Fic

*การพูดคำหยาบ เป็นพฤติกรรม ที่ไม่สมควรเลียนแบบอย่างยิ่ง

_____________________________________

BKK
ตอนที่ 1 - สนามหลวง ฝรั่งขี้นก ละครหลังข่าว
BGM - "เรือชูชีพ" The Death of Saleman

_____________________________________

ผมเป็นคนน่าเบื่อ ไร้อารมณ์ขัน มองโรคในแง่ร้าย ฟุ้งซ้าน คิดมาก เถรตรง

มีคำจำกัดความในแง่ลบมากมายเป็นร้อยเป็นพันที่ใช้ได้กับคนอย่างผม ถ้าใครสักคนมันบ้าพอที่จะเอาคำที่ถูกกำหนดไว้ในพจนานุกรมแล้วมาตัดสินคนอื่น

ถ้าหากจะให้ผมแนะนำตัวเอง ผมก็จะบอกแค่ว่า สวัสดีครับ ผมชื่อ วิษณุ พลหล้า ชื่อเล่นชื่อราม คุณสบายดีไหม? แค่นั้น และผมก็รู้ดีว่าสิ่งที่จะตามมาหลังจากที่ผมแนะนำตัวจบคือ การโห่ร้องอย่างเหนื่อยหน่ายจากคนที่ได้ยินได้ฟังประโยคที่น่าเบื่อและเย็นชา จนในที่สุดผมต้องจำใจเปิดปากเผยความน่าเบื่อให้คนอื่นได้รู้จักอีกรอบ

ผมบอกแล้วว่าผมเป็นคนน่าเบื่อ คนที่ไม่ชอบอะไรที่น่าเบื่อ ก็ไม่จำเป็นต้องมารู้จักกับผม หรือเรียกให้ผมแนะนำตัวใหม่แบบยาวๆ อีกรอบ อย่างที่ผมกำลังจะทำ

สวัสดีครับ ผมชื่อ วิษณุ พลหล้า ชื่อเล่นชื่อราม ผมเป็นคนลำปาง ย้ายมาเรียนกรุงเทพ มาอาศัยอยู่กับบ้านน้าแถวย่านมีนบุรีเมื่อสองปีที่แล้ว ตอนนี้ผมก็เป็นนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ

ผมไม่รู้ทำไมผมถึงเลือกเรียนภาษาอังกฤษ เพราะผมขี้เกียจมากพอที่จะไม่ขวนขวายภาษาอื่นมาใส่หัว? หรือไม่ก็เพราะน้าของผมสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่เดียวกับที่ผมสอบติด? หรือเพราะว่าอย่างน้อยผมก็เอนท์ติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ พ่อแม่เลยส่งผมมาในที่ที่เพียบพร้อมไปทุกอย่าง เพื่อที่ได้ช่วงชิงโอกาสที่มีมากกว่าคนที่ยังเรียนอยู่ที่บ้านนอก? สำหรับพ่อแม่บางคน การส่งลูกมาเรียนกรุงเทพก็เหมือนกับการส่งลูกไปเรียนเมืองนอก เพราะถึงจะให้ใครมาป่าวประกาศว่าทุกแห่งทุกหนในประเทศโลกที่สามแห่งนี้มีการกินอยู่ที่เท่าเทียมกัน แต่สุดท้าย ที่ที่เจริญที่สุดก็เป็นเอกนครแห่งนี้ไม่ใช่เหรอ?

ผมเป็นคนเข้าใจอะไรยาก และหลังจากที่ผมย้ายมาอยู่ที่นี้ เรื่องที่ผมไม่เข้าใจก็มีเพิ่มมากขึ้นอย่างนับไม่ถ้วน

ผมไม่เข้าใจ ว่าทำไม ในเมื่อผมย้ายมาอยู่กับน้าที่กรุงเทพนี้เพื่อให้ใกล้มหาลัยมากกว่าเดิม แต่สิ่งที่ผมต้องทำทุกๆเช้าคือการตื่นนอนตั้งแต่ตี 5 แล้วก็ขึ้นรถเมล์ไปเรียน ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมคนคนหนึ่งจะถือว่า การตื่นนอนตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งๆ ที่ตี 5 น่ะ มันควรจะเป็นเวลาที่คนจะต้องกำลังนอนยู่บนเตียงอีกสักหนึ่งชั่วโมงเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันใหม่

