[FIC] Republican Nostalgia ตอนที่ 11 เด็กหนุ่มในแสงไฟ
posted on 01 Feb 2009 12:15 by bosie
Republican Nostalgia
ตอนที่ 11 เด็กหนุ่มในแสงไฟ
เย็นวันนี้ชมรมรักบี้มีแข่งขันคัดตัวแทนเขต
คลอทด์ถูกเรียกตัวไปช่วยทีมด้วย ที่จริงแล้วเขาไม่ได้อยู่ชมรมรักบี้
แต่ก็มีเพื่อนหลายคนอยู่ในชมรมนี้ มันบอกว่าถ้าช่วยเล่นให้
เย็นนี้จะพาไปเลี้ยงข้าว เขาตอบตกลง คิดๆ ดูก็เพราะไม่อยากกลับบ้านไปเจอเอมิลตอนเวลาอาหารเย็น
นับแต่ภาพของเขากับโจเซฟขึ้นหราอยู่บนหน้าหนึ่งแท็บลอยด์ ก็เริ่มมีตำรวจมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ
บ้านครอบครัวโรแรงค์ จนแม่ของเขาเริ่มสงสัย โชคดีที่บ้านไม่มีใครอ่านแท็บลอยด์
เลยยังไม่รู้เรื่องรูปแอบถ่าย แต่เอมิลจมูกไว
ไม่ช้าก็คงระแคะระคายแล้วก็มาคาดคั้นจากเขาให้ได้ เอมิลน่ะปากมาก
ถ้าคลอทด์มีเรื่องอะไรก็ไม่รู้จักสงบปากสงบคำ จะเล่าให้แม่ฟังตลอด
แม่ก็เลยพลอยกังวลไปด้วย คลอทด์รู้ว่าเขาไม่ควรปฏิเสธความหวังดีของพี่ชาย
แต่ความห่วงใยที่มากเกินไปของเอมิลบางครั้งก็กลายเป็นวิตกจริตแทน
การแข่งขันผ่านไปได้ด้วยดี
ทีมของโรงเรียนมัธยมปลายไวมาห์ชนะขาดลอย
ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความรวดเร็วและปราดเปรียวของคลอทด์ด้วย
เพื่อนรวมทีมต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับเขาเมื่อจบเกม
“เฮ้
นั่นแฟนคลับคนใหม่ของนายหรือเปล่า ท่านราชบุตรเขย” เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งพูดขึ้นพลางชี้นิ้วไปที่
ที่มุมหนึ่งของแสตนด์ คลอทด์ไม่ขำด้วยเลยที่เอาเรื่องเขากับโจเซฟมาเล่นแบบนี้
ห่างจากที่ที่กองเชียร์กลุ่มใหญ่
กาฟรีโล นั่งอ่านหนังสือนิ่งๆ อยู่คนเดียว ที่ผ่านมาไม่ได้สนใจการแข่งขันในสนาม
“พูดมากว่ะ
ถอยไปเลยไป” คลอทด์ผลักเพื่อนขี้เล่นให้พ้นทาง
มีเสียงหัวเราะชอบใจของเพื่อนๆ ไล่หลัง
ทุกคนรู้ว่านายโรงแรงค์เกลียดพวกเส้นสายนักการเมืองยิ่งกว่าแมลงสาบ
คลอทด์พอเห็นหน้ากาฟรีโลมานั่งดูด้วยแทนที่จะเป็นโจเซฟก็หมดอารมณ์ยินดีกับชัยชนะ
ตอนนี้เขาเข้าใจโจเซฟแล้วว่าทำไมโจเซฟถึงเกลียดไอ้เด็กนี่นัก ลูกนักการเมืองโอหัง
ถือตัว อวดดี แต่ความจริงก็เหลาะแหละ ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง
ดูภาพของเขาแค่ไม่กี่รอบก็วิจารณ์ฉอดๆ เหมือนพวกศิลปินขาใหญ่
และที่สำคัญคำวิจารณ์ของกาฟรีโลที่จงใจเอางานของคลอทด์ไปเทียบกับงานภาพถ่ายของพ่อ
ก็บาดลึกถึงจิตใจของคนวาด
จริงอยู่ที่มันก็ไม่ใช่ความผิดของกาฟรีโล
เขารู้สึกขอบคุณคนที่กล้าวิจารณ์งานๆ ของเขาตรงๆ
และคิดเสมอว่าด้วยวัยวุฒิของเขาตอนนี้ เขาคงไม่อาจหลุดพ้นจากเงาของพ่อได้
แต่ถ้าจะให้เขาอารมณ์เสียเพราะวิธีการพูดจากับกริยาชวนโมโหของกาฟรีโลมันก็อีกเรื่อง....
