่ได้รับมาจากพวกอิมเพรสชั่นนิสต์ก็ปรากฎในงานชัดเกินไป.. เขาต่อ

โจเซฟไม่เข้าใจว่ากาฟรีโลพูดถึงอะไร และทำไมอยู่ๆ เขาถึงออกปากวิจารณ์งานของคลอทด์  เธอยืนนิ่ง รอให้กาฟรีโลพูดให้จบ

รุ่นพี่โรแรงค์คงลำบากใจน่าดูที่ต้องเดินวัดรอยเท้าของคุณพ่อ ภาพถ่ายของพ่อของรุ่นพี่ แสดงออกถึงความเป็นจริงอันแสนเศร้าออกมาเป็นภาพขาวดำ รูปถ่ายของเหยื่อสงคราม รูปของหญิงสาวนอนสงบท่ามกลางดอกไม้ในโลงศพ ความตายที่พรากความสวยงามของวัยเยาว์ ความน่าสยดสยองมารวมกับความสวยงาม ... กาฟรีโลบรรยายพร่ำเพ้อเป็นพวกจิตรกรสติหลุด แต่ใบหน้าของเขาจริงจังและพุ่งตรงมาที่โจเซฟ

.... นี่แหละเอกลักษณ์ของงานศิลปะที่รุ่นพี่คงไม่มีหาได้เหมือนคุณพ่อของเขา และถ้าไม่สามารถหาเอกลักษณ์ได้ คนคนนั้นก็ไม่ควรเรียกตัวเองว่าเป็นศิลปิน แต่เป็นแค่คนรับจ้างก๊อปปี้รูปวาด เด็กหนุ่มทื้งท้าย แล้วมันก็ทำให้คนฟังคือโจเซฟโกรธจัดเพราะคำพูดไร้กาลเทศะ

นายเป็นใครมาจากไหนถึงมาวิจารณ์งานของรุ่นพี่เสียๆ หายๆ แบบนี้! มันจะมากไปแล้วนะ! นายเคยรู้อะไรเกี่ยวกับงานของรุ่นพี่บ้าง!” เธอพุ่งเข้าไปหากาฟรีโล ต่อว่าเด็กหนุ่มต่อหน้า กล่าวปกป้องคลอทด์ถึงที่สุด

คนที่หาเอกลักษณ์ของตัวเองไม่เจอเป็นได้แค่คนก๊อปปี้รูปวาดเหรอ? เจ็บแสบดีนะ.. พวกฟีเดลท่าทางจะไม่ได้ปากเก่งเฉพาะแต่ในสภาทันใดนั้นคลอทด์ก็มาถึง เขาอยู่ข้างหลังยืนเกาะประตู ได้ยินที่กาฟรีโลวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองทั้งหมด เขายิ้มเป็นปกติ ขัดกับคำพูดแดกดันที่หลุดจากปากฉันจะถือว่าเป็นคำวิจารณ์ไว้ไปปรับปรุงงานแล้วกันคลอทด์เข้ามาดึงหนังสือรวมรูปถ่ายของพ่อออกจากมือกาฟรีโลเอาเก็บกลับไปวางบนชั้น เด็กหนุ่มทั้งสองเงียบสนิท ไม่ได้ส่งความอาฆาตมาดร้ายใส่กัน แต่บรรยากาศกดดันกลับฟุ้งกระจายจนโจเซฟรู้สึกกลัว ความรุนแรงพร้อมจะประทุออกมาได้ทุกเมื่อ

ถ้าไม่มีธุระอะไรก็เชิญออกไปด้วย คลอทด์กล่าวอย่างสุภาพที่สุด ไม่ใส่น้ำเสียงรำคาญหรือโมโห แต่ใครฟังก็รู้ว่าถ้ากาฟรีโลไม่ยอมทำตามคงได้มีเรื่องแน่ๆ กาฟรีโลมองหน้าคลอทด์อยู่พักนึง เขายิ้มและโค้งศีรษะเล็กน้อยเพื่อชื่นชมรุ่นพี่ซึ่งกล้าถือดีกับเขาอย่างไม่มีใครเคยทำมาก่อน แล้วจึงเดินออกจากห้องชมรมศิลปะไป