เมื่อผมตื่นนอน อาบน้ำ เดินออกมาที่ป้ายรถเมล์ ผมก็เหมือนจะเข้าใจว่าทำไมผมต้องตื่นเร็ว ในกรุงเทพแห่งนี้น่ะ ทุกคนจะต้องตื่นนอนให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้หลบเลี่ยงคนอื่นที่จะมาแย่งถนนใช้ เพื่อจะหลบเลี่ยงผู้คนที่จะมาจับจองที่นั่งบนรถเมล์ คำว่าสายเพียง 10 นาที หรือแม้กระทั่ง 5 นาที ในช่วงเช้า หมายถึงคำว่าสายไปทั้งวัน และเมื่อผมคิดว่าผมเข้าใจดีแล้ว สิ่งที่ผมไม่เข้าใจก็เกิดขึ้นอีกเรื่อง ทำไมเมืองที่อายุถึง 220 กว่าปีไม่สามารถมีระบบขนส่งมวลชนเพื่อรองรับคนมากกว่า 10 ล้านคนได้? ทำไม?

ผมมักจะกลับมาบ้านดึกทุกวัน ก็งานมันเยอะ กิจกรรมมันก็เยอะนี่ นั่นแหละ ข้ออ้างแสนวิเศษ

กิจกรรมกลับบ้านของนักศึกษาที่บ้านไม่มีตังค์ซื้อรถให้ขับ คือ ยืนห้อยโหนอยู่บนรถเมล์กระป๋องที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อไคลของผู้คนที่เบียดเสียดกัน สูดเอากลิ่นคาบอนไดออกไซด์จากรถบนถนนและกลิ่นนิโคตินจากบุหรี่ของคนขับให้เต็มปอด เอามือเกี่ยวจับราวเหล็กให้มั่นเมื่อรถเบรกอย่างไม่มีสัญญาณเตือน เสียงเครื่องยนต์ผุผังแล่นผ่านถนนราชดำเนินด้วยความเร็วเหมือนรถสปอตส่วนตัว

ถนนราชดำเนิน ถนนแห่งวีรชน ถนนสายเก่าที่ได้ต้นแบบมาจากถนน ชอง อาริเซ่ ของฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่อีกฝั่งโลก ถนนสายใหญ่ ประดับประดาไปด้วยโคมไฟรูปกินรี นางฟ้าติดปีกนับร้อยตนที่โบยบินอยู่บนท้องฟ้า ในมือถือดวงไฟที่ไม่มีวันดับ ทำไมถึงรู้ว่าไม่มีวันดับ? ก็เพราะไม่เคยมีข่าวว่าไฟดับตรงถนนราชดำเนินทั้งสายเลยนี่นา? ถ้าสักวันหนึ่งมันดับ นั้นก็คงเป็นวันที่ไฟทั่วทั้งกรุงเทพดับไปเช่นกันหรือเปล่า?

แล้วจะคิดเรื่องนี่ไปทำไม? มันได้อะไรขึ้นมา? ไม่เข้าใจว่ะ?

วันนี้ก็เหมือนเดิม ผมออกมาจากมหาลัยตอน 3 ทุ่มครึ่ง กว่าจะกลับไปถึงก็ 4 ทุ่มครึ่ง โดนน้าด่าแน่ๆ เตรียมใจไว้แล้ว ข้ออ้างเดิมๆ ข้ออ้างเดิมๆๆๆๆ บอกกับตัวเองเอาไว้ ข้ออ้าง เหี้ยๆ เดิมๆ กิจกรรม งาน ที่เยอะเหี้ยๆ เหมือนเดิม งาน กิจกรรมเดิมๆ แต่จากนั้น ผมก็ถอนหายใจเมื่อได้คิดว่า สิ่งที่แย่ยิ่งการการโดนน้าด่าคือ การที่ผมต้องฝ่าฟันการจราจร หรือยืนเบียดกับคนอื่นบนรถเมล์แม้ในเวลาที่ดึกเช่นนี้

ผมเดินผ่านทางเดินที่รายล้อมไปด้วยต้นมะขามของสนามหลวง ผมรู้ ผมไม่ควรมาเดินตรงนี้ในเวลาที่เสี่ยงกับการโดนจี้แบบนี้ ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยสักนิด แต่ผมก็ยังเดินต่อไป บางทีผมแค่อยากเห็นแสงสีทองที่ส่องอย่างสวยงามมาจากพระบรมมหาราชวังตรงหน้าก็เป็นได้