ระหว่างที่มีการแข่งขัน กาฟรีโลอ่านหนังสือ
Das Kapitol ของคาร์ล มาร์กซ์ ต่อมาถึงครึ่งเล่มแล้ว
หนังสือเล่มนี้คือไบเบิ้ลของพวกนักปฎิวัติฝ่ายซ้ายทั้งหลาย
แต่อ่านไปกาฟรีโลก็ไม่เข้าใจความคิดของพวกคอมมิวนิสต์อยู่ดี สักวันหนึ่งกรรมกรจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินเหรอ? คงเป็นจินตนาการที่เพ้อๆ ฝันกับการที่สักวันนางฟ้านางสวรรค์จะลงมาโปรดมนุษย์นั้นแหละ แต่มันก็คงเหมาะกับคนช่างฝันทั้งหลายดี
เด็กหนุ่มปิดหน้าหนังสือ เขามารอเจอคลอทด์หลังเกมการแข่งขัน
เมื่อเห็นคลอทด์แยกตัวออกจากเพื่อนไปล้างหน้าที่ก๊อกน้ำ
กาฟรีโลเดินตามคลอทด์ไป ย่องไปยืนหลบๆ อยู่ข้างหลัง เขารอจังหวะให้
“มีอะไร?”
คลอดท์เปิดถามอย่างรำคาญ
“รุ่นพี่โรแรงค์
ผมมีเรื่องอยากคุยกับรุ่นพี่ครับ”
“มีอะไรก็ว่ามาเร็วๆ
นายก็รู้ว่าฉันไม่ได้ชอบขี้หน้านายนัก...”
เด็กหนุ่มคิดไว้อยู่แล้วว่าคลอทด์กับเขาคงไม่ได้พูดจากันดีๆ
แน่นอน คงต้องเหน็บแนมกันอีกหลายครั้ง
“รุ่นพี่คบกับโจเซฟีน
แดนตั้นอยู่ใช่ไหมครับ? แต่ว่าตอนนี้โจเซฟีน
ก็กลายเป็นพระราชินีแล้ว..” กาฟรีโลเริ่มเรื่อง
แต่ก็ดูจะเป็นการเปิดประเด็นที่รวบรัดไปสักหน่อย
“จะพูดอะไรกันแน่?”
“รุ่นพี่ครับ
รุ่นพี่คงไม่ได้ชอบระบอบนี้เท่าไหร่สินะครับ?
“ระบอบนี้?”
“ก็อย่างที่เป็นอยู่นี่..
รุ่นพี่ไม่รู้สึกอึดอัดบ้างเหรอครับที่คนรักของตัวเองกลายเป็นพระราชินีในชั่วข้ามคืน?
ทั้งๆ ที่พวกราชวงศ์เป็นปรปักษ์กับอุดมการณ์ของรุ่นพี่เองแท้ๆ...”
คลอทด์เช็ดหน้าด้วยผ้าขนหนู
แล้วสะบัดผ้าแหวกอากาศให้เสียงดังระบายอารมณ์ ทำไมคนที่ไม่เคยรู้จักมักจี่กับเขาถึงมองออกอย่างทะลุปรุโปร่งแบบนี้..
ใช่ คลอทด์อึดอัดกับการที่โจเซฟเป็นราชินีมาตลอดจริงๆ
วันที่โจเซฟขึ้นครองราชย์เขานั่งดูถ่ายทอดสดอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน
แต่เขาไม่ได้ตั้งสมาธิไปที่รายการบนหน้าจอเลย มัวแต่คิดถึงอนาคตระหว่างเขากับเธอ
จากนี้ไปเขาจะทำอย่างไรดี?
คนที่อยู่ในพิธีไม่ใช่โจเซฟอีกต่อไปแล้ว เป็นพระราชินี เป็นประมุขของรัฐ
เป็นสัญลักษณ์ของระบอบที่เขาไม่ชื่นชม
แต่เขาจะทำอะไรได้ในเมื่อเธอถูกกลืนไปเป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองไปเสียแล้ว? ถ้าหากเขาจะไปขัดตอนนี้ก็มีแต่ได้ถูกเฟืองนั้นบดขยี้ สิ่งที่เขาทำได้คือทำตัวเป็นปกติที่สุด
พยายามไม่แสดงออกว่ากังวลเรื่องนี้เวลาอยู่กับโจเซฟ
และไม่ซักไซ้ว่าทำไมโจเซฟถึงได้เป็นราชินี
แต่เขาก็อดรู้สึกเหมือนถูกพรากคนสำคัญไปจากชีวิตทีละเล็กทีละน้อยไม่ได้
“รุ่นพี่คงคิดว่าผมมาพูดที่นี้ในฐานะตัวแทนของคุณพ่อ..
