เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในคาบเรียนญี่ปุ่นของเจ้าของบล็อก ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง

 

 *BGB เบเกเบ ประมวลกฎหมายแพ่งเยอรมนี

 
เอาอาจารย์มาล้อเล่น บาปกรรมสุดๆ แล้วจะสอบระดับสองผ่านไหมเนี่ย รักดอกจึงหยอกเล่น เพราะว่าเครียดมากเลยต้องหาทางผ่อนคลาย (ด้วยทางนี้?)

คงมีพวกวรรณศิลป์กับนิติ มธ บางคนเท่านั้นแหละที่เก็ตมุข ฮ่าๆ รู้สึกเป็นซับนรกส่วนตัวมาก

คิดถึงเซนเซย์อ่ะ คิดถึงความเข้มงวดปานประหนึ่งรุ่นพี่จิอากิ (แต่ไม่ได้เอาหนังสือมาฟาดลูกศิษย์นะ)

อาจารย์นิคิของผม  เป็นอาจารย์ชาวญี่ปุ่น เรียนกับแกเกือบจะตัวต่อตัวมาตั้งแต่ปีหนึ่ง เลยสนิทกับอาจารย์มากกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาจริงๆ ที่เป็นคนไทย อาจารย์เป็นคนยิ้มง่าย หัวเราะง่าย แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องของอาจารย์เท่าไหร่หรอกนะ เพราะอาจารย์พูดแต่เรื่อง ประวัติศาสตร์ กฎหมาย ภาษา และ ด้อยซึ (เอ๊ะ..)

อาจารย์พูดได้สี่ภาษา (เท่าที่รู้) คือ ญี่ปุ่น เยอรมัน ไทย อังกฤษ เผลอๆ แกอ่านภาษาจีนออก และพูดฝรั่งเศสได้ เพราะในคอมแกมีฟังก์ชั่นภาษาฝรั่งเศส

งานวิจัยของแก คือการเอาประมวล กม แพ่งไทย มานั่งแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นกับเยอรมัน แล้วบอกว่าส่วนของ เอามาจากไหน 

อาจารย์เป็นคนที่เมพมาก จนผมรู้สึกโง่ืีที่มากเป็นลูกศิษย์ของแก

ทุกสิ่งที่ทุกอย่างที่ อาจารย์พร่ำสอน แต่ลูกศิษย์โง่ๆ คนนี้ไม่เคยใส่ใจจำ พอมาอยู่ญี่ปุ่น เพิ่งสำเหนียก ว่าที่อาจารย์พูดว่าให้อ่านเยอะๆ เขียนเยอะๆ ให้เอาคันจิมาทำเป็นคำผสมเยอะๆ  จนปากเปียกปากแฉะ มันสำคัญแค่ไหน อาจารย์เคยบอกว่า วิธีการเรียนภาษาให้ดี ให้อ่าน หนังสือที่ตัวเองเคยอ่านมาแล้ว เป็นภาษานั้นๆ แล้วผมก็บอกว่า งั้นอ่านการ์ตูนสิครับ อ.เลยซัดให้แล้วบอกว่า "อย่าอ่านแต่การ์ตูนสิเว้ยยเฮ้ยยย"

อาจารย์บอกว่า เดี๋ยวนี้ดูเหมือนว่าทุกคนจะพูดภาษาญี่ปุ่นได้ ใช้แสลงได้คล่องแคล้ว แต่ไม่มีใครแตกฉานเรื่องการอ่านการเขียน โดยเฉพาะการวางรูปประโยคในภาษาเขียนเลย เพราะฉะนั้น อย่าเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยการ์ตูนเลย (แล้วแกก็โยนคำพิพากษาศาลฎีกาญี่ปุ่นมาให้อ่านแทน กรี๊ด)

ทุกวันนี้ผมเลยต้องมานั่งอ่าน เมตามอฟอซิส กับ เจ้าชายน้อยเป็นภาษาญี่ปุ่น อ่านแล้วไมเกรนจะขึ้น ใครใช้ให้อ่านก็ไม่รู้ แต่ก็ยังอ่าน เพราะผมอยากกลับไปแล้วอ่านอะไรเป็นภาษาญี่ปุ่นให้ได้อีกเยอะๆ

