A Tranquilizer for your Christmas eve(1)
posted on 22 Jun 2009 01:15 by bosie in Fic
So Gallagher : Written
Terasphere el Serapheter : Translated
1.....
นี่มันเรื่องพิลึกน่าตลกสิ้นดี…….
จิตติขยับแว่นให้เข้าที่ ก่อนจะคลิกรีเฟรช ตอนนี้มีคนเข้ามาตอบกระทู้กว่า
300 ความคิดเห็นเข้าให้แล้ว เขายิ้มจางๆ
ก็ใครล่ะจะไม่อินกับเรื่องโศกพรรค์นี้
นางสาว ก. (นามสมมติ) ผู้ตั้งกระทู้ เป็นเด็กสาวอนาคตไกล
ทำงานเป็นนักบัญชีอยู่ในธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง
เธอตกหลุมรักกับเจ้านายที่ทำงานด้วยกัน
และผูกสัมพันธ์ต่อเนื่องทั้งๆที่รู้ทั้งรู้ว่าเขามีภรรยาและบุตรอยู่แล้ว
ฝ่ายชายก็ปรนเปรอทุกอย่างทั้งบ้าน รถ เงินสด
แถมยังสัญญิงสัญญาว่าจะหย่าภรรยามาแต่งงานกับเธอด้วย
สาวน้อยผู้น่าสงสารคนนั้นเชื่ออย่างสุดหัวจิตหัวใจเพราะว่าเธอหลงรักเขาเข้า
เต็มประตู จนใครๆก็ตำหนิเธอได้ไม่เต็มปากเต็มคำ ทั้งคู่มีสัมพันธ์ลับๆอยู่
2 ปี จนกระทั่งเธอตั้งท้อง
ฝ่ายชายจึงตัดรอนเธอด้วยเหตุผลว่าภรรยาของเขารู้เรื่องทั้งหมดและขู่จะฟ้อง
หย่า แล้วเอาลูกไปเลี้ยงเองคนเดียว
เขาคนนั้นลาออกจากธนาคารแล้วย้ายบ้านหนีไปไหนสักที่
เธอจึงติดต่อเขาไม่ได้อีกเลย
เธอได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญที่เขาไม่ยอมเจอหน้าจนถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตาย
แต่ก็ไม่สำเร็จ ตอนนี้เธอต้องการทำแท้งแต่ก็ลังเลใจอยู่
จึงเข้ามาโพสถามในเว็บบอร์ดว่าควรจะทำอย่างไรดี
กระทู้ของเธอเขียนด้วยภาษาง่ายๆ สะกดผิดบ้าง ใช้คำผิดความหมายบ้าง
แถมยังไม่ปะติดปะต่อ
คนอ่านคนไหนก็คงเชื่อว่าเธอเขียนกระทู้โดยไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนและต้องการ
ความช่วยเหลืออย่างด่วนจริงๆ
ถ้อยคำแสดงน้ำใจไหลท่วมกระทู้
หลายคนบอกให้เธอตัดใจทำแท้งเสียเพราะเด็กอาจคลอดออกมาพิการเพราะการพยายาม
ฆ่าตัวตายแบะความเครียดของแม่
อีกหลายคนบอกให้เธออดทนคลอดออกมาและเลี้ยงดูเด็ก
บางคนด่ากราดถึงผู้ชายทุกคนบนโลก แต่ไม่มีใครสักคนที่จำย้อนถามว่า
“นี่มันเรื่องจริงหรือเปล่า”
ถ้ามองโลกในแง่ดีก็คงดูน่าประทับใจที่ทุกคนอยากช่วยเหลือคนแปลกหน้าคนหนึ่ง
แต่หากมองในแง่ร้ายหน่อยล่ะก็
คนตอบก็คงแค่อยากมีส่วนร่วมแสดงละครน้ำเน่าในฉากชีวิตจริงก็เท่านั้น
จิตตินึกขันกับ “ความเมตตาแบบไทยๆ”
เสียเหลือเกิน เขากดรีเฟรชอีกครั้งแล้วพบว่าความคิดเห็นทะลุไปถึง 350 แล้ว
เขาหัวเราะออกมาเสียงดังเพราะเขารู้ดีว่า นางสาว ก.
ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงเลย เธอเป็นแค่ตัวละครที่เขาแต่งขึ้นมาเอง
เขาวางแผนเขียนเรื่องนี้เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยใช้โน้ตบุ๊คต่ออินเตอร์เน็ตผ่านไวร์เลสของที่ทำงาน เท่านี้คนกว่า 300
คนก็ไม่มีใครเฉลียวใจเลยว่า ชะตากรรมแสนเศร้าเคล้าน้ำตาของนางสาว ก.