แต่ผมอยากให้รุ่นพี่ลองฟังผมก่อน”
แน่นอน
คู่สนทนาอีกฝ่ายไม่เชื่อคำพูดนี้เท่าไหร่นัก กาฟรีโล ฟีเดลก็คือร่างทรงจอร์จ ฟีเดล
ดีๆ นี่เอง
“หลายคนเดี๋ยวนี้คิดว่าการปฏิวัติล้มล้างราชวงศ์คือเรื่องที่ผิดพลาด” เด็กหนุ่มพูดข้างเดียวต่อ “แต่ผมเชื่อว่ารุ่นพี่ไม่คิดอย่างนั้น
การล้มล้างราชวงศ์เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ตลอดเวลาที่เรามีราชวงศ์
เรานำการเมืองและอุดมการณ์สร้างชาติไปผูกติดกับความเชื่อแล้วตัวบุคคล
องค์มหาราชาอาจเป็นนักปกครองที่ยิ่งใหญ่ ข้อนี้ผมไม่ปฏิเสธ
แต่สิ่งที่ตามคือการปิดกั้นและอำนาจที่ตรวจสอบไม่ได้ รอเป็นระเบิดเวลาซึ่งสุดท้ายกลับมาทำลายราชวงศ์เอง
ถึงกระนั้นสิ่งที่เราได้มาจากการทำลายครั้งนั้น
คือการปกครองที่เรามีสิทธิเลือกได้ด้วยตัวเองและการมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง
ไม่ใช่มีชีวิตอยู่ให้ใครเป็นเจ้าชีวิต หากเรานำการปกครองที่ย้อนกลับไปเมื่อ 80
ปีก่อนกลับมาอีก เราก็จะสูญเสียสิ่งที่เราเคยมีตลอดกาล”
“หึ! พูดจาอย่างกับพวกนักการเมืองหวงก้างเลยนะ”
อีกฝ่ายประชด แต่ในใจตัวเองก็ไม่ได้คิดต่างจากที่ลูกชายอดีตประธานาธิบดีว่ามานัก
“แล้วใครบ้างล่ะครับที่ไม่หวงของตัวเอง?” กาฟรีโลถามกลับ
“แต่.. เรายังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงกลับมาเป็นเหมือนเดิม สมัยที่เรายังเป็นสาธารณรัฐ
และคนอย่างรุ่นพี่คือกำลังสำคัญของพวกเรา”
“ฉันไม่ทำงานให้พวกฟีเดล...”
“ผมก็ไม่ได้ชักชวน
เพียงแค่พูดถึงความเป็นไปได้”
“พอได้แล้ว...”
“ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป
ถ้าโจเซฟีนยังคงเป็นพระราชินีต่อไป รุ่นพี่คงไม่มีวันได้ลงเอยกับเธอแน่ๆ เพราะรุ่นพี่ก็เป็นแค่สามัญชน”
กาฟรีโล แต่ว่าถ้าทำให้เธอกลับมาเป็นสามัญชน...”
“เลิกเพ้อเจ้อสักทีได้ไหม?” คลอทด์พูดแทรก “นึกว่าฉันมองไม่ออกเหรอ? เลิกใช้ลูกไม้ง่ายๆ แบบนั้นซะที แกก็พูดพล่อยๆ
ใช้คำโกหกสวยหรูแบบนักการเมืองของแกได้ทุกอย่าง พวกแกหลอกคนอื่นให้มีความหวังได้
แต่อย่ามาทำกับฉัน ฉันไม่มีวันเชื่อใจพวกแก..”
คลอทด์ไม่แคร์เรื่องเหมาะสมไม่เหมาะสมอีก ด่าทอเลยไปถึงครอบครัวฟีเดล แอบสมเพชนิดๆ
ที่การเลี้ยงดูของครอบครัวนี้ทำให้เด็ก ม. 4 ที่ควรจะเป็นวัยรุ่นใช้ชีวิตสดใส
แต่กลับมาลอกเลียนนิสัยของผู้ใหญ่ใกล้ตัวจนคำพูดคำจาเหมือนพวกนักการเมืองขายฝันไม่มีผิด
“ใช่ครับ
ผมก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าคงใช้วิธีง่ายๆ กับคนหัวแข็งอย่างรุ่นพี่ไม่ได้
แต่ที่พูดนี่ก็อยากให้รุ่นพี่ตรึกตรองถึงเหตุผลทุกอย่าง
แล้วก็คิดทบทวนกับตัวเองให้ดี รุ่นพี่ไม่มีวันเป็นคนเดิมได้
และโจเซฟีนก็ไม่ใช่คนเดิมแล้วเหมือนกัน คนที่มีไหวพริบ ไม่ใช่นักเรียนดาดๆ
อย่างคนอื่นอย่างรุ่นพี่คงคิดได้ด้วยตัวเองนับเห็นโจเซฟีนขึ้นครองราชย์แล้วใช่ไหมครับ?”