ในระหว่างทางที่กำลังเดินอยู่นั่นเอง ผมก็ได้ยินเสียงของหญิงชายคู่หนึ่งดังแว่วมาแต่ไกล ผมเห็นคนสองคนนั้นได้อย่างชัดเจนเมื่อพวกเขาเดินตัดเงาไม้เขามาใกล้ขึ้น ชายหนุ่มผิวขาวรูปร่างผอมสูง กำลังเอามือใหญ่ๆ ของเขาสางผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนของตัวเองจนกระเซอะกระเซิง เขาเดินช้าๆ อย่างงุ่มง่ามเพราะสิ่งที่กำลังฉุดรั้งแขนของเขาเอาไว้ หญิงไทยผิวคล้ำคนหนึ่งคนหนึ่งที่ผมไม่สามารถเรียกเธอว่า หญิงสาว ได้อย่างเต็มปาก กำลังเกี่ยวแขนของเขาไปพลางซบศีรษะไปที่คนข้างๆ

นะๆๆ ไอ เลิฟ ยู นะ โก ดริ๊งค์ ไอ กับ ยู ไปไหม? มิสเตอร์? เธอพยายามพูดภาษาอังกฤษอย่างกระท่อนกระแท่น แต่ถึงจะฟังดูน่ารำคาญ การแสดงออกทางกายของเธอคงทำให้ผู้ชายทุกคนไม่สามารถละสายตาจากเธอไปได้แน่ๆ เธอดึงตัวฝรั่งหนุ่มมาควงแขนไว้แน่น อิงหน้าของเธอซบลงบนร่างของเขา

Well if you say so. I guess I have no choice. ชายคนรักของเธอยิ้มหวาน

ผมได้ยินเสียงพูดที่ดังมาเต็มสองหู ทั้งๆ ที่ใจจริงก็ไม่ได้คิดจะไปยุ่งเรื่องชาวบ้านเลย แต่เสียงแหลมๆ ที่ดังเหมือนแมวครางของผู้หญิงคนนั้นก็ทำให้ผมอดปรายตาไปมองไม่ได้ เธอยังโอบเขาไว้ ใช้คำพูดอ้อนวอนด้วยเสียงหวานที่ออกมาจาก ....ใจ?

ต้องไม่คิดอะไร ไม่ ผมไม่คิดอะไร แม่ง มีผัวฝรั่งแล้วจะอะไรหนักหนาวะ ไม่คิดอะไร ไม่ดูถูก ทำอะไรมันดีกว่านี้หาเงินซื้อข้าวแดกไม่ได้เหรอ? อย่า อย่าแม้แต่จะคิดสวยตรงไหนวะ? อย่า วิษณุ อย่า

ผมยกมือกำหมัดแล้วเขกกะโหลกตัวเองเบาๆ เพื่อเอาความคิดต่างๆ นานาออกจากหัว เรื่องของเขาสิ ผมไปเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ ถ้าเขาจะหาเงินด้วยวิธีอะไร หรือมีอาชีพอะไร ตราบใดที่มันไม่เกี่ยวกับผม ผมก็ไม่เห็นต้องไปแคร์ แล้วผมก็ไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะไปดูถูกคนที่มีทางเลือกน้อยกว่าผมด้วย

Hey! เสียงเรียกเสียงหนึ่งดังขึ้น แต่ผมก็ยังเดินต่อไป

Hey! You boy over there!?

บอย? เด็กผู้ชาย?

ผมหยุดเดินทันทีเพราะเสียงตะโกนที่ยังไม่เงียบลง เมื่อผมหันหลังกลับไป ฝรั่งคนเมื่อครู่เดินเข้ามาหาผม และผู้หญิงคนเดิมก็จับมือเขาเกาะตามมา ผมมองบุหรี่จะกำลังส่งควันในมือเขาอย่างขยะแขยง

Ah.. Excuse me? เขาเอ่ยปากด้วยท่าทีที่ดูมึนๆ เหมือนคนเมา Can I ask you something?

ผมไม่ได้ตอบรับ เพราะกำลังงงๆ ทำไมอยู่ดีๆ ฝรั่งเสื่อมๆ คนเมื่อกี๊ถึงทำท่าเหมือนนักท่องเที่ยวธรรมดาๆ ที่กำลังจะถามทางได้ล่ะ?