นั้นเป็นเพียงเรื่องสมมติ
เขารู้ว่าคนส่วนใหญ่ที่ตอบกระทู้ก็เป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก
ใช้ชีวิตธรรมดาหนากิเลสอยู่โลกภายนอก
แต่พอเข้ามาอยู่ในไซเบอร์สเปซก็จำแลงองค์ลงเป็นเทวดานางฟ้าผู้พิทักษ์ปกป้อง
ความดี ความ งาม ความจริง
หรืออะไรพรรค์นั้นที่พร้อมจะช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากทุกเมื่อ นางสาว ก.
คงเป็นได้แค่นังเมียน้อยหน้าด้านที่ไม่มีใครคิดจะเห็นใจในโลกแห่งความเป็น
จริง เรื่องของเธอก็เป็นเรื่องอื้อฉาวผิดศีลธรรม
ถ้าเธอคิดจะไปทำแท้งจริงๆก็จะมีแต่เสียงด่าไล่หลังว่ามันเป็นความผิดที่ไป
ยุ่งกับสามีชาวบ้านเอง
แต่ไม่มีความคิดเห็นสักความคิดเห็นเดียวที่กล้าเอ่ยคำแบบนั้นออกมา
หรือแม้แต่จะถามว่านี่มันเรื่องจริงเรอะ
ทุกคนล้วนไม่อยากกลายเป็นคนขวางโลก
จระเข้ขวางคลองที่จะขัดคอเหล่านางฟ้าเทวดาที่คอยโปรยความเห็นใจลงมา
เพราะถ้าเอ่ยเรื่องพวกนั้นออกมาสักนิดก็เตรียมถูกประณามหยามเหยียดว่าไร้
น้ำใจ หรือมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ
นี่คือผลสรุปพฤติกรรมของสังคมมนุษย์ในอินเตอร์เน็ตแบบไม่ต้องหาผลทดลองทาง
วิทยาศาสตร์ใดๆมาอ้างอิง จิตติพบว่าเรื่องแบบนี้สนุกดีไม่น้อยเลย
นพ. จิตติ ศิวกรตระกูล
จิตแพทย์หนุ่มมีชีวิตซึ่งชายหนุ่มแทบทุกคนในประเทศไทยถวิลหา
พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ และคุณสมบัติ
เป็นทายาทคนเดียวของตระกูลอัครมหาเศรษฐีเชื้อสายจีนที่เป็นเจ้าของอสังหาริม
ทรัพย์มูลค่ามหาศาลกลางกรุง
รวมถึงคอนโดมิเนียมทั้งหลังที่เขาพักอยู่แถวสีลม
จบการศึกษาเฉพาะทางด้านจิตเวชศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตจากสหรัฐอเมริกา
เชี่ยวชาญพิเศษด้านจิตเภท
มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์นานาชาติชื่อดังหลายฉบับ
แถมด้วยตำแหน่งเกียรติคุณอีกมากมายชนิดที่ชายวัย 35 ปีทั่วไปไม่อาจมีได้
แต่มีอะไรบางอย่างขาดหายไปในมนุษย์สมบูรณ์แบบคนนี้ –ความรัก-
ไม่ใช่แบบที่นิยายปกสวยเล่มละสองร้อยบาทโดยประมาณพรรณนาโวหารไว้อย่างหยด
ย้อย เขาไม่เคยพบรักกับใครสักคน
ทั้งยังไม่เคยเห็นความจำเป็นที่จะต้องไปตามหารักแท้
แน่นอนว่าเขาไม่ได้เป็นหนุ่มบริสุทธิ์ผุดผ่อง เขาเคยควงสาวๆ
คบกันชั่วครั้งชั่วคราว ก็แค่ไม่รู้สึกชื่นชมเรื่องรักๆใคร่ๆเท่านั้นเอง
รสนิยมทางเพศของเขาออกไปในทางไร้เพศ
ถึงจะยิ้มร่ารับข่าวลือในที่ทำงานที่หาว่าเขาเป็นพวกไบเซ็กชวล
เพราะเขาคิดว่าจะปฏิเสธหรือไม่ก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ
โดยเฉพาะพวกสาวๆที่ชอบซุบซิบให้เขาได้ยินว่าเขาอาจมีอะไรกับหมอหนุ่มๆที่
ร่วมงานกัน
และเขาก็พบว่าบางส่วนของเขาก็พึงใจเพศชายอยู่บ้างในระหว่างการวิเคราะห์ตน
เอง(ซึ่งจะอธิบายความหมายของคำนี้ต่อไปภายหลัง) อย่างไรก็ตาม
ความพึงใจนั้นมีแค่เล็กน้อยแฝงไว้ด้วยความริษยา
เขาคิดว่ามันเป็นแค่ผลข้างเคียงของการวิเคราะห์ตนเอง
เขาไม่เคยหลงรักเพศชายจริงๆจังๆ
แล้วการวิเคราะห์ตนเองคืออะไร?
