Republican Nostalgia

ตอนที่ 11 เด็กหนุ่มในแสงไฟ

 

เย็นวันนี้ชมรมรักบี้มีแข่งขันคัดตัวแทนเขต คลอทด์ถูกเรียกตัวไปช่วยทีมด้วย ที่จริงแล้วเขาไม่ได้อยู่ชมรมรักบี้ แต่ก็มีเพื่อนหลายคนอยู่ในชมรมนี้ มันบอกว่าถ้าช่วยเล่นให้ เย็นนี้จะพาไปเลี้ยงข้าว เขาตอบตกลง คิดๆ ดูก็เพราะไม่อยากกลับบ้านไปเจอเอมิลตอนเวลาอาหารเย็น
            นับแต่ภาพของเขากับโจเซฟขึ้นหราอยู่บนหน้าหนึ่งแท็บลอยด์  ก็เริ่มมีตำรวจมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ บ้านครอบครัวโรแรงค์ จนแม่ของเขาเริ่มสงสัย โชคดีที่บ้านไม่มีใครอ่านแท็บลอยด์ เลยยังไม่รู้เรื่องรูปแอบถ่าย แต่เอมิลจมูกไว ไม่ช้าก็คงระแคะระคายแล้วก็มาคาดคั้นจากเขาให้ได้ เอมิลน่ะปากมาก ถ้าคลอทด์มีเรื่องอะไรก็ไม่รู้จักสงบปากสงบคำ จะเล่าให้แม่ฟังตลอด แม่ก็เลยพลอยกังวลไปด้วย คลอทด์รู้ว่าเขาไม่ควรปฏิเสธความหวังดีของพี่ชาย แต่ความห่วงใยที่มากเกินไปของเอมิลบางครั้งก็กลายเป็นวิตกจริตแทน
            การแข่งขันผ่านไปได้ด้วยดี ทีมของโรงเรียนมัธยมปลายไวมาห์ชนะขาดลอย ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความรวดเร็วและปราดเปรียวของคลอทด์ด้วย เพื่อนรวมทีมต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับเขาเมื่อจบเกม
           
เฮ้ นั่นแฟนคลับคนใหม่ของนายหรือเปล่า ท่านราชบุตรเขยเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งพูดขึ้นพลางชี้นิ้วไปที่ ที่มุมหนึ่งของแสตนด์ คลอทด์ไม่ขำด้วยเลยที่เอาเรื่องเขากับโจเซฟมาเล่นแบบนี้
            ห่างจากที่ที่กองเชียร์กลุ่มใหญ่ กาฟรีโล นั่งอ่านหนังสือนิ่งๆ อยู่คนเดียว ที่ผ่านมาไม่ได้สนใจการแข่งขันในสนาม
            พูดมากว่ะ ถอยไปเลยไป คลอทด์ผลักเพื่อนขี้เล่นให้พ้นทาง มีเสียงหัวเราะชอบใจของเพื่อนๆ ไล่หลัง ทุกคนรู้ว่านายโรงแรงค์เกลียดพวกเส้นสายนักการเมืองยิ่งกว่าแมลงสาบ คลอทด์พอเห็นหน้ากาฟรีโลมานั่งดูด้วยแทนที่จะเป็นโจเซฟก็หมดอารมณ์ยินดีกับชัยชนะ ตอนนี้เขาเข้าใจโจเซฟแล้วว่าทำไมโจเซฟถึงเกลียดไอ้เด็กนี่นัก ลูกนักการเมืองโอหัง ถือตัว อวดดี แต่ความจริงก็เหลาะแหละ ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ดูภาพของเขาแค่ไม่กี่รอบก็วิจารณ์ฉอดๆ เหมือนพวกศิลปินขาใหญ่ และที่สำคัญคำวิจารณ์ของกาฟรีโลที่จงใจเอางานของคลอทด์ไปเทียบกับงานภาพถ่ายของพ่อ ก็บาดลึกถึงจิตใจของคนวาด
            จริงอยู่ที่มันก็ไม่ใช่ความผิดของกาฟรีโล เขารู้สึกขอบคุณคนที่กล้าวิจารณ์งานๆ ของเขาตรงๆ และคิดเสมอว่าด้วยวัยวุฒิของเขาตอนนี้ เขาคงไม่อาจหลุดพ้นจากเงาของพ่อได้ แต่ถ้าจะให้เขาอารมณ์เสียเพราะวิธีการพูดจากับกริยาชวนโมโหของกาฟรีโลมันก็อีกเรื่อง....
            ระหว่างที่มีการแข่งขัน กาฟรีโลอ่านหนังสือ
Das Kapitol ของคาร์ล มาร์กซ์ ต่อมาถึงครึ่งเล่มแล้ว หนังสือเล่มนี้คือไบเบิ้ลของพวกนักปฎิวัติฝ่ายซ้ายทั้งหลาย แต่อ่านไปกาฟรีโลก็ไม่เข้าใจความคิดของพวกคอมมิวนิสต์อยู่ดี สักวันหนึ่งกรรมกรจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินเหรอ? คงเป็นจินตนาการที่เพ้อๆ ฝันกับการที่สักวันนางฟ้านางสวรรค์จะลงมาโปรดมนุษย์นั้นแหละ  แต่มันก็คงเหมาะกับคนช่างฝันทั้งหลายดี เด็กหนุ่มปิดหน้าหนังสือ เขามารอเจอคลอทด์หลังเกมการแข่งขัน
            เมื่อเห็นคลอทด์แยกตัวออกจากเพื่อนไปล้างหน้าที่ก๊อกน้ำ กาฟรีโลเดินตามคลอทด์ไป ย่องไปยืนหลบๆ อยู่ข้างหลัง เขารอจังหวะให้
            มีอะไร?” คลอดท์เปิดถามอย่างรำคาญ
            รุ่นพี่โรแรงค์ ผมมีเรื่องอยากคุยกับรุ่นพี่ครับ
            มีอะไรก็ว่ามาเร็วๆ นายก็รู้ว่าฉันไม่ได้ชอบขี้หน้านายนัก...
            เด็กหนุ่มคิดไว้อยู่แล้วว่าคลอทด์กับเขาคงไม่ได้พูดจากันดีๆ แน่นอน คงต้องเหน็บแนมกันอีกหลายครั้ง
           