มิสเตอร์! เพื่อนหญิงของเขาร้องเรียก พร้อมกับดึงแขนเขาเพื่อให้เขาไปจากที่นี่สักที

ชายผิวขาวส่งยิ้มกลับไปให้สาวสวยข้างๆ เธอสงบลงทันที และตอนนั้นเอง เขาก็จับมือทั้งสองข้างของเธอไว้ โน้มหน้าไปพูดกับเธอเป็นเชิงขอร้อง Could you tell him that Id like to take him out? เทค ฮิม เอาท์? วอท? หมายความว่า? เมื่อพูดจบ เธอคนนั้นก็หันมามองหน้าผมอย่างสับสน อย่าว่าแต่เธอเลย ผมก็สับสน ผมแทบฟังสำเนียงอเมริกันเร็วๆ ที่เขาพูดไม่ออกด้วยซ้ำ

ผมส่ายหน้าแล้วเตรียมตัวจะเดินหนีไปเพราะยิ่งอยู่ก็ยิ่งเสียเวลา Hey, wait! เจ้าของเสียงเดินเข้ามาดักหน้าผมไว้ ห่า กูจะรีบกลับบ้าน ผมไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอลล์จากตัวเขา แต่ดวงตาสีฟ้าที่ลอยขวางก็ทำให้ผมสงสัยว่าเขาเมาหรือเปล่า ผมจำใจหยุดเดิน รอให้เขาพูดต่อ

Just tell me how much do you want for a night. ฝรั่งแปลกหน้าพ่นคำพูดที่แสนสกปรกออกมา ผมส่วนผมก็ปากค้าง ยืนอึ้ง สารบบข้อมูลที่แสนเฉื่อยชาของผมกำลังเรียบเรียงประโยคภาษาอังกฤษแปลออกมาเป็นภาษาไทย Nah เขาถอนหายใจและเบ้ปากอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อต้องรอผม หญิงที่ไม่ยอมปล่อยเขาก็เช่นเดียวกัน เธอเริ่มหมดความอดทนแล้ว DOYOUUNDER-STAND? WHAT-I MEAN-IS-THAT-HOW-MUCH-DO-WANT-FOR-A-FUCK? ประโยคที่พูดอย่างช้าๆ แยกคำเป็นคำชัดเจนดังมาจากชายชาวอเมริกัน ส่วนผมคิดว่าตัวเองเข้าใจทุกอย่างทันทีเมื่อได้ยินคำสบถจบประโยค

ฟัก...?

ฟักยู?

ฟักเกอร์?

ฟักกิ้ง คันท์....? ฟักยู..ไอ้เห้ ไอ้ฝรั่งขี้นก มันพูดอะไรของมัน? มึงนึกว่ากูเป็นอะไร สาด แต่จะว่าไป ผมเหมือน..ผู้ชายขายตัวขนาดนั้นเลยเหรอ? บ้าน่า.. โคดบ้า.. ยังไม่ถึงสี่ทุ่มเลยไม่ได้เหรอ? ผมเกือบจะเงื้อมือไปต่อยฝรั่งเวรตรงหน้าให้ล่มคว่ำ แต่ก็ต้องต้องห้ามตัวเองไว้ เพราะการมีเรื่องกับคนผิวขาวในเมืองไทยน่ะ มันก็เหมือนกับหาเรื่องติดตารางหัวโต เท่านั้น ไม่ว่าจะผิดหรือถูก คนที่ตำรวจจะเข้าข้างมากกว่าก็ต้องเป็นคนผิวขาวอยู่ดี เพราะว่าเขา... เป็นแขกบ้านแขกเมือง

ซอรี่ ผมพูดเบาๆ แล้วไปจากเขาอย่างหัวเสียที่สุด ไอ้ฝรั่งขี้นกที่รู้จักกรุงเทพ และเมืองไทยเป็นแค่ดินแดนแห่ง เซ็กส์ และ ยาเสพติดฟัก ยู ไปตายซะ ไอ้ห่าเอ๊ย

วิษณุ พลหล้า หนุ่มเมืองเหนือบ้านนอกๆ ได้พบเจอกับโลกที่เขาไม่เคยย่างกรายเข้าไป แต่ก็ไม่ใช่ว่า ผมจะไร้เดียงสาไม่รู้เลยว่ารอบสนามหลวงยามค่ำคืนนั้นมีอะไร มันน่าแปลกใจนะ ทุ่งพระสุเมรุ สถานที่ที่น่าจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์ สถานที่ที่ครอบครัวสามารถพาลูกมาเล่นว่าวหรือว่ามาเดินเล่น ที่พักผ่อนแห่งสำคัญของคนกรุง แต่เมื่อพระอาทิตย์ตกลงสถานที่นี้กลับกลายเป็นสถานที่ไม่มีใครกล้าเดินคนเดียวหรือถ้าเดินคนเดียวก็จะคิดเสมอว่าตัวเองอาจจจะโดนจี้ สถานที่ที่กลายเป็นแหล่งหากินของคนที่ทำงานบริการทางเพศ ที่นอนของคนที่ไม่มีที่พักที่อยู่ สนามหลวงกลายเป็นแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่?