อยากเข้าไปชกหน้าให้หงายหลังซักป้าป!” โจเซฟบ่นไล่หลัง ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมกาฟรีโลถึงมาโผล่ที่นี้

ไอ้คนแบบนั้นหาเรื่องไปก็ประสาทเสียเปล่าๆ.. คลอทด์บอก ขมวดคิ้วดูภาพวาดของตัวเอง

ถึงจะเตือนโจเซฟไม่ให้ไปใส่ใจกาฟรีโล แต่คำวิจารณ์ของเด็กหนุ่มก็แทงใจเขาอย่างเหลือร้าย

 

 -----------------------------------------------

 

            กาฟรีโลรีบไปที่ห้องพักครูทันทีหลังออกมาจากห้องชุมนุมศิลปะ สงครามเย็นขนาดย่อมที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างเขากับคลอทด์ ปลุกเร่งความรู้สึกสนุกสนานที่ร้างไปจากเด็กหนุ่มเสียนาน ครั้งสุดท้ายที่เขารู้สึกแบบนี้ก็ตอนที่ทำคดีเลี่ยงภาษีของคนในพรรคพ่อเมื่อปีกลาย

ถึงห้องพักครู เด็กหนุ่มมองหน้าเป้าหมาย เขาไปหยุดที่อาจารย์ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง คุณครูก้มหน้าก้มตาตรวจงานของเด็กนักเรียน

            ขอโทษนะครับ อาจารย์เป็นอาจารย์ประจำชั้นของรุ่นพี่คลอทด์ โรแรงค์ใช่ไหมครับ?” กาฟรีโลเข้าไปประชิดกับโต๊ะอาจารย์ ชายวัยกลางคนเงยหน้าขึ้น เอาสูดอากาศเข้าจมูกฟุดฟิด ขยับแว่น เตรียมจะไล่นักเรียนให้มาพบทีหลังเพราะตัวเองกำลังยุ่ง แต่เพราะเห็นว่านักเรียนคนนั้นคือ กาฟรีโล ฟีเดล เขาก็เปลี่ยนเป็นต้อนรับขับสู้เต็มที่ ไม่บ่อยนักที่นักเรียนอันดับหนึ่งผู้หยิ่งยโสของโรงเรียนจะเป็นฝ่ายเริ่มพูดกับอาจารย์ก่อน

โรแรงค์เหรอ? ใช่ ฉันเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาเค้า มีอะไร?” คุณครูดูสนอกสนใจ เห็นอย่างนี้แล้ว กาฟรีโลก็ดำเนินตามแผนของตัวเอง ล่อหลอกให้คู่สนทนาทำตามที่เขาต้องการ

หลังๆ ผมรู้สึกชอบผลงานของรุ่นพี่เขาขึ้นมา คือ.. ผมก็เลยอยากรู้น่ะครับว่ารุ่นพี่โรแรงค์เขาเป็นคนยังไง เด็กหนุ่มกลั้นใจยิ้มแสดงความเขินอาย เขาปั้นหน้าให้ตัวเองดูเป็นปลื้มกับคลอทด์ หมดคราบของเด็กเรียนจริงจังกับชีวิตเป็นนักเรียนธรรมดาที่มีความรู้สึกของวัยรุ่น กาฟรีโลไม่ถนัดเล่นละคร แต่ถ้าถึงเวลาจำเป็นเขาก็บังคับตัวเองให้ทำได้

โอ้โห ไม่น่าเชื่อ เธอก็เป็นแฟนคลับเจ้าโรแรงค์ไปเหรอเนี่ยฟีเดลชายวัยกลางคนหัวเราะ แฟนคลับ... คำนี้แสลงหูกาฟรีโลอย่างแรง แต่เขาจะหยุดตรงนี้ไม่ได้

