- น้ำหนักที่ลดลงไปเยอะมาก เนื่องจากกินแต่ปลาและซีอิ๋
ว และไม่ได้กินด้วย
- โรคติดเครื่องดื่มชา โดยเฉพาะมุกิชา แดร๊กเข้าไปอยู่นั้นแหละ
- ท่าเดินเอางอแขนแล้วเอากระเป๋าถือพาดหลัง
- เริ่มเดินแบบพุ่งตรงไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
- การวิ่งขึ้นบันไดในสถานีเพื่อให้ทันรถไฟ
- ภาษาอังกฤษที่ห่วยแตกลงทันตาเห็น ห่วยจริงๆ
- นิสัยเขยิบไปนั่งให้ชิดติดขอบผนังรถไฟ เพื่อจะได้พิงนอนได้
- ท่าถือหนังสือมือหนึ่ง แล้วอีกมือหนึ่งเปิดหน้าหนังสือ ต้องนั่งห่อไหล่ ไม่ให้ใครเห็นที่อ่านอยู่ด้วยนะ
- ซื้อโอนิกิริ (ข้าวปั้น) กินเวลาหิวข้าวตอนบ่ายๆ
- กินเบียร์เย็นๆ แล้วทำเสียง "อ๊าซซ" เหมือนในโฆษณา
- เริ่มใช้ภาษาอังกฤษแบบมั่วซั่ว เช่น maker แปลว่าผู้ผลิต (มันคือ manufacturer ตะหากล่ะ) consent แปลว่าปลั๊กไฟ
- โรค xenophobia โดยเฉพาะกับฝรั่ง เห็นทีไรก็ "เอ๋? ฝรั่ง?" "ฝรั่งเยอะจัง น่ากลัว อ่าไม่เอาอ่ะ ฝรั่ง หนูกลัว ไม่อยากเข้าใกล้ มันจะกินหนูหรือเปล่า"
- คำว่า มัส ที่และว่าค่ะ ครับ คงท้ายประโยค เริ่มใช้ออกเสียง มะ "สุ" หนักๆ เมื่อต้องการพูดให้สุภาพยิ่งกว่าเดิม
- เริ่มพูดคำว่าขอโทษ มากกว่าคำว่าขอบคุณ
- เริ่มชินกับรถไฟที่แน่นเอี๊ยด
- ส่งเมล์ในมือถือมากกว่าโทรคุย
- ใส่สูททับเสื้อเชิ้ตเวลาหนาวๆ แฟชั่นประหลาดอะไรวะเนี่ย
- เริ่มบ้าจอห์นนี่ จูเนียร์ โดยเฉพาะสแมป กับอาราชิ ช่วยด้วยย
- เริ่มติดละครตอนสามทุ่ม
- เริ่มกดเอทีเอ็มแล้วเอาเงินใส่ซอง เขียนหน้าซองด้วยว่าเงินอะไร
- ชักจะซื้อโดจินเฮตาเลียบ่อยขึ้น
- ชักจะซื้อการ์ตูนวายอ่านขึ้นด้วย เพราะมันอ่านง่าย ="=
- เริ่มเอากระดาษมาห่อปกหนังสื่อ
- เริ่มบ่นว่าหนังสือที่อื่นเล่มใหญ่จังเลย
- เริ่มเข้าแมคโดนัลด์เวลาไม่มีอะไรกิน
- เริ่มติดแดจังกึม (!)
- นิฮง โตะ โมชิมัส
ป.ล. ขณะที่เขียนบล็อกนี้อยู่ วอลเลย์บอลหญิงเวิลด์กรังปรี ญี่ปุ่นกำลังตบกับเยอรมันแบบดุเดือดมากๆ สกอร์ตามกันสูสีเลยอ่ะ
ทีมชาติเยอรมันสูงเฉียดสองร้อยกันทุกคนเลยน่ากลัวมาก ="= เหมือนลุดวิกมาตบวอลเลย์กับคิคุ สงสารคิคุ!
ป.ล.*[]*

เกร์กอร์ ไรเดอร์... เฮน...ชิน~!
*w*
มือถือ กับ โดจิน