พอมาคิดๆ ดูแล้ว ผมไม่น่าโกรธฝรั่งคนนั้น สิ่งที่คนต่างชาติหลายๆ คน หรือสิ่งที่ฝรั่งคนนั้นรู้มันก็มาจากการแสดงออกของคนไทยทั้งนั่นไม่ใช่เหรอ?

แค่ให้คิดอยู่คนเดียว มันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไปไม่ได้หรอก ไม่มีทาง

ผมเก็บอารมณ์ฉุนเฉียวของตัวเองไว้แล้วกระโดดขึ้นรถเมล์กลับบ้าน โชคดีที่วันนี้รถไม่ค่อยติดเท่าไหร่เลยมีที่นั่งไปตลอดทางจนสุดสายซึ่งเป็นป้ายที่อยู่หน้าปากซอยบ้านผมพอดี ผมนั่งรถมอร์ไซค์เข้าไปต่อ วันนี้ผมต้องเสียค่ารถไปเท่าไหร่แล้วนะ? ค่ารถไปกลับ 40 ค่ารถมอร์ไซค์เข้าซอยไปกลับ 30 ทั้งหมด 70 บาท ทำไมผมต้องเอาที่สามารถเอาเงินที่ซื้อข้าวกินได้สองมื้อมาทุ้มให้กับค่ายานพาหนะไปไหนมาไหนด้วย?

แต่ก็ต้องทน แค่ทน เพราะผมคงกลับไปเรียนมหาลัยที่ลำปางไม่ได้อยู่ดี

หวัดดีน้าเพ็ญ ผมไหว้และกล่าวทักทายน้าสาวของผม เธอไม่ได้ตั้งท่าต่อว่าผมที่กลับบ้านช้าเพราะสายตาของเธอกำลังจดจ่ออยู่กับฉากสำคัญของละครหลังข่าวเรื่อง บ่วงเสน่หา" ที่กำลังเล่นอยู่บนทีวี สุวนันท์ คงยิ่ง เป็นนางเอก ส่วนพระเอกคือดาราหนุ่มลูกครึ่งที่ผมไม่เคยรู้จัก

ลูกภาพ ลูกต้องบอกแม่นะว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ผมนั่งลงแล้วถอดถุงเท้าออก ตาชำเลืองไปที่ทีวีแต่ก็สนใจกับละครเพียงแค่ผ่านๆ ผมไม่ค่อยได้ติดตามละครที่น้าเพ็ญติดมากนักเพราะผมไม่ว่างพอที่จะดูแล้วก็ไม่ได้สนใจกับความบันเทิงในรูปแบบนี้เท่าไหร่ด้วย

แม๊คับ อย้าบ้อกไค เด่ดคาด

ทำไมพ่อแม่หน้าตาไท้ไทย ลูกออกมาหน้าฝรั่งถึงขนาดนั้น? ผมพูดขึ้นมา น้าเพ็ญไม่ได้พูดอะไรตอบ ใจของเธอลอยไปหาหนุ่มลูกครึ่งในจอแก้วแล้วแน่ๆ จะมีพระเอกนางเอกในละครสักกี่เรื่องกันที่จะไม่มีลูกครึ่งหน้าเหมือนฝรั่งอยู่เลย? ในเมื่อ คนเอเชีย ตาตี่ๆ ไม่มีดั้ง ผิวเหลือง ที่อาศัยในประเทศเล็กๆแห่งนี้ หลงใหล จมูกโด่งๆ ตาลึกๆ ของเผ่าพันธุ์คอเคเชี่ยนเสียเหลือเกิน

ลูกภาพ เมื่อไหร่แม่ผมจะเรียกผมว่าลูกรามบ้าง? ถ้าพ่อกลับมาจากต่างประเทศ พ่อผมเคยขึ้นเครื่องบินหรือยังนะ? ลูกจะทำยังไง? บอกหนูพิมไปหรือยัง?