“ฉันบอกให้หุบปาก..”
“ถ้าผมเป็นรุ่นพี่
ผมคงจะไม่ดันทุรังยื้อความสัมพันธ์ต่อไปเพราะมันเปล่าประโยชน์
รุ่นพี่จะฝืนทำสิ่งที่ทำให้ตัวเองเจ็บปวดไปทำไม?
สู้ทำลายสิ่งใหญ่ที่ขัดขวางให้มันพังทลายไปทั้งหมด
แล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่ให้เหมือนหรือคล้ายกับอุดมคติของตัวเองดีกว่า”
“แกจะให้ฉันทรยศโจเซฟีนใช่ไหม?”
คลอทด์ไปที่ข้อสรุป เขาเริ่มหมดความอดทน
คนหนุ่มทั้งสองเหมือนกันตรงที่ต่างคนต่างก็ไม่มีใครชอบราชวงศ์
และต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่แตกหักกันโดยสิ้นเชิงคือ ‘วิธีการ’ เพื่อให้ไปให้ถึงจุดหมาย
พวกฟีเดลขึ้นเรื่องการใช้ผลท้ายสุดมาสร้างความชอบธรรมให้วิธีการอยู่แล้ว
และที่ยิ่งแย่กว่านั้นคือ ถึงจะใช้วิธีการที่เลวร้ายแล้วก็ตามที คนพวกนี้ไม่ก็เคยสัญญาผลลัพธ์อันสวยงามให้สำหรับทุกคนอยู่ดี
หากเกิดผลลัพธ์ที่ผิดพลาดขึ้นมาพวกเขา.. พวกมัน...
ก็จะเริ่มโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่น คลอทด์คิดว่าวิธีการที่ไม่ถูกต้องไม่สามารถนำมาสู่ผลลัพธ์ที่ถูกต้องได้
และไม่มีสิ่งไหนสามารถสร้างความชอบให้วิธีการเลวร้ายแบบของพวกฟีเดลได้ ถ้าต้องถูกบีบบังให้เลือกใช้วิธีการคดโกงแบบนี้
เขาขอยอมตายมากกว่าเลือกทรยศโจเซฟีน
“ถ้าหากการการกระทำที่ดูเหมือนทรยศนั้นแท้จริงคือการช่วยเหลือล่ะครับ..?”
เด็กหนุ่มยักไหลอย่างหยิ่งยะโส “ผมเชื่อว่ามีคนหนุ่มสาวเหมือนเราที่ต้องการสิ่งนี้เหมือนกันและพร้อมจะร่วมมือกับเราเพื่อทำลายสิ่งที่บิดเบี้ยวอยู่ตอนนี้ทิ้งซะ
เปลี่ยนระบอบที่เป็นอยู่ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม!”
คำว่า ‘ทำลาย’ ของกาฟรีโลแสดงให้เห็นว่าเด็กหนุ่มประสงค์ร้ายต่อโจเซฟอย่างชัดแจ้ง
รูปยิ้มของเขา เคลือบด้วยความอาฆาตเหมือนแอปเปิ้ลที่อาบยาพิษ คลอทด์อยากฆ่ากาฟรีโล
เขาไม่ได้คิดเกินเลย เขาอยากให้มันหมดลมหายใจในมือตัวเอง
แก้แค้นความกักฬขะและเจตนาร้ายของมัน แต่เขาได้แค่คิดด้วยโทสะ จะทำจริงๆ ก็ไม่ได้
เพราะที่ผ่านมากาฟรีโลก็ยังไม่ได้พูดอะไรผิดไปจากความจริงเลย ลึกๆ
แล้วเขาก็แอบหวังให้ทั้งหมดนี้เป็นแค่ความฝัน
ตื่นขึ้นมาตอนเช้าโจเซฟก็นั่งรถเมล์มาโรงเรียน ไปเที่ยวกันได้ทุกที่
ไม่ต้อยค่อยหลบ
แต่ไม่มีมีทาง
เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว เขามีหน้าที่อยู่กับปัจจุบันและต้องผ่านมันไปให้ได้
ชายหนุ่มพยายามเลี่ยงไม่ฟัง จนกระทั่ง...
“แต่ถ้ารุ่นพี่ทรยศเธอไม่ได้
ก็ถอนตัวออกมาจากเธอเถอะครับ.... เพราะคนมีคนที่รอคิวอยากกำจัดราชินีอยู่อีกตั้งเยอะ...”