อธิบายสั้นๆคือชื่อที่จิตติใช้เรียกงานอดิเรกในการสังเกตวิธีการแสดงออก รู้สึก และปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันของผู้คนรอบตัว
เขาทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญอาวุโสที่สถาบันจิตวิทยาการแพทย์(เขาเกลียด
ชื่อตำแหน่งนี้มาก เพราะเขาไม่ได้ “อาวุโส” อย่างที่ชื่อตำแหน่งใช้
และพาลให้คนอื่นเข้าใจว่าคนที่ดำรงตำแหน่งนี้ต้อง “อาวุโส”)
อุปสรรคสำคัญที่สุดในอาชีพของเขาคืออคติของคนไทยต่อจิตแพทย์และวิชาจิตเวช
เขาพบผู้ป่วยอาการหนักถึงขั้นฟื้นฟูไม่ไหวบ่อยครั้งเพราะทางครอบครัวทนรับ
ว่ามี “คนบ้า” อยู่ในบ้านไม่ได้จึงไม่ยอมพามาตรวจรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ
ปล่อยให้อาการเพียบหนักจนไร้หนทางเยียวยา
พูดอีกทีงานของเขาก็เหมือนกับสัปเหร่อ
ไม่มีใครอยากถ่อสังขารไปหาสัปเหร่อจนถึงเวลาถูกคนอื่นหามสังขารลงโลงไปหาเอง
แล้วเขาจะดำเนินงานวิจัยต่อได้อย่างไรในเมื่อไม่มีกรณีศึกษาดีๆมาให้ตรวจ
เหมือนสมัยอยู่อเมริกา นี่คือสาเหตุที่ทำให้เขาคิดค้นกระบวนการ
“การวิเคราะห์ตนเอง” โดยเล่มสวมบทเป็นบุคคลสมมติ
แต่งเรื่องขึ้นมาพร้อมปัญหาทางจิต แล้วสังเกตปฏิกิริยาโต้ตอบ
แน่นอนว่าเขาไม่ทำมันจริงๆในชีวิตประจำวัน
ที่ๆความลวงผสานกับความจริงอย่างแนบเนียนเป็นโลกจำลองสมบูรณ์แบบสำหรับการ
สร้างเหตุการณ์จำลองเพื่อ “วิเคราะห์ตนเอง”
ที่ๆเขาสามารถปกปิดตัวตนไว้ไม่ให้ใครรู้ “อินเตอร์เน็ต”
ปีที่แล้ว
เพื่อนชาวอเมริกาขอร้องให้เขาเขียนบทความลงวารสารวิชาการเกี่ยวกับสภาพจิต
ของวัยรุ่นไทย ตอนแรกจิตติคิดจะเขียนเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก
แต่เขาพบว่ามันใช้เวลาและความพยายามมากเกินไป
ดังนั้นเขาจึงเริ่มท่องไปในไซเบอร์สเปซ
ซึ่งทำให้เขาหวนระลึกถึงโลกวัยรุ่นที่เขาหลงลืมมันไปนานแล้ว
สุดท้ายเขาก็ได้พบกับห้องแช็ตลามก และปลอมตัวเป็นเด็กสาว
ม.ปลายเพราะคิดว่าการเป็นเหยื่อนั้นน่าสนใจและง่ายกว่า
เขาแนะนำตัวและบอกพวกเด็กๆในห้องแช็ตที่อายุไม่น่าจะถึง 20 กันเลยสักคนว่า
เธอกำลังมองหาคนที่จะเพลิดเพลินแก้เหงากับเธอได้ในค่ำคืนนั้น ไม่นานนัก
ผู้ชายคนหนึ่ง(เท่าที่เขาเปิดเผยไว้ในโลกออนไลน์)
เข้ามาเจ๊าะแจ๊ะในหน้าต่างส่วนตัวสักครู่แล้วบอกให้เธอถอดเสื้อผ้าออก
พร้อมกับเปิดกล้องเว็บแคม
เขาชาดิกไปทั้งตัว
ไม่ใช่เพราะว่าตกใจแบบพวกข้าราชการหัวเก่าตามกระทรวงวัฒนธรรมจะตกใจ
แค่เขางุนงงว่า
เพียงเขาพิมพ์คำพูดแบบหญิงๆที่ลักจำมาจากแม่กับแฟนเก่านิดๆหน่อยๆ