ผมยิ้มเหมือนดูหนังตลกเมื่อได้เห็นคุณนายแต่งหน้าหนาเตอะทำผมทรงกระบังลมสูงกำลังอ้อนวอนลูกชายหน้ายุโรปที่ใส่สูทนั่งอยู่บนโซฟาอย่างหรู สำหรับผมละครหลังข่าวก็เป็นแค่ละครตลกไร้เหตุผล ที่ไม่เคยฉายภาพสิ่งที่ทุกคนเห็นอยู่ทุกๆ วันเลยแม้แต่นิดเดียว มีแต่ความฝันลอยๆ จินตนาการที่ไม่มีตอบสนองทุกคน บ้านหลังใหญ่ๆ รถคันใหญ่ๆ ชีวิตไฮโซ มีคนใช้ที่ทำทุกอย่างให้ มีเงินส่งลูกไปเรียนเมืองนอก คู๊นแม๊ ผ้มไม้ด้ายรักพิมเขา โคนทีผมรักคือชนัญญา มีลูกหรือหลานที่คอยเรียกว่า หม่อมแม่ หม่อมป้า หรือหม่อมอะไรก็ตาม สิ่งที่ทุกคนอยากให้เกิดขึ้นตัวเองรวมอยู่ในนี้ ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้ว คงมีคนไทยไม่ถึง 10% หรอกที่ใช้ชีวิตแบบนั้น และสังคมชั้นสูง เป็นชนชั้นที่สัมผัสได้ง่ายเหลือเกิน

พี่ภาพคะ ทำแบบนี้กัมพิมได้ยังไง พี่ภาพ ต้องรับผิดชอบนะคะ

อยากเจอผู้หญิงแบบนี้ในชีวิตจริงจัง ผู้หญิงที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้ผู้ชายที่ตัวเองต้องการ ผู้หญิงที่กรีดร้องเหมือนคนไข้ในโรงพยาบาลศรีธัญญายามเมื่อเธออิจฉาใครสักคน

อีนี่ เดี๋ยวฉันจะตบสั่งสอน!/หยุดนะ/พั๊วะ!/อีนี่!/โอ๊ย อย่านะคะ/มาแย่งพี่ภาพฉันเหรอ

อยากเจอผู้หญิงแบบนี้ในชีวิตจริงจัง ผู้หญิงที่โคดจะแสนดีและทำทุกอย่างตามที่คนรักที่เธอสั่ง ยอมโดนตบโดยไม่โต้ตอบ

ผู้หญิงแบบนี้ มีในโลกด้วยเหรอ?

เปลี่ยนช่องไปดูข่าวเถอะ ผมเริ่มรำคาญกับเสียงผู้หญิงตีกันที่ดังจนเกิดธรรมชาติในทีวีเสียแล้ว แต่น้าเพ็ญก็เหมือนจะไม่ได้ยินผมเลย

หยุดนะพิม/อะไรกันคะ/ฉันจะตบนังชั้นต่ำนี่ให้คว่ำ รู้ว่าตบตั้งแต่เห็นหน้าแล้วไม่ต้องบอกก็ได้ คุณภาพ ญาไม่ผิดนะคะ/นังนี่จะมาแย่งพี่ภาพจากชั้นเหรอ/หยูดนา พิมพ้า! ยังงายผ้มก็ไม่มี้ทางย่อมท้ำต่ามคุณแม๊คูณกับคูณแม๊ผมหร้อก!/พี่ภาพยังไงพี่ภาพก็ต้องแต่งงานกับพิม/ทำไมล่ะ/เพราะในท้องพิมมีลูกของพี่ภาพอยู่!/ ครืน/ตื่น ตืน ตื่น/ลัลล้า รักไม่มีทางออก เธอรักฉันได้ไหม ที่รักของฉาน ลาล้าลา

น้าเพ็ญเปลี่ยนจากท่านั่งกับพื้นธรรมดามาเป็นการนั่งกอดเข่าที่แสดงให้ผมรู้ทันทีว่าเธอกำลังหวั่นใจกับความจริงที่จริงสุดๆ ซึ่งพิมกำลังบอกกับภาพ

ทำไมพระเอกโง่จัง แค่นางร้ายพูดแค่นี้ต้องเชื่อด้วยเหรอ? ไร้เหตุผลสิ้นดี ผู้ชายที่ไหนจะเชื่อตั้งแต่ทีแรกถ้ามีผู้หญิงมาบอกว่า คุณทำฉันท้องค่ะ ในโลกจริงๆ มันไม่มีหรอก

โอ๊ย น่ารำคาญจริง ขึ้นบ้านอาบน้ำนอนได้แล้วไป ไป! โฆษณาคั้นอารมณ์ติดละครของน้าเพ็ญไว้ และเธอก็ใช้ช่วงเวลาพักถือโอกาสไล่ผมที่เป็นตัวทำลายจินตนาการของเธอไปให้พ้นๆ เสียที

ผมถอนหายใจแต่ก็ยิ้ม ยอมหอบกระเป๋าเป๊ขึ้นบ้านเข้าห้องตัวเองไปโดยดี ละครหลังข่าวก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก มันก็อย่างนี้แหละ เพราะยังไง คนทั่วไปๆ คนธรรมดา คนสามัญ ชาวบ้าน ก็ดูกันไม่ใช่เหรอ ผมคงไม่มีทางไปเปลี่ยนรสนิยมคนเป็นแสนเป็นล้านได้ ถึงมันจะไร้เหตุผล ถึงมันจะไม่มีความจริงอะไรเลย แต่ถ้ามันทำให้ทุกคนแฮปปี้ มีความสุขกับชีวิตบนโลกที่ไม่ค่อยมีความสุข มันก็ไม่ผิดอะไรไม่ใช่เหรอ?