รุ่นพี่คบกับโจเซฟีน แดนตั้นอยู่ใช่ไหมครับ? แต่ว่าตอนนี้โจเซฟีน ก็กลายเป็นพระราชินีแล้ว..กาฟรีโลเริ่มเรื่อง แต่ก็ดูจะเป็นการเปิดประเด็นที่รวบรัดไปสักหน่อย
            จะพูดอะไรกันแน่?”
            รุ่นพี่ครับ รุ่นพี่คงไม่ได้ชอบระบอบนี้เท่าไหร่สินะครับ?
            ระบอบนี้?”
            ก็อย่างที่เป็นอยู่นี่.. รุ่นพี่ไม่รู้สึกอึดอัดบ้างเหรอครับที่คนรักของตัวเองกลายเป็นพระราชินีในชั่วข้ามคืน? ทั้งๆ ที่พวกราชวงศ์เป็นปรปักษ์กับอุดมการณ์ของรุ่นพี่เองแท้ๆ...
            คลอทด์เช็ดหน้าด้วยผ้าขนหนู แล้วสะบัดผ้าแหวกอากาศให้เสียงดังระบายอารมณ์ ทำไมคนที่ไม่เคยรู้จักมักจี่กับเขาถึงมองออกอย่างทะลุปรุโปร่งแบบนี้.. ใช่ คลอทด์อึดอัดกับการที่โจเซฟเป็นราชินีมาตลอดจริงๆ วันที่โจเซฟขึ้นครองราชย์เขานั่งดูถ่ายทอดสดอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน แต่เขาไม่ได้ตั้งสมาธิไปที่รายการบนหน้าจอเลย มัวแต่คิดถึงอนาคตระหว่างเขากับเธอ จากนี้ไปเขาจะทำอย่างไรดี?  คนที่อยู่ในพิธีไม่ใช่โจเซฟอีกต่อไปแล้ว เป็นพระราชินี เป็นประมุขของรัฐ เป็นสัญลักษณ์ของระบอบที่เขาไม่ชื่นชม แต่เขาจะทำอะไรได้ในเมื่อเธอถูกกลืนไปเป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองไปเสียแล้ว? ถ้าหากเขาจะไปขัดตอนนี้ก็มีแต่ได้ถูกเฟืองนั้นบดขยี้ สิ่งที่เขาทำได้คือทำตัวเป็นปกติที่สุด พยายามไม่แสดงออกว่ากังวลเรื่องนี้เวลาอยู่กับโจเซฟ และไม่ซักไซ้ว่าทำไมโจเซฟถึงได้เป็นราชินี แต่เขาก็อดรู้สึกเหมือนถูกพรากคนสำคัญไปจากชีวิตทีละเล็กทีละน้อยไม่ได้
            รุ่นพี่คงคิดว่าผมมาพูดที่นี้ในฐานะตัวแทนของคุณพ่อ.. แต่ผมอยากให้รุ่นพี่ลองฟังผมก่อน
            แน่นอน คู่สนทนาอีกฝ่ายไม่เชื่อคำพูดนี้เท่าไหร่นัก กาฟรีโล ฟีเดลก็คือร่างทรงจอร์จ ฟีเดล ดีๆ นี่เอง
            หลายคนเดี๋ยวนี้คิดว่าการปฏิวัติล้มล้างราชวงศ์คือเรื่องที่ผิดพลาด เด็กหนุ่มพูดข้างเดียวต่อ แต่ผมเชื่อว่ารุ่นพี่ไม่คิดอย่างนั้น การล้มล้างราชวงศ์เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ตลอดเวลาที่เรามีราชวงศ์ เรานำการเมืองและอุดมการณ์สร้างชาติไปผูกติดกับความเชื่อแล้วตัวบุคคล องค์มหาราชาอาจเป็นนักปกครองที่ยิ่งใหญ่ ข้อนี้ผมไม่ปฏิเสธ แต่สิ่งที่ตามคือการปิดกั้นและอำนาจที่ตรวจสอบไม่ได้ รอเป็นระเบิดเวลาซึ่งสุดท้ายกลับมาทำลายราชวงศ์เอง ถึงกระนั้นสิ่งที่เราได้มาจากการทำลายครั้งนั้น คือการปกครองที่เรามีสิทธิเลือกได้ด้วยตัวเองและการมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง ไม่ใช่มีชีวิตอยู่ให้ใครเป็นเจ้าชีวิต หากเรานำการปกครองที่ย้อนกลับไปเมื่อ 80 ปีก่อนกลับมาอีก เราก็จะสูญเสียสิ่งที่เราเคยมีตลอดกาล
            หึ! พูดจาอย่างกับพวกนักการเมืองหวงก้างเลยนะ อีกฝ่ายประชด แต่ในใจตัวเองก็ไม่ได้คิดต่างจากที่ลูกชายอดีตประธานาธิบดีว่ามานัก
            แล้วใครบ้างล่ะครับที่ไม่หวงของตัวเอง?” กาฟรีโลถามกลับ แต่.. เรายังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงกลับมาเป็นเหมือนเดิม สมัยที่เรายังเป็นสาธารณรัฐ และคนอย่างรุ่นพี่คือกำลังสำคัญของพวกเรา
            ฉันไม่ทำงานให้พวกฟีเดล...
            ผมก็ไม่ได้ชักชวน เพียงแค่พูดถึงความเป็นไปได้
            พอได้แล้ว...
            ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ถ้าโจเซฟีนยังคงเป็นพระราชินีต่อไป รุ่นพี่คงไม่มีวันได้ลงเอยกับเธอแน่ๆ เพราะรุ่นพี่ก็เป็นแค่สามัญชนกาฟรีโล แต่ว่าถ้าทำให้เธอกลับมาเป็นสามัญชน...
           