เมื่อกาฟรีโลพูดจบ
ร่างของเขาก็เซถลา เพราะถูกคลอทด์ชกเข้าที่หน้าเต็มแรง
--------------------------------------------------
คาบหน้าไปเรียนที่ห้องคหกรรรม
วันนี้อาจารย์คหกรรมบอกว่าจะสอนปรุงอาหารชาววัง
ทุกคนทั้งห้องตั้งความหวังว่าโจเซฟช่วยให้สอบผ่านเพราะเธอก็เป็น ‘ชาววัง’
คนนึงแล้ว แต่โจเซฟก็รีบปฎิเสธบอกว่า ก็เป็นหน้าที่แค่ผู้กินเท่านั้นแหละ
เพราะเรื่องการบ้านการครัวก็ แล้วถามจริงเถอะนะ ไอ้อาหารชาววังมันต่างจากอาหารไฮโซๆ
ตรงไหน โจเซฟกำลังจะหยิบกล่องดินสอใส่กระเป๋า จะได้เอากลับบ้านไปเลยทีเดียว
ทันใดก็มีนักเรียนชายในห้องเดียวกันวิ่งกระหืดกระหอบเปิดประตู
เขาขอเวลาหายใจให้ทันอยู่ครู่ ก่อนพูด
“รุ่นพี่โรแรงค์กับกาฟรีโล
ฟีเดล ทะเลาะกันที่สนามรักบี้ใหญ่แล้ว!”
ได้ยินเท่านั้น
โจเซฟก็วางกระเป๋าลงเก้าอี้ วิ่งออกไปสนามรักบี้ทันที เธอสังหรณ์ใจกับท่าทางแปลกๆ
ของกาฟรีโลตั้งแต่เจ้านั่นเข้ามาในห้องชมรมศิลปินและก็สาดเทเสียเมื่อวันก่อนแล้ว
กาฟรีโลคงกำลังคิดแผนชั่วอะไรสักอย่างแน่ๆ ลองให้มันจับต้องอะไรแล้วรับรองว่าสิ่งนั้นต้องมีวุ่นวายเอาเข้าแน่ๆ
เธอภาวนาในใจว่าอย่าให้เปิดเรื่องใหญ่โตเลย
เหล่าราชองครักษ์วิ่งตามพระราชินีไปเป็นขบวน
แซลลี่กับดิเอโก้ก็จะวิ่งเข้าไปห้ามโจเซฟด้วย
เริ่มมีนักเรียนมามุงดูกันบ้างแล้วแต่ยังไม่มีอาจารย์มาห้ามเหตุ พอโจเซฟไปถึงเธอก็เห็นกาฟรีโลกับคลอทด์กำลังทุ้มเถียงอะไรกันอย่างรุนแรง
“ลองพูดใหม่ซิ!”
คลอทด์กระชากคอเสื้อกาฟรีโลขึ้นมา
แต่เด็กหนุ่มที่โดนเพิ่งโดนต่อไปเมื่อครู่จนเลือดออกตรงมุมปากกลับทำสีหน้าเยือกเย็นอย่างไม่น่าเชื่อ
“รุ่นพี่เพ้อฝันต่อไปก็ไม่มีประโยชน์กับใครทั้งนั้น
ทั้งตัวรุ่นพี่เองหรือตัวเธอ....” คำยอกย้อนของกาฟรีโลยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้สถานการณ์
คลอทด์ต่อยกาฟรีโลที่ลำตัวอีก คราวนี้คู่กรณียันตัวกำหมัดต่อยกลับ
แต่ก็ไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก เรื่องการต่อสู้ที่กาฟรีโลเคยฝึกมาทั้งชีวิตก็แค่ยิปืน
ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยมือเปล่า
“ทำไมรุ่นพี่ไม่เข้าใจสักที!
โจเซฟีนตอนนี้ไม่ใช่โจเซฟ แดนตั้น
อีกแล้วอะไรๆมันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว!”เด็กหนุ่มยังพยายามโน้มน้าว
แต่ก็ไม่มีใครฟังใครอีกแล้ว
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังยื้อยุด
โจเซฟก็ได้แต่เขย่งเท้ามองอยู่รอบนอกเพราะฝ่ากลุ่มนักเรียนเข้าไปไม่ได้ สองคนนั้นกำลังทะเลาะเรื่องอะไรกันอยู่?
รุ่นพี่ก็ไม่น่าจะฟิวส์ขาดจนทะเลาะเรื่องอะไรใหญ่โตได้นี่? ขอเถอะ! ขออย่าให้เป็นอะไรร้ายแรงเลย!
ทั้งสองแลกหมัดกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
แต่กาฟรีโลเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ครั้งสุดท้ายคลอทด์เตะเอากาฟรีโลตัวงอ
เด็กหนุ่มล่มไถลลงพื้น ใบหน้าครูดกับหินจนถลอก เม็ดทรายเศษหินแทงเข้าไปในแผล งี่เง่าที่สุด!