ชายคนที่เพิ่งเจอในอินเตอร์เน็ตก็เชื่อเอาจริงๆจังๆว่าเขาเป็นสาวน้อยที่
พร้อมจะเปลื้องเสื้อผ้าของตัวออกมาได้
เขาไม่ได้ออฟไลน์ทันที ยังล่อหลอกให้ชายคนนั้นรอเรื่อง “พิเศษๆ”
ขณะที่คนๆนั้นคิดฟุ้งซ่านว่า สาวน้อยกำลังจะออกมาพบเพื่อจะหลับนอนด้วยกัน
จิตติปิดหน้าต่างห้องแช็ต
วันนี้คงพอแค่นี้เพราะนี่ก็เป็นเวลานอนของเด็กดีแล้ว
เขาคิดว่ามันเป็นเกมที่น่าสนุกดีและเขาก็ได้ชัยชนะ
ทิ้งให้ชายคนนั้นนั่งหัวใจสลาย... จิตติหลงใหลความรู้สึกนี้เข้าให้แล้ว
เรื่องราวของการ “วิเคราะห์ตนเอง” ก็เริ่มขึ้น
เขาเขียนบทความวิชาการเสร็จเรียบร้อย แต่ไม่ได้เลิกเล่นละครบนเวทีไซเบอร์
เริ่มเสพติดมันและหัวใจของเขาพองฟูทุกครั้งเมื่อกระทู้มีผู้ตอบถึง 300
ความคิดเห็น เขาคงแค่อยากสวมรอยเป็นใครสักคน ไม่ใช่จิตแพทย์หนุ่มคนสำคัญ
แต่เป็นวัยรุ่นอกหัก,
แม่บ้านที่มองหาฝรั่งสักคนมาอุปถัมภ์เพื่อแบ่งเบาภาระการเงินของครอบครัว
หรืออาจารย์ผู้สิ้นหวังที่หลงรักนักเรียนตัวเอง
ตอนแรกการโกหกก็เป็นเรื่องยาก ไปๆมาๆเรื่องแต่งก็สมจริงเข้าทุกที
เขาทำทุกอย่างเพื่อสร้างเรื่องให้เหมือนจริง
อ่านนิยายรักหวานแหววหาวิธีพูดคุยแบบวัยรุ่น
อ่านนิตยสารคู่สร้างคู่สมเพื่อหาประสบการณ์แบบแม่บ้านๆ
แม้กระทั่งใช้กรณีศึกษาจากผู้ป่วยในดูแลของตัวเองแล้วเปลี่ยนเรื่องนิดๆ
หน่อยๆ เท่าที่จะไม่ละเมิดชีวิตจริงของพวกเขา
ทุกกระทู้ฮิตติดอันดับกระทู้แนะนำทุกครั้งที่โพสต์
เขาชอบและหลงใหลการล้อเล่นกับความสงสารของผู้คน
ถ้าใครจับได้ก็แค่ยักไหล่แล้วโพสต์ลงไปว่า “ผมทำไปเพื่อการศึกษาวิจัย”
จิตติกดรีเฟรชอีกครั้งแล้วกดเซฟเพจไฟล์กระทู้
เขียนสรุปเรื่องราวสำหรับวันนี้
“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณจริงๆ
ฉันไม่ยอมแพ้แล้วค่ะ ฉันจะอดทนเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยนี้ด้วยตัวเอง
ขอบคุณความช่วยเหลือ ความคิดเห็นของพวกพี่ๆทุกคนนะคะ ฉันรู้สึกดีจริงๆ”
แล้วเรื่องก็ดำเนินต่อไป นางสาว ก. ต้องตอบขอบคุณสินะ จิตติปิดคอมพิวเตอร์แล้วหันกลับไปทำงาน...
.................................................................................................................................................
เรื่องนี้เป็นงานร่วมกันระหว่าง จขบ. กับ เทร่า
ด้วยเหตุว่าที่ญี่ปุ่นหาคีย์บอร์ดไทยไม่ได้.....(ตรงไหนวะ)
ส่วนท่านผู้อ่านที่รออ่านฟิกเรื่องอื่นๆให้มันจบ ตามตบจิกจขบ.เอาเองเถิด
คนแปลนิยายก็อยากอ่านเหมือนกัน.....
รักษาสุขภาพจิตนะครับ....