เลิกเพ้อเจ้อสักทีได้ไหม?” คลอทด์พูดแทรก นึกว่าฉันมองไม่ออกเหรอ? เลิกใช้ลูกไม้ง่ายๆ แบบนั้นซะที แกก็พูดพล่อยๆ ใช้คำโกหกสวยหรูแบบนักการเมืองของแกได้ทุกอย่าง พวกแกหลอกคนอื่นให้มีความหวังได้ แต่อย่ามาทำกับฉัน ฉันไม่มีวันเชื่อใจพวกแก.. คลอทด์ไม่แคร์เรื่องเหมาะสมไม่เหมาะสมอีก ด่าทอเลยไปถึงครอบครัวฟีเดล แอบสมเพชนิดๆ ที่การเลี้ยงดูของครอบครัวนี้ทำให้เด็ก ม. 4 ที่ควรจะเป็นวัยรุ่นใช้ชีวิตสดใส แต่กลับมาลอกเลียนนิสัยของผู้ใหญ่ใกล้ตัวจนคำพูดคำจาเหมือนพวกนักการเมืองขายฝันไม่มีผิด
            ใช่ครับ ผมก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าคงใช้วิธีง่ายๆ กับคนหัวแข็งอย่างรุ่นพี่ไม่ได้ แต่ที่พูดนี่ก็อยากให้รุ่นพี่ตรึกตรองถึงเหตุผลทุกอย่าง แล้วก็คิดทบทวนกับตัวเองให้ดี รุ่นพี่ไม่มีวันเป็นคนเดิมได้ และโจเซฟีนก็ไม่ใช่คนเดิมแล้วเหมือนกัน คนที่มีไหวพริบ ไม่ใช่นักเรียนดาดๆ อย่างคนอื่นอย่างรุ่นพี่คงคิดได้ด้วยตัวเองนับเห็นโจเซฟีนขึ้นครองราชย์แล้วใช่ไหมครับ?”
            ฉันบอกให้หุบปาก..
           
ถ้าผมเป็นรุ่นพี่ ผมคงจะไม่ดันทุรังยื้อความสัมพันธ์ต่อไปเพราะมันเปล่าประโยชน์ รุ่นพี่จะฝืนทำสิ่งที่ทำให้ตัวเองเจ็บปวดไปทำไม? สู้ทำลายสิ่งใหญ่ที่ขัดขวางใ