ผมเหวี่ยงเป๊ไว้ที่มุมห้อง นอนลงบนฟูกที่นอน มีงานต้องทำ แต่ก็ไม่อยากทำ เหนื่อยแล้ว ไม่ได้หรอก ก็มันเหนื่อย ถึงยังไงก็ต้องทำ

ผมนอนอยู่ไม่ถึงห้านาทีก็ต้องลุกขึ้นนั่ง ชายตามองไปที่โต๊ะทำงาน กัดฟันแล้วบอกให้ตัวเองลุกเดินไปหยิบกระดาษรายงานพร้อมกับปากกา มานั่งลงที่ฟูกอีกรอบ

เรียงความหัวข้ออิสระของวิชาภาษาไทย จะเรียนเรื่องอะไรดี? ไอ้ผมมันก็แค่เด็กไทยธรรมดา ที่ทั้งชีวิตไม่เคยกำหนดหัวข้อเรียงความเอง และถ้าให้เขียนเรียงความก็ไม่เคยเขียนอะไรที่เกินไปกว่า ครอบครัวของข้าพเจ้า หรือ อาชีพในฝันของข้าพเจ้า

ผมจิ้มปากกาลงบนแผ่นกระดาษซะจนเป็นรู พลางคิดไปว่าผมจะเขียนเรื่องอะไรลงไปพร้อมกับห้ามตัวเองไม่ให้กัดเล็บ

สิ่งที่ผมชอบ

สิ่งที่ชอบเหรอ? หนังสือ?เจมส์ จอยซ์*? จอร์จ ออร์เวล**? ใครจะอยากรู้ว่ามึงชอบอะไร? ไม่น่าสนใจเลย...

ผมเอาปากกาขีดฆ่าหัวข้อที่เพิ่งเขียนไป แต่ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นเพราะผมก็ลากเส้นวงกลมซ้อนไปซ้อนมาจนลายเต็มหน้ากระดาษไปหมด ผมตั้งสติอีกครั้ง เขียนหัวข้ออีกอันที่เพิ่งคิดได้สดๆ

สิ่งที่ผมเกลียด

สิ่งที่สามารถทำให้คนอย่างผมเกลียดได้คงน่าสนใจกว่าสิ่งที่ทำให้ผมชอบล่ะมั้ง? เพราะไม่ว่าอย่างไร สิ่งที่แสดงออกทางด้านลบ หรือด้านมืดก็ต้องตาต้องใจมนุษย์ในที่สว่างอยู่แล้ว สิ่งที่ผมเกลียด... มีอยู่นับร้อยนับพัน... ผมเกลียดมะเขือ ผมเกลียดวันที่ฝนตก ผมเกลียดคนที่ไม่รับผิดชอบ ผมเกลียดนาทาเนี่ยล ฮอว์ทอร์น*** ผมเกลียดอเมริกา ผมเกลียดรัฐบาล ผมเกลียดฝ่ายค้าน ผมเกลียด สส. ผมเกลียดประชาธิปไตยแบบนี้

...ผมเกลียดกรุงเทพ...

ผมเอาปากกาออกจากกระดาษเมื่อเขียนสิ่งที่ผมเกลียดอันสุดท้าย จากนั้นผมก็ทำสิ่งที่เพิ่งเตือนตัวเองว่าอย่าทำด้วยการกัดเล็บที่นิ้วก้อยจนกุดลงไปอีกรอบ ผมยังมองค้างอยู่ตรงคำที่ผมหยุดไว้ นอนราบลงกับเตียงเอามือเท้าคางก่อนที่จะขีดฆ่าตรงคำว่า กรุงเทพ

ผมก็ไม่ได้เกลียดที่นี่อะไรนักหรอก ถึงที่นี่จะสร้างเรื่องที่ทำให้ผมปวดหัวได้ทุกวัน แต่ถึงยังไงที่นี่ก็ต้องเป็นบ้านของผมไปจนจบปริญญาตรี และอาจจะโท และถ้าผมโชคดีพอ คงเป็นเอก

ถึงที่นี่จะเป็นเมืองที่ทุกคนฝันหา เมืองเดียวที่ทำให้หมู่คนต่างจังหวัดอิจฉาเพราะได้รับการพัฒนาและความสนใจมากกว่าใคร เมืองที่รวมปัญหามากมายไว้ด้วยกัน เมืองที่ไม่ได้ใหญ่ที่สุดในประเทศ แต่เป็นทุกอย่างของประเทศ แต่กระนั้นผมก็ยังไม่เกลียดมัน

ผมไม่เกลียดกรุงเทพเลยจริงๆ

อย่างน้อย.... ก็ในตอนนี้

To be continue.