ทำไมมันถึงจบแบบนี้ไปได้! ทำไมถึงโง่เง่านัก!
ทำไมถึงไม่เข้าใจสักที! กาฟริโลสบถอยู่ในใจ
เขาปวดไปทั่งตัว เจ็บเข้าไปถึงกระดูก ไม่น่าลดตัวลงมาทำอะไรอย่างนี้เลย
เขาน่าจะจ้างใครสักคน นักเรียนที่สนิทกับคลอทด์ก็ได้ให้ช่วยจัดการเรื่องทั้งหมดตามแผน
เรื่อง ราดน้ำมันลงไปในกองไฟ แค่นี้เขาก็ทำได้ง่ายๆ ไม่เห็นจะต้องมาถึงมือเขาเลย
แต่เรื่องนี้เขาไม่เชื่อใจใคร ชั่วขณะที่เขาล่มลง เขาเห็น.. แจกันกระเบื้องตกแตก..
ดอกคาร์เมเลียที่กระจัดกระจาย.. เขาได้ยิน.. เสียงปืน.. ภาพประทับจากฝันร้าย
เกิดอะไรขึ้น? ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น? ความทรงจำของเขาในช่วงเวลานั้นมัน
มันถูกแทนที่ไปแล้วหรือ? เขาถึงจำไม่ได้ จำไม่ได้จริงๆ เขาความกลัวเข้าครอบงำ เสียงต่างๆ ชัด
โดยเฉพาะเสียงพูดของผู้เป็นพ่อ
“ฉันทำให้แกทุกอย่าง
นี่หรือคือสิ่งที่แกตอบแทนฉัน? คนอย่างแก..”
“ไอ้แกะดำ....ตัวเสื่อมเสีย..”
“ถ้าแกทำตัวให้มีประโยชน์กับพวกเราไม่ได้
ก็ตายไปซะ...”
ความกลัวจะถูกทำร้ายจนหมดทางสู้เหมือนเด็กหนุ่มที่เขาเห็นในฝันเข้าครอบงำ
สัญชาตญาณป้องกันตัวกาฟรีโลสั่งให้เขาควานหาอาวุธ เหวี่ยงไว้ข้างหน้าอย่างไร้ทิศทาง
เสียงของคราดเหล็กเหล็มครูดไปกับผิวหนังสีซีด คลอทด์ร้องเจ็บ เอาถอย จับมือ
เลือดไหลออกจากบาดแผลที่มือีกข้าง
“หยุดนะ!”
โจเซฟีนพุ่งตัวเขามาขั้นระหว่างคลอทด์กับกาฟรีโล
ชายทั้งสองคนหยุด กาฟรีโลหอบหนักเพราะหายใจ
ไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นเลือดที่มือคลอทด์
“โจเซฟ..” คลอทด์ ไม่ห่วงแผลใหญ่ที่มือตัวเอง ตอนนี้เขาห่วงแค่ว่าโจเซฟจะโกรธเขา
แต่โจเซฟก็เอาแต่มองที่มือเปื้อนเลือดของคลอทด์ เธอเดินตรงเข้ามาหากาฟรีโล
กัดริมฝีปากตัวเองแน่น กาฟรีโลตั้งสติได้ ไม่อยาก
แต่สิ่งที่ทำให้เขาเกรงยิ่งกว่าคือพระเนตรของพระราชินีที่ฉายความโกรธใส่เขาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
โจเซฟเงื้อมือตบหน้ากาฟรีโลอย่างจัง
นักเรียนที่คอยมามุงดูตกใจหน้าซีด บ้างก็ถึงกับส่งเสียงร้อง
เมื่อเห็นพระราชินีลงไม้ลงมือบุตรชายอดีตประธานาธิบดี
“ถ้ารุ่นพี่วาดรูปไม่ได้อีกขึ้นมานายจะทำยังไง!” โจเซฟน้ำตาคลอ คลอทด์บาดเจ็บที่มือขวาถ้ามือข้างนั้นของคลอทด์ไม่สามารถจับพู่กันได้อีก
คนที่มีชีวิตเป็นงานศิลปะอย่างคลอทด์จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร? แล้วเธอล่ะจะ
คนที่โดนตบเอามือวางไว้บนหน้า
แก้มของเขายังร้อนผ่าวและเจ็บแปรบจากแรงตบ ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร
ขนาดแม่เขายังไม่เคยตบเขาเลย! แต่ยัยคนนี้.. แม่คนนี้...