เซนเซย์เป็นคนที่ทุ้มเททุกอย่างในการสอนให้ลูกศิษย์มาก ถึงแม้ไม่เคยจะมีใครเห็นความสำคัญของแกที่คณะนิติ ไม่เคยมีใครเห็นความสำคัญ ของวิชาแกแต่แกก็สอน
เซนเซยสอนหนังสือด้วยรอยยิ้มเสมอ ถามอะไรก็จะตอบ แม้ไม่เกี่ยวกับวิชาเรียน เด็กคุยกันในห้อง แต่ก็ยังสอนต่อไป

 มีบางครั้งที่เข้มงวดกับผม ผมอาจคันจิไม่ออก ผมทำตัวงี่เง่า  แกก็ทำหน้าตึงๆ

มีบางครั้ง ที่แกบ่นว่า อยากเลิกสอนที่นี้แล้ว บอกผมว่าหมดสัญญาไม่รู้จะสอนต่อหรือเปล่า

แต่เซนเซย์ก็ช่วยเหลือผมมาตลอด จนมีวันนี้ได้ล่ะ (เอ้า พูดเหมือนสปีชวันไหว้ครูเลย)

หวังว่ากลับไป อาจารย์คงจะยังอยู่ มาสอนวิชาศัพท์กฎหมายญี่ปุ่นต่อ นะครับ 


อ่ะกรึ๊ยลล์ 

คำเตือน การ์ตูนเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องจริงทั้งนั้น และไม่เกี่ยวกับเฮตาเลียจริงๆ ด้วย

 

รูป เอามาจากเว๊บของอาจารย์เขาล่ะครับ หิหิ

 

ตอนนี้ รู้สึกแบบนี้จริงๆ นะ...
และเชื่อว่า มีคนญี่ปุ่นหลายคนที่รู้สึกแบบนี้ เพื่อนญี่ปุ่นไปสอบโทเฟลกัน บ่นกับอุบอิบ

 คนรัสเซีย เป็นฝรั่งที่เก่งญี่ปุ่นอ่านเขียนมากที่สุด แต่พูดแล้วสำเนียงแรงมาก ฟังไม่รู้เรื่องสุดๆ 

ตอนนี้ผมก็ยังเลือกไม่ถูกอยู่ดี ว่าจะไปเรียนญี่ปุ่นหรือเยอรมันกันแน่

... แต่หนทางง่ายๆ น่ะมันไม่มีใช่ไหม ฮื้อออ 

 

บางทีอยากเลิกเรียนญี่ปุ่นมากเลย ไปเรียนภาษาลาตินเบสหรือไม่ก็เยอรมันให้รู้แล้วรู้รอด ชีวิตมันคงง่ายกว่านี้เยอะ

 

ผมไม่ใช่เด็กเอกญี่ปุ่น ตอนมาญี่ปุ่นแรกๆ รู้สึกตัวเองโง่มาก ไม่ได้เรียนทุถกวัน ไม่ได้พูดทุกวัน ฟังห่าอะไรไม่ออก  ในขณะที่เด็กจีน เกาหลี รัสเซีย ที่ส่งเอกญี่ปุ่นมา เขาไปไหนถึงไหนแล้ว 

 

ชักเข้าใจแล้วสิ ว่าการเรียนภาษาอะไรก็ตามให้ได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เอาไว้สื่อสาร เอาไว้เรียน เอาไว้เสพวรรณกรรม เป็นเรื่องที่ยากเย็นมาก

 ผมใช้ภาษาอังกฤษมาตลอด จนเหมือนเป็นธรรมชาติ เลยรู้ึสึกว่า ทำไมเพื่อนๆ รอบตัว ถึงบ่นเรื่องภาษาอังกฤษที่เรียนกันจัง

มาถึงวันนี้ เข้าใจแล้วคับ T_T ผมขอโทษ

 

edit เพิ่ม

 

ผมห่วงเรื่องระดับสองมาก เครียดสุดๆ เพราะมีัคันจิที่อ่านไม่ออกเยอะโคตรๆ

ตอนแรกอยากรอใ้ห้กลับไทยก่อนค่อยไปสอบ เพราะตอนนี้มาเรียนแค่ห้าเดือนกว่าเอง แต่..ไม่รู้อ่ะ..แง่งงง

แล้วศัพท์ที่จำ แม่งก็มีแต่ศัพท์บ้าอะไรก็ไม่รู้ ที่เขาไม่เอามาสอบแน่นอน แล้วจำไปเพื่ออ = =''

นี่แค่ตัวอย่าง ไม่แปลนะ อายอ่ะ

 

米軍
核兵器
原爆
民主党
北朝鮮
自民党
裁判
弁護士
違犯
犯人
防犯
連合
被害者
加害者
不法行為

総理

Recommend

free counters