เป็นใครได้เห็นงานสวยๆ เท่ๆ แบบนี้ก็ชอบหมดแหละครับเด็กหนุ่มย้ำอีกครั้งให้อาจารย์เชื่อสนิทใจ

 เรื่องนิสัยใจคอ ฉันก็ไม่ค่อยรู้นักหรอก เจ้านั้นมันแทบไม่เคยเข้าเรียนเลย ถ้าไม่ใช่ว่ามันเป็นเด็กกิฟต์ศิลปะคงโดนเชิญออกไปนานแล้วเพราะเวลาเรียนไม่พอ ไม่รู้ว่าโดดเรียนไปไหน

ก็รุ่นพี่เขาเป็นพวกทำกิจกรรมเป็นงานหลัก เรียนเป็นงานอดิเรกนี่ครับ

ฮ่า! เพราะว่าเธอปลื้มเขามาก เธอเลยพูดว่าเขาข้างเขามากกว่าล่ะมั้งฟีเดล ชายวัยกลางคนเส้นตื้นยังหัวเราะไม่หยุด กาฟรีโลเริ่มรำคาญ เอาน่า เดี๋ยวมันก็จบแล้ว เขาบอกตัวเอง

แล้ว.. เรื่องการเมืองล่ะครับ..? ทัศนคติของรุ่นพี่เขาต่อเรื่องการเมืองล่ะครับ ผมเห็นงานของรุ่นพี่ใส่สัญลักษณ์ทางการเมืองไปเยอะเหมือนกันกาฟรีโลหลอกถามให้เข้าประเด็นที่ตัวเองต้องการ

            ถ้าหากงานศิลปะนั้นเป็นกระจกที่ช่วยส่องความนึกคิดของตัวศิลปิน งานของคลอทด์ โรแรงค์ก็สะท้อนให้เห็นว่าชายหนุ่มจิตกรเป็นพวกหัวเอียงซ้ายไม่ผิด แค่เพียงได้ดูภาพวาดไม่กี่ภาพ กาฟรีโลก็รู้ว่าคลอทด์ใส่ความคิดทางการเมืองของตัวเองลงไปอย่างแนบเนียน ภาพหนึ่งของคลอทด์ที่ชนะการประกวด เป็นรูปของชายชรานั่งบนเก้าอี้โยก มีหลานชายนั่งอ่านหนังสือปกสีแดงอยู่บนตัก ถ้าดูเผินๆ รูปนี้ก็คงเป็นแค่รูปแสดงความอบอุ่นของครอบครัว และน่าเสียดายที่คนส่วนมาก แม้กระทั่งกรรมการตัดสินรูป มองผ่านส่วนสำคัญ ไม่ได้สังเกตเลยว่า เค้าหน้าของชายชราคือวลาดิเมียร์ เลนนิน ผู้นำการปฎิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียต ภาพนี้คือภาพของผู้นำการปฏิวัติโอบอุ้มเหล่าผู้ศรัทราในระบอบปกครองที่เขาได้ทำให้กลายเป็นความจริง ใช้สัญลักษณ์แทนเป็นชายชราและเด็กชายกำลังอ่านหนังสือปกสีแดง (แต่ถ้าให้วิจารณ์ตรงๆ กาฟรีโลก็ยังคิดว่าคลอทด์ใส่สัญลักษณ์ในงานอย่างตื้นเขิน เหมือนพวกศิลปินซ้ายไร้เดียงสาที่ยังหาเอกลักษณ์ไม่ได้อยู่ดี)   

แรงใช่เล่นเลยล่ะ ปากไม่มีหูรูดเรื่องการเมือง ครูยักไหล่ ไม่รู้ตัวเลยว่าติดกับเข้าซะแล้ว

แล้วเรื่องม๊อบล่ะครับ?”