กาฟรีโลเตรียมจะกางมือตบกลับ แต่ก็ต้องยอมจำนนกับสิ่งที่ตัวเองไม่อยากยอมรับมาตลอด
เสียหน้าที่สุดในชีวิต ผู้หญิงคนนี้เป็นพระราชินี.... และเขาก็เป็นแค่สามัญชน ถ้าเขาทำอะไรพระราชินี
เขาคงต้องโดนลงโทษอย่างหนัก อนาคตของเขาก็ต้องจบอย่างง่ายดายโดยที่ยังไม่ได้ก้าวตามแผนสักก้าว
“นี่พวกเธอทำอะไรกัน!” ครูฝ่ายปกครองมาถึงที่เกิดเหตุจนได้ กลุ่มนักเรียนมุงแตกฮือไปหลบมุม
คุณครูมองไปที่พระพักตร์ของพระราชินีอย่างลนลาน จากนั้นเขาก็เห็นมือของคลอทด์
แล้วก็เริ่มสรุปเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง กาฟรีโล ฟีเดลคือคนร้ายในคดีนี้
“ฟีเดล!
เธอทำอะไรน่ะ!” ครูฝ่ายปกครองคาดคั้น
แต่ก็ถูกเด็กหนุ่มส่งสายตาดูถูกดูแคลนใส่
“น่ารำคาญ...หุบปากไปเถอะน่ะ...” เขาบ่นพึมพำ
แต่ครูตื่นตระหนกกับเหตุการณ์จนไม่ทันได้ยิน
สิ่งหนึ่งที่กาฟรีโลเกลียดที่สุดคือการที่ต้องจัดการกับเรื่องเด็กประถม
ให้เรื่องต้องไปถึงห้องครูปกครองแบบนี้ พวกลูกอีช่างฟ้องปฏิบัติหน้าที่แล้วล่ะสิ?
“ฟีเดล..เธอทำเรื่องเสียมารยาทมากนะ!
ขออภัยโทษพระราชินีเดี๋ยวนี้!” ครูสั่งเสียงดัง
อะไรนะ!
อภัยโทษ! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!
ฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย! กาฟรีโลประท้วงดังในใจ
แค่โต้ตอบที่โดนตบไม่ได้ก็บ้าบอพออยู่แล้ว นี่ยังต้องมาทำอะไรทุเรศๆ
ไร้สาระแบบขออภัยโทษอะไรนี่ด้วยเหรอ? ฉันไม่มีทางก้มหัวให้ยัยนี้หรอก!
เขาคิด เตรียมจะเดินหนีจากฉากด้วยเพราะทนความงี่เง่าต่อไปไม่ไหวอีก
“ฟีเดล!
ฉันบอกให้เธอขออภัยโทษเดี๋ยวนี้!” ครูย้ำ
“ใช่! นายต้องขอโทษ!
ฉันเห็นนายเขาไปหาเรื่องรุ่นพี่โรแรงค์ก่อน!” เด็กคนหนึ่งตะโกนขึ้น
มันโกหก คนอย่างเขาไม่สะเพร่าขนาดนั้นแน่นอน
ตอนที่กาฟรีโลเข้ามาคุยกับคลอทด์เขาก็ดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครมาแอบมองอยู่
แต่เขาก็ลืมเรื่องพวกที่เกลียดเขาเป็นทุนเดิมจะคอยมาผสมโรงไปเสียสนิท
พอมีคนเริ่มแล้ว
ก็มีคนไหลตามน้ำ นักเรียนหลายที่ก่อนหน้าแทบจะไม่รู้จักอะไรเลยเกี่ยวกับราชวงศ์
ไม่เคยรู้จักแม้กระทั่งองค์มหาราชา ก็กลับกลายร่างเป็นผู้พิทักษ์สถาบันในพริบตา
ทั้งหมดก็เพราะการโหมเสนอข่าวเรื่อง ‘พระบารมี’ ของพระราชินีของสื่อและความเกลียดชังตระกูลฟีเดลซึ่งทุกคนรู้สึกอยู่ลึกๆ
ในใจ
นักเรียนส่งเสียงก่นด่ากาฟรีโล
พูดย้ำไปย้ำมาเหมือนเสียงสวดมนต์ล้างสมอง
“ขอโทษซะ!”
“คิดว่าพ่อใหญ่นักหรือไง!
โถ่เอ๊ย! ก็แค่พวกไฮโซตกกระป๋อง!”
“ขอโทษพระราชินีเดี๋ยวนี้!
ไอ้คนหนักแผ่นดิน!”
“แกกล้าจาบจ้วง
ทำแบบนี้ออกไปจากประเทศนี้เลยไป!”
คำหยามเหยียดยังดังอื้ออึง
นักเรียนเริ่มเขามาดูเหตุการณ์เยอะขึ้นแล้วร่วม กาฟรีโลอยู่กลางวงล้อม ยังอดทนฟัง
ถ้าเขาหลุดตะโกนโวยวายไปตอนนี้ก็เท่ากับให้พวกกลับกลอกพรรค์นี้ยิ่งได้ใจน่ะสิ
ขอโทษซะ..ขอโทษ..