_____________________________________

*เจมส์ จอยซ์, James Joyce (1882-1941) นักเขียนชาวไอริช
** จอร์จ ออร์เวล, George Orwell ชื่อจริง Eric Arthur Blair (1905 - 1950) นักเขียนชาวอังกฤษ
*** นาทาเนี่ยล ฮอว์ทอร์น, Nathaniel Hawthorne (1804-1864) นักเขียนชาวอเมริกัน

_____________________________________

มาแล้วๆ มาแล้ว มาแล้วเว้ยๆๆๆ ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า ความจริงผมเขียนเรื่องนี่จบไปแล้วรอบนึง เมื่อนาน มากๆ มาแล้ว (เป็นปีได้ครับ) แต่พอเอามาอ่านอีกครั้ง ผมก็รู้ว่าผมคงต้องแก้ตอนแรกๆ ใหม่ หลายจุดมากๆ เพราะพล็อตเต็มไปด้วยรูโหว่จริงๆ (เข้าใจความลำบากของคนเขียนบทแล้วล่ะ) ไม่รู้ว่าจะชอบเรื่องนี้กันหรือเปล่า แต่หวังว่าจะชอบนะครับ โดนส่วนตัวอยากให้มันเป็น Satire หรือเรื่องออกแนวเสียดสีประชดประชันแบบที่ผมชอบอ่าน แต่ไปๆ มาๆ ดันกลายเป็นอะไรสักอย่างก็ไม่รู้ เหะๆ...

ผมปิ๊งไอเดีย เขียนฟิคนี้มาในระหว่างที่กำลังฟังเพลง Common People ของ Pulp ไป นั่งคิดว่าจะเขียนฟิคอะไรไป ผมคิดว่าเรื่องของคนธรรมดาๆ นี่แหละครับที่มีเสน่ห์ในตัวมันเอง อีกอย่างคือ จะให้เขียนเรื่องของสังคมที่ผมไม่รู้จัก หรือไม่ได้เติบโตมากับมัน ผมคิดว่าผมทำไม่ได้หรอกครับ ข้อมูลที่เอามาเขียนฟิคนี้ก็ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง แต่เรื่องสนามหลวงตอนกลางคืนที่ปรากฏในตอนนี้ จริงครับ ไปเห็นมากับตา แต่อย่าไปพิสูจน์เชียวล่ะ (แล้วไปทำอะไรที่สนามหลวงกลางดึกวะ??)

ขอออกตัวว่า ความคิดของตัวละครเอกในเรื่องนี้ ไม่ใช่ ความคิดของผม ก็จริงอยู่ที่ผมอาจใส่ความเป็นตัวเองลงไปบ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ที่เห็นชัดเลยคือ คำว่า "ผมเกลียดอเมริกา" (ความจริงผมชอบอเมริกามากๆ นะครับ ถ้าจะพูดให้เวอร์ๆ ก็เป็นบ้านที่สองของผมเลยล่ะ)เพราะฉะนั้นใครไม่เห็นด้วยกับวิษณุ ก็เชิญได้เลย แต่ ไอ้โซไม่เกี่ยว แง่วว (หลบหนี)

ที่ทำตัวหนาพร้อมเอียงเพราะตอนทำตัวเอียงเฉยๆ มันแยกกับตัวธรรมดาไม่ออกเลยครับ ส่วน BGM คือ เพลงที่ผมคิดว่าคงเข้ากับอารมณ์ในตอนนั้นๆ แหละครับ อย่างในตอนนี้ก็เป็นเพลง "เรือชูชีพ" ของอวสานเซลล์แมนที่ฟังดูเมาๆ ให้อารมณ์ชนแก้วดี ชอบครับ เหะๆ

สุดท้ายนี้ก็ขอให้ติดตามกันต่อไป ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนหน้าจะแก้เสร็จเมื่อไหร่ ขอให้ติดตามกันนะครับ

Recommend

free counters