อ้อ ตอนมีม๊อบไล่รัฐบาลเอาราชวงศ์ เขาก็ประกาศตัวเป็นศัตรูกับม๊อบเลย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะเห็นด้วยกับรัฐบาลนะ

กาฟรีโลเลิกคิ้วเมื่ออาจารย์พูดถึงรัฐบาล เขาก็คาดไว้แล้วว่าคลอทด์คงไม่ได้ชอบพรรคของพ่อเขานัก ดูจากที่เขาแสดงออกกับลูกชายหัวหน้าพรรคก็รู้ 

เอ่อ.. ฉันไม่ควรพูดใช่ไหม?” ครูรีบเปลี่ยนเรื่อง เขาเข้าใจผิดนึกว่าตัวเองทำให้ลูกศิษย์รู้สึกไม่ดี

 ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากนะครับอาจารย์

เด็กหนุ่มลาเหยื่อ บอกขอบใจความโง่เขลา

เป็นอย่างที่คิด พล็อตของนิยายเรื่องนี้วางไว้แน่นอนแล้ว หนุ่มฝ่ายซ้ายพบรักกับพระราชินีผู้เป็นปราการแห่งระบอบเก่า ถ้าเป็นตามนิยายแล้วชายหนุ่มที่ตกอยู่ในห้วงรักหัวปักหัวปำคงเปลี่ยนอุดมการณ์ตัวเองและสวามิภักดิ์แก่องค์ราชินี แต่เรื่องจริงไม่มีทางเป็นอย่างนิยายพาฝันเนื้อเรื่องแจ่มใส หากใส่ไฟคงไปอีกสักนิด อุดมการณ์นั้นจักทำลายความรักจนหมดสิ้น

กาฟรีโลยิ้มให้ตัวเอง ข้อมูลทุกอย่างยืนยันแล้ว เท่านี้การเข้าถึงคลอทด์ โรแรงค์ก็ง่ายนิดเดียว!



------------------------------------------------------

 

Republican Nostalgia ตอนต่อไป
ความรักระหว่างโจเซฟกับคลอทด์กำลังหวานชื่น แต่กาฟรีโลทำอะไรอยู่ที่ฉากหลัง
?

รุ่นพี่ ผมมีเรื่องอยากคุยกับรุ่นพี่ครับ

การคบหากับคลอทด์ โรแรงค์จะนำภัยมาสู่ฝ่าบาท

พี่อยากสร้างโลกที่ทุกคนอยู่บนโลกนี้อย่างสงบสุข ใครจะว่ามันเป็นแค่เรื่องฝันกลางวันก็ไม่เป็นไรหรอก

ใจจริงผมอยากใช้คลอทด์ โรแรงค์ให้เป็นประโยชน์ แต่ว่า.. ในเมื่อพวกคุณพ่ออยากจัดการแบบนั้น ก็ช่วยไม่ได้..

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กาฟีลจังช่างเด็กเด็กหนุ่มที่น่า...ขยะแขยง♥
ตอนนี้สนุกค่ะ อ่านแล้วตื่นเต้นเป็นระยะๆ
คนที่เดาความคิดไม่ได้นี่ดีจังเลยน๊า~

#1 By Aijou~ on 2008-11-19 09:34

รุ่นพี่โรแรงค์เป็นคอมมิวนิสต์!!!

ไม่คิดบ้างเรอะว่าโรแรงค์อาจจะเปลี่ยนโจเซฟีนให้เป็นผู้นำปฏิวัติสังคมนิยมเอง 555
ทั่นประธานค้าาาาาาาาา!!!!!!
ดั้นเช็คเมลฉบับที่ส่งไปแล้ว (ในเมลบอกซ์ของตัวเอง)
พบว่ามันเป็นฉบับที่ตรวจแก้อย่างถูกต้องแล้วนะค้าาาาาา

ตกลงปริศนาทั้งหมด มันเกิดจากทั่นประธานเองป่าวค้าาาา
=T^T=

#3 By auntie_fussy (203.146.82.53) on 2008-11-23 23:27

Recommend

free counters