ก้มหัวเดี๋ยวนี้.. ขอโทษ.. องค์ราชินี..!
หินก้อนนึงลอยมาจากทางนักเรียนอย่างกะทันหันจนกาฟรีโลไม่ได้เปลี่
หินโดนเข้าที่ข้างศีรษะของเด็กหนุ่ม เลือดสีแดงฉานไหลเป็นทางจากปากแผลยาวถึงแก้ม
“เดี๋ยวสิ..
นี่มันมากเกินไปแล้วนะ!” คลอทด์ร้องห้ามทุกคน
แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน แม้กระทั่งครูที่เห็นเหตุการณ์ก็พลอยเออออตามไปด้วย
จริงอยู่ที่กาฟรีโลทำผิด แต่ก็ไม่มีใครมีสิทธิไปรุมประจานหรือทำร้ายเขาแบบนี้
เรื่องที่เกิดก็เป็นเรื่องระหว่างเขากับกาฟรีโลสองคนเท่านั้น
เขาไม่ได้ต้องการให้ยุ่ง หรือคิดแทนเขาหรือโจเซฟว่ากาฟรีโลควรต้องรับโทษแบบไหน ทำกันอย่างนี่มันไม่ต่างอะไรจากศาลเตี้ยชัดๆ
แล้วก็คงไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
นอกเสียจากจะยิ่งสร้างความเกลียดชังต่อกันไม่สิ้นสุด
คลอทด์จับมือโจเซฟไว้แน่นเพราะเธอหน้าซีดเตรียมจะล่มลงไปได้ทุกเมื่อ
โจเซฟไม่ได้คิดเลยว่าการกระทำชั่ววูบของตัวเองจได้ผลตอบโต้จะรุนแรงขนาดนี้
ตอนนั้นเธอแค่อยากปกป้องคลอทด์ ที่ตบหน้าก็เพราะความโกรธ
อยากให้กาฟรีโลเลิกระรานเธอกับคลอทด์สักที แต่ผลกลับออกมากลายเป็น
เธอเริ่มประจักษ์ถึงพระราชอำนาจของพระราชินีที่แม้แต่ลำพังตัวเธอเองก็ยังควบคุมแล้ว...
ทางด้านของกาฟรีโล เส้นแบ่งบางๆ
ระหว่างความแค้นเพราะอุดมการณ์กับความแค้นส่วนตัวในใจของกาฟรีโลเริ่มแยกกันไม่ออก
เขาเกลียดโจเซฟ เกลียดผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน เกลียดเธอ!
เกลียดที่เธอทำให้เขาต้องเจอความอับอายที่สุดในชีวิต
เกลียดเธอที่ทำลายความมั่นใจที่เคยมีไปหมดสิ้น
เขาไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเห็นใจโจเซฟอีกแล้ว
เด็กหนุ่มเช็ดเลือดจากหางตา
เขายังคงไว้ซึ่งท่าทางสุขุมเยือกเย็น แววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก
ก้าวเดินของเขาหนักแน่น
พาเอานักเรียนที่รอบกรอบอยู่เงียบกริบเพราะงุนงงว่าเพราะเหตุใดกาฟรีโลยังสามารถทำสีหน้าธรรมดาอยู่ได้ทั้งที่ถูกรุมขนาดนั้นแล้วยังถูกก้อนหินปาอีก
คนแบบนี้มองเผินๆ ก็คงเป็นแค่เด็กเอาแต่ใจ คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด
นิสัยน่ารังเกียจ เย่อหยิ่งจองหอง แต่ถ้ามองจริงๆ
แล้วที่เขาแสดงออกมาอย่างนั้นก็เพราะยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อไม่ใช่หรือ?
กาฟรีโลเดินฝ่ากลุ่มนักเรียนมุง
ก่อนที่เขาจะไป เขาหันกลับมาหาคลอทด์กับโจเซฟีน กล่าวเสียงดัง
“อยากจบเศร้าก็ตามใจ!”
--------------------------------------------
Republican
Nostalgia ตอนต่อไป
ชื่อของเธอคือ ชิโอริ มาโอ
“ทีหน้าทีหลังอย่าไปมีเรื่องกับใครเขาอีกล่ะ
ถ้ากาฟรีโลเป็นอะไรขึ้นมา มีหวังภีมะคงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแน่ๆ”
“เวลาไปไหนมาไหนก็ต้องเอาบัตรคนต่างด้าวไปด้วย.. เหมือนมีชนักติดหลังเลยนะ”
““หน้าไปโดนอะไรมา?”



"เจ็บ"
หนักเลยนะเนี่ย
หุหุ
#1 By NiGht pRincE (58.64.71.51) on 2009-02-01 22:56