Life

เรื่องจิปาถะ

posted on 07 Nov 2008 23:09 by bosie  in Life
วันนี้ไม่มีฟิค ไม่มี Hetaria อยากอัำพบล็อกไว้กันบล็อกเน่าเป็นแนวไดอารี่สักหน่อย

เรื่องแรก
ผมส่ง Application ให้มหาลัยญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้วครับ ด้วยความเหนื่อยยาก และ้ต้องวิ่งวุ่นไปมาระหว่างบ้าน ท่าพระจันทร์ รังสิต จนเหมือนไม่ได้ปิดเทอม เอาเหอะ ผมไม่ขอเงินเขากินนี่ครับ ลำบากหน่อยก็ต้องทนล่ะ เพื่ออนาคตที่สดใส > < ได้่อ่านรายละเอียดของทุนแล้ว รู้สึกจะให้แค่สามมหาลัยเท่านั้นคือ มธ กับมหาลัยของมาเล และรัสเซีย ไม่รู้เขาไปเจรจากันอีท่าไหนถึงให้ทุนรัสเซียเหะ ^ ^'

ตอนนี้ก็แค่รอเวลาให้เขาส่งใบอนุญาตเข้าประเทศญี่ปุ่นกลับมาเท่านั้น ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ยังไงก็คงได้ไปแหละครับ ในที่สุดก็จะหลุดจากปัญหาไปในประเทศนี้ทั้งหมดไปพักสักที เฮ้อ..

เรื่องสอง

ยินดีด้วยกับคุณโอบาม่าที่ได้เป็นประธานาธิบดี ครั้งนี้พี่น้องอเมริกันชนไม่ทำให้ผมผิดหวังจริงๆ หวังว่าครั้งนี้เราจะได้อยู่กันบนโลกนี้โดยสันติ speech ตอนรับตำแหน่งของพี่ท่านทำเอาผมน้ำตาคลอเลย ไม่ใช่คนอเมริกัน (และไม่อยากเป็น ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ)  แต่นี่แหละได้แสดงให้เห็นแล้วว่าประชาธิปไตยที่ดีมันเป็นแบบนี้นี่เอง

เรื่องสาม

ว้ากก ซื้อ Oasis ชุดใหม่มาแล้ว

เห่อมาก

ชอบมากเลยยยย

ชอบที่สุดในรอบหลายๆ ปี หวังว่าคงได้ไปดู

คอนเสริตนะคร้าบ พี่โนลลลลลลล!!

(เลียมด้วย)


เรื่องสี่

ผมตัดสินใจแล้วว่า ถ้ากลับมาจากญี่ปุ่นเมื่อไหร่ ภาษาญี่ปุ่นสอบได้ระดับสองเมื่อไหร่ คงจะเรียนภาษาเยอรมันต่อแน่นอน เรื่องเสียงพูดสุดอุบาทว์ ผมทำใจได้แล้ว T_T เพื่อความรุ่งเรืองในชีวิตนัก กม. ตัวเอง มันคงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วล่ะครับ เพราะตำราและความรู้ ปรัชญาของกฎหมายก็เป็นภาษาเยอรมันทั้งนั้น กม ญี่ปุ่นเอง ก็เอามาจากเยอรมันเยอะมาก ผมก็ไม่ค่อยชอบ แนวคิด กม. สายฝรั่้งเศสเท่าไหร่ เพราะดูจะไม่่ค่อยตรงไปตรงมา ออกแนวอารมณ์แรง (คิดภาพฝรั่งเศสคุงในเฮตาเลีย ก็อะไรแบบนั้นแหละ) เอา แบบตรงๆ ถึกๆ ไม่ค่อยมีชีวิตจิตใจแบบเยอรมันนี่แหละ ดีแล้ว! (คิดภาพเยอรมันคุงไว้)

เรื่องห้า
ตอนนี้อ่านเรื่อง The Setting Sun ของดาไซอยู่ (มันยังไม่เข็ด) เรื่องเกี่ยวกับครอบครัวขุนนางผู้เคยมีอันจะกินของญี่ปุ่นที่อยู่ในสภาพล่มสลายหลังสงคราม สนุกดีครับ อ่านง่ายกว่าไอ้ No Longer Human เยอะ = =


เรื่องหก

เบื่อเรื่องความสัมพันธ์จริงๆ...

เมื่อคืนฝันว่าไปดูหนัง

แต่ว่า ทำไมก็ไม่รู้ อยู่ดีๆ ก็มีคนประกาศหน้าโรงหนังว่าใครเป็นทนายความบ้าง

จำได้ว่าตัวเองไม่ยกมือ เพราะว่ายังไม่ใช่ทนายความ

เรื่องของเรื่องก็คือ มีครอบครัวนักท่องเที่ยว ชาวนิวซีแลนด์ (ทำไมต้องนิวซีแลนด์อ่ะ)

มี พ่อ แม่ ลูก มีลูกสาวคนนึง

ลูกสาวไปขโมยฟิคเกอร์การ์ตูน จากร้านแถวๆ สยาม (ทำไมละเอีัยดจัง - -) แล้วโดนจับได้ รุมตื๊บ (โหดร้ายย) พ่อแม่ต้องการคนว่าความ

แต่ว่า ในที่นั้น ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษเลย

หน้าที่ในการว่าความเลยตกที่เรา งิ - -

จำได้ว่า ตัวเองพูดว่า "ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เด็กขโมยของผิดตามมาตรา 334 จริง แต่การที่เจ้าของร้านทำร้ายเด็ก เป็นการป้องกันเกินสมควร" แล้วก็หันไปถามเด็กว่า "Excuse me how old are you?"

เด็กก็ืำทำหน้ามุ่ยๆ แก่แดดมาก ถามว่า "Why? Why do you need to know?"

"Just tell me, how old are you? It's necessary."

"Eleven."

"Eleven? You are eleven huh? Don't worry no one is going to put an eleven-years-old in jail."

แ้ล้วก็ตื่น......

Bizzarre...ว่ะ..

ตื่นขึ้นมา.. คิดว่า ไหนๆ มหาลัยก็อยู่ใกล้ๆ ข้าวสารแล้ว มาเปิดศูนย์จับปรึกษากฏหมายในนักท่องเที่ยวดีไหมหว้่า... - -

ป.ล. งวดนี้ออก หนึ่งหนึ่ง!!
ป.ล. 2 เด็กคนนั้นน่ากลัวมากครับ เหมือนตุ๊กตาฝรั่งผมบลอนด์ ที่ผมงอกได้ตอนกลางคืน